Cars & Trip

Directions

Cars & Trip ข่าวสารรถยนต์และการท่องเที่ยว

DD มาไม่พัก
18/09/2026

DD มาไม่พัก

รู้จัก “𝗥𝗘𝗘𝗩” เทคโนโลยีทางเลือกใหม่ของ 𝗶𝗖𝗔𝗨𝗥 ที่ผสานประสบการณ์การขับแบบ 𝗘𝗩 พร้อมอิสระแห่งการเดินทางไกลเตรียมพบกับ 𝗶𝗖𝗔𝗨𝗥 ...
18/09/2026

รู้จัก “𝗥𝗘𝗘𝗩” เทคโนโลยีทางเลือกใหม่ของ 𝗶𝗖𝗔𝗨𝗥 ที่ผสานประสบการณ์การขับแบบ 𝗘𝗩 พร้อมอิสระแห่งการเดินทางไกล

เตรียมพบกับ 𝗶𝗖𝗔𝗨𝗥 𝗩27 𝗥𝗘𝗘𝗩 ที่มาพร้อม 5️⃣ ระบบพลังงานของ 𝗚𝗼𝗹𝗱𝗲𝗻 𝗥𝗮𝗻𝗴𝗲-𝗘𝘅𝘁𝗲𝗻𝗱𝗲𝗿
ชูความวิ่งสบายในเมือง-ออกทริปไกล

🆕 กรุงเทพฯ
18 กันยายน 2569
รถยนต์ไฟฟ้าได้กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความสนใจมากขึ้นในปัจจุบัน ด้วยประสบการณ์การขับขี่ที่โดดเด่น ทั้งอัตราเร่งที่ทันใจ ความเงียบ และความประหยัด สำหรับการเดินทางระยะไกล หลายคนอาจมองหาเทคโนโลยีที่สามารถมอบความคล่องตัวและความมั่นใจได้ในทุกเส้นทาง พร้อมตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางระยะไกล


…. นี่จึงเป็นอีกหนึ่งบทบาทของ 𝗥𝗘𝗘𝗩 (𝗥𝗮𝗻𝗴𝗲-𝗘𝘅𝘁𝗲𝗻𝗱𝗲𝗱 𝗘𝗹𝗲𝗰𝘁𝗿𝗶𝗰 𝗩𝗲𝗵𝗶𝗰𝗹𝗲) เทคโนโลยีรถยนต์ 𝗡𝗲𝘄 𝗘𝗻𝗲𝗿𝗴𝘆 ที่ผสานการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเข้ากับเครื่องยนต์สำหรับผลิตไฟฟ้า ช่วยมอบประสบการณ์การขับขี่แบบรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมรองรับการเดินทางที่หลากหลายยิ่งขึ้น 𝗥𝗘𝗘𝗩 จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ต้องการรถยนต์คันเดียวซึ่งพร้อมตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางระยะไกล


ไขความต่างระหว่าง 𝗥𝗘𝗘𝗩 และ 𝗛𝘆𝗯𝗿𝗶𝗱 เมื่อเครื่องยนต์ไม่ได้ทำหน้าที่ขับเคลื่อนล้อ แต่ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้า

แม้ 𝗥𝗘𝗘𝗩 จะมีทั้งแบตเตอรี่ มอเตอร์ไฟฟ้า และเครื่องยนต์อยู่ในรถคันเดียวเช่นเดียวกับรถไฮบริด แต่หลักการทำงานต่างกัน

#หัวใจของ𝗥𝗘𝗘𝗩คือมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนล้อเพียงอย่างเดียว

ผู้ขับจึงสัมผัสได้ถึงแรงบิดที่มาทันที การออกตัวต่อเนื่อง และความนุ่มนวลแบบรถยนต์ไฟฟ้า ต่างจากรถไฮบริดที่เครื่องยนต์ยังคงมีบทบาทขับเคลื่อนล้อ และใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเข้ามาช่วยเสริมเป็นบางช่วง

จาก 𝗥𝗘𝗘𝗩 สู่ "𝗚𝗼𝗹𝗱𝗲𝗻 𝗥𝗮𝗻𝗴𝗲-𝗘𝘅𝘁𝗲𝗻𝗱𝗲𝗿 " ขุมพลังสำคัญของ 𝗶𝗖𝗔𝗨𝗥 𝗩27 𝗥𝗘𝗘𝗩 รถเอสยูวีทรง Boxy ในสไตล์คลาสสิกที่มาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเร็ว ๆ นี้


••• เมื่อ 𝗥𝗘𝗘𝗩 ใช้เครื่องยนต์เป็นตัวผลิตไฟฟ้า ประสิทธิภาพของ 𝗥𝗮𝗻𝗴𝗲 𝗘𝘅𝘁𝗲𝗻𝗱𝗲𝗿 จึงมีบทบาทสำคัญต่อทั้งความประหยัด ความเงียบ ความนุ่มนวล และสมรรถนะของรถเมื่อแบตเตอรี่ลดลง

𝗶𝗖𝗔𝗨𝗥 𝗩27 𝗥𝗘𝗘𝗩 เป็นรถยนต์ SUV พลังงานใหม่ระดับพรีเมียม ที่นอกจากดีไซน์จะโดดเด่นและมีเอกลักษณ์ โดยล่าสุดคว้ารางวัล Best Interior Design Award ในหมวด Premium Car จากเวที Torino Automotive Design Award (TADA) 2026 รถรุ่นนี้ใช้เทคโนโลยี 𝗚𝗼𝗹𝗱𝗲𝗻 𝗥𝗮𝗻𝗴𝗲-𝗘𝘅𝘁𝗲𝗻𝗱𝗲𝗿 ที่พัฒนาโดย Chery Group ซึ่งไม่ได้ออกแบบให้เครื่องยนต์เป็นเพียงพลังงานสำรองยามฉุกเฉิน แต่พัฒนาเครื่องยนต์ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า มอเตอร์ และระบบบริหารพลังงานให้ทำงานร่วมกันเป็นระบบเดียว ระบบ 𝗚𝗼𝗹𝗱𝗲𝗻 𝗥𝗮𝗻𝗴𝗲-𝗘𝘅𝘁𝗲𝗻𝗱𝗲𝗿 ของ 𝗶𝗖𝗔𝗨𝗥 𝗩27 𝗥𝗘𝗘𝗩

• ใช้เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบขนาด 1.5 ลิตร ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าให้แก่ระบบขับเคลื่อน
•โดยทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า สำหรับรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ ระบบจะให้กำลังรวมสูงสุด 335 กิโลวัตต์ หรือประมาณ 455 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 505 นิวตันเมตร ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้สะท้อนเพียงความเร็ว แต่ยังหมายถึงกำลังสำรองที่พร้อมรองรับตัวรถขนาดใหญ่ ผู้โดยสาร และสัมภาระในการเดินทางไกล ขณะที่การขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าช่วยให้รถตอบสนองได้ทันทีเมื่อต้องเร่งแซงหรือขับขึ้นทางลาดชัน

⚡️🔋+⛽️ เมื่อชาร์จแบตเตอรี่และเติมน้ำมันเต็ม 𝗶𝗖𝗔𝗨𝗥 𝗩27 𝗥𝗘𝗘𝗩 สามารถเดินทางได้ไกลรวมกว่า 1,000 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC รองรับการเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปยังเมืองท่องเที่ยวหลายแห่งโดยไม่ต้องแวะชาร์จตลอดเส้นทาง และเมื่อพบสถานีชาร์จที่สะดวกระหว่างทาง ผู้ขับขี่ก็สามารถชาร์จไฟเพิ่มเติมได้ตามต้องการ เพิ่มอิสระและความยืดหยุ่นให้กับทุกการเดินทาง

𝗶𝗖𝗔𝗨𝗥 𝗩27 𝗥𝗘𝗘𝗩 ดีไซน์โดดเด่น สะท้อนแนวคิด “Timeless in Motion” ที่ผสานความงามและเทคโนโลยีการขับขี่เหนือระดับ

นอกจากเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนที่รองรับการเดินทางหลากหลายรูปแบบแล้ว 𝗶𝗖𝗔𝗨𝗥 𝗩27 𝗥𝗘𝗘𝗩 ยังโดดเด่นด้วยงานออกแบบที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ล่าสุดคว้ารางวัล Best Interior Design Award ในหมวด Premium Car จากเวที Torino Automotive Design Award (TADA) 2026 สะท้อนแนวคิดการออกแบบที่ผสานเสน่ห์เหนือกาลเวลาเข้ากับความทันสมัย ภายใต้แนวคิด“Classic Never Fades” ของ iCAUR

แนวคิดดังกล่าวถ่ายทอดผ่านการออกแบบรถ SUV ทรงกล่องที่นำรูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์มาผสานเข้ากับรายละเอียดร่วมสมัยและเทคโนโลยีที่คำนึงถึงผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง ขณะที่ภายในห้องโดยสารได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด “Interstellar Cockpit” มุ่งสร้างบรรยากาศที่โปร่งโล่งและสะดวกสบาย พร้อมจัดวางองค์ประกอบต่าง ๆ อย่างเป็นระเบียบ เพื่อให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารเข้าถึงและใช้งานฟังก์ชันต่าง ๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ


>>> ทั้งหมดนี้ตอกย้ำแนวทางของ iCAUR ที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงสมรรถนะและเทคโนโลยี แต่ยังให้ความสำคัญกับการออกแบบและประสบการณ์การใช้งาน เพื่อสร้างรถยนต์ที่มีเอกลักษณ์และตอบรับไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ในยุคใหม่

ไปให้สุดทุกเส้นทาง เปิด 5️⃣ โหมดพลังงาน 𝗚𝗼𝗹𝗱𝗲𝗻 𝗥𝗮𝗻𝗴𝗲-𝗘𝘅𝘁𝗲𝗻𝗱𝗲𝗿 ระบบ 𝗚𝗼𝗹𝗱𝗲𝗻 𝗥𝗮𝗻𝗴𝗲-𝗘𝘅𝘁𝗲𝗻𝗱𝗲𝗿 ของ 𝗶𝗖𝗔𝗨𝗥 𝗩27 𝗥𝗘𝗘𝗩 มาพร้อมกลยุทธ์การสำรองพลังงาน (Power-Reserve Strategy) ที่ออกแบบมาให้ครอบคลุมสถานการณ์การใช้งานมากกว่า 10 รูปแบบ ตั้งแต่สภาพอากาศร้อนหรือหนาวจัด พื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเล เส้นทางภูเขา ไปจนถึงการขับลุยน้ำ โคลน หรือทะเลทราย โดยมีโหมดจัดการพลังงานให้เลือก 5️⃣ รูปแบบ ได้แก่
1️⃣ Forced EV
2️⃣ EV Priority
3️⃣ Hybrid Mode
4️⃣ Fuel Priority และ
5️⃣ Forced Charging

1️⃣. Forced EV เต็มที่กับไฟฟ้าล้วนสำหรับวันทำงานในเมือง
สำหรับการเดินทางไปทำงาน รับส่งสมาชิกในครอบครัว หรือทำธุระในเมือง ผู้ขับขี่สามารถเลือก Forced EV เพื่อให้รถใช้พลังงานจากแบตเตอรี่เป็นหลัก และรักษาการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วนอย่างเต็มที่ จนระดับพลังงานในแบตเตอรี่ลดลงเหลือประมาณ 8% ก่อนที่ระบบจะเรียกใช้เครื่องยนต์เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า โหมดนี้เหมาะสำหรับผู้ที่สามารถชาร์จไฟที่บ้านได้อย่างสะดวก และต้องการลดการใช้น้ำมันให้มากที่สุด โดย 𝗶𝗖𝗔𝗨𝗥 𝗩27 𝗥𝗘𝗘𝗩 สามารถขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนได้สูงสุดประมาณ 165 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC ในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ ซึ่งครอบคลุมการเดินทางประจำวันของผู้ใช้จำนวนมากได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องยนต์

2️⃣. EV Priority วันเดินทางทั่วไป ให้พลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก
ในวันที่การเดินทางมีระยะทางมากกว่าปกติ ผู้ขับขี่สามารถเลือก EV Priority เพื่อให้รถยังคงใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก พร้อมเปิดให้ระบบเรียกใช้เครื่องยนต์เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าเมื่อจำเป็น ระบบจะเริ่มบริหารพลังงานเมื่อระดับแบตเตอรี่ลดลงเหลือประมาณ 15% ผู้ขับขี่จึงยังคงขับด้วยไฟฟ้าได้ตามปกติ โดยไม่ต้องกังวลหากระยะทางจริงในวันนั้นไกลกว่าแผนที่วางไว้ โหมดนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีจุดชาร์จที่บ้านและต้องการขับด้วยไฟฟ้าเป็นหลักในชีวิตประจำวัน แต่ยังต้องการความยืดหยุ่นสำหรับวันที่มีภารกิจเพิ่มขึ้น มีการเปลี่ยนเส้นทางกะทันหัน หรือต้องเดินทางต่อเนื่องโดยไม่สะดวกแวะชาร์จ

3️⃣. Hybrid Mode: วันเดินทางไกล ให้ระบบบริหารพลังงานอย่างสมดุล
เมื่อต้องเดินทางข้ามจังหวัดหรือขับบนทางหลวง ผู้ขับขี่สามารถเริ่มต้นการเดินทางด้วยพลังงานจากแบตเตอรี่ที่ชาร์จไว้ ก่อนให้รถเข้าสู่ Hybrid Mode เพื่อบริหารการทำงานระหว่างพลังงานไฟฟ้าและเชื้อเพลิงให้เหมาะกับความเร็วและลักษณะการขับขี่ ระบบจะเริ่มทำงานเมื่อระดับแบตเตอรี่ลดลงเหลือประมาณ 15% สำหรับการขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ และประมาณ 30% สำหรับการขับขี่ด้วยความเร็วสูง จากนั้น 𝗥𝗮𝗻𝗴𝗲 𝗘𝘅𝘁𝗲𝗻𝗱𝗲𝗿 จะผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนและรักษาระดับพลังงานให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ ผู้ขับขี่จึงไม่ต้องคอยสลับระบบด้วยตัวเอง

หากสถานีชาร์จเต็ม อยู่ไกล หรือไม่สะดวกต่อการแวะ ผู้ขับขี่ก็ไม่จำเป็นต้องหยุดชาร์จทันที เพียงเติมน้ำมันในเวลาใกล้เคียงกับรถยนต์ทั่วไป ก็สามารถออกเดินทางต่อได้ โหมดนี้จึงตอบโจทย์การเดินทางไกลที่ต้องการทั้งความต่อเนื่อง ความเงียบ และกำลังสำรองสำหรับการเร่งแซงบนทางหลวง


4️⃣. Fuel Priority: วันออกแคมป์ เก็บพลังงานไว้ใช้เมื่อถึงจุดหมาย

สำหรับผู้ที่ต้องการเก็บพลังงานในแบตเตอรี่ไว้ใช้เมื่อถึงจุดหมาย สามารถเลือก Fuel Priority เพื่อให้ 𝗥𝗮𝗻𝗴𝗲 𝗘𝘅𝘁𝗲𝗻𝗱𝗲𝗿 เข้ามาสนับสนุนการผลิตกระแสไฟฟ้าและช่วยรักษาระดับพลังงานในแบตเตอรี่ ระบบจะกำหนดเป้าหมายการสำรองพลังงานจากค่า SOC (State of Charge) ปัจจุบันเพิ่มขึ้นประมาณ 1.5% โดยมีระดับขั้นต่ำอยู่ที่ประมาณ 15% และสามารถใช้งานร่วมกับ EV Priority หรือ Forced EV ได้

เช่น หากกำลังเดินทางไปตั้งแคมป์ ผู้ขับขี่สามารถใช้ Fuel Priority บนทางหลวงเพื่อรักษาพลังงานในแบตเตอรี่ไว้ จากนั้นจึงเปลี่ยนกลับมาใช้พลังงานไฟฟ้าเมื่อลงจากถนนสายหลักหรือเข้าสู่พื้นที่ธรรมชาติ ช่วยให้เดินทางด้วยความเงียบและลดเสียงรบกวน พลังงานที่สำรองไว้ยังสามารถนำออกมาใช้กับอุปกรณ์ภายนอกผ่านระบบ V2L หรือ Vehicle-to-Load ไม่ว่าจะเป็นไฟส่องสว่าง เตาไฟฟ้า เครื่องชงกาแฟ โปรเจกเตอร์ หรืออุปกรณ์กิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ 𝗶𝗖𝗔𝗨𝗥 𝗩27 𝗥𝗘𝗘𝗩 รองรับการจ่ายไฟภายนอกได้สูงสุด 6 kW เพื่อเปลี่ยนตัวรถให้กลายเป็นแหล่งพลังงานเคลื่อนที่สำหรับกิจกรรม ณ จุดหมายได้อีกด้วย

5️⃣. Forced Charging: วันออกลุย เติมพลังงานสำรองให้พร้อมก่อนเจอเส้นทางท้าทาย
ในสถานการณ์ที่ต้องใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ปริมาณมาก แต่ไม่มีสถานีชาร์จอยู่ใกล้ ผู้ขับขี่สามารถเลือก Forced Charging เพื่อให้เครื่องยนต์เร่งผลิตกระแสไฟฟ้าและชาร์จแบตเตอรี่ได้ถึงระดับประมาณ 80% โหมดนี้เหมาะสำหรับการเตรียมพร้อมก่อนเข้าสู่เส้นทางออฟโรด ทางลาดชัน พื้นที่ภูเขา โคลน ทราย หรือเส้นทางที่ต้องใช้กำลังขับเคลื่อนสูงอย่างต่อเนื่อง เพราะการเพิ่มพลังงานสำรองไว้ล่วงหน้าช่วยให้มอเตอร์ไฟฟ้ามีกำลังพร้อมใช้งานในจังหวะสำคัญ พร้อมลดความกังวลว่าแบตเตอรี่อาจไม่เพียงพอระหว่างทาง

ทั้ง 5️⃣ โหมดพลังงาน Golden Range-Extender บริหารพลังงานใน 𝗶𝗖𝗔𝗨𝗥 𝗩27 𝗥𝗘𝗘𝗩 สะท้อนให้เห็นว่ารูปแบบการใช้งานจะเป็นตัวกำหนดว่าเราควรเลือกให้รถบริหารจัดการพลังงานแบบใดจึงตอบโจทย์ที่สุด โดยเราจะเห็นว่าหากใช้งานประจำวันในระยะที่ขับด้วยไฟฟ้าได้และชาร์จที่บ้านสะดวก การเดินทางส่วนใหญ่แทบไม่ต้องพึ่งพาน้ำมันเลย และเมื่อต้องเดินทางไกลจริง ๆ ระบบจะเรียกใช้น้ำมันเพื่อผลิตไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ


𝗶𝗖𝗔𝗨𝗥 𝗩27 𝗥𝗘𝗘𝗩 จึงเป็นตัวเลือกใหม่ที่มาพร้อมความคุ้มค่าเมื่อใช้งานในเมือง พร้อมมอบอิสระในวันที่ต้องเดินทางไกล เพราะรถสามารถชาร์จได้เมื่อสะดวก และเติมน้ำมันได้เมื่อจำเป็น

𝗶𝗖𝗔𝗨𝗥 𝗩27 𝗥𝗘𝗘𝗩 เตรียมเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเร็ว ๆ นี้ ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของแบรนด์ผ่าน Facebook: iCAUR Thailand

#𝗶𝗖𝗔𝗨𝗥
#𝗩27 #𝗥𝗘𝗘𝗩

18/09/2026

𝗶𝗖𝗔𝗨𝗥 𝗩25 𝗥𝗘𝗘𝗩 ถึงออสเตรเลียแล้วว นะะ
รอดูว่าจะเปิดตัวราคาเท่าไหร่

 #ถึงออสเตรเลียแล้ว__ถึงไทยกี่โมง?𝗚𝗪𝗠 𝗛𝗮𝘃𝗮𝗹 𝗛7 𝗛𝗶4 𝗣𝗛𝗘𝗩  GWM Haval H7 Hi4 PHEV SUV (Boxy SUV) ออฟโรดอเนกประสงค์●  ขับเคล...
18/09/2026

#ถึงออสเตรเลียแล้ว__ถึงไทยกี่โมง?

𝗚𝗪𝗠 𝗛𝗮𝘃𝗮𝗹 𝗛7 𝗛𝗶4 𝗣𝗛𝗘𝗩

GWM Haval H7 Hi4 PHEV SUV (Boxy SUV) ออฟโรดอเนกประสงค์

● ขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ
● วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนไกลสูงสุดประมาณ 255 กม. (CLTC)
● ระยะทางวิ่งรวม 844 กม. (บางสื่อให้ข้อมูลกว่า 1,000 กม.)
● อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.9 วินาที
● เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตรเทอร์โบ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่
● ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Hi4 / Hi4-T AWD
● พละกำลังรวมสูงสุดประมาณ 370–422 แรงม้า
● แรงบิดสูงสุด 660–760 นิวตันเมตร
● มิติตัวรถ ยาว 4,800–4,912 มม. กว้าง 1,950 มม. และฐานล้อ 2,738–2,850 มม.
● หน้าจอสัมผัสกลางขนาด 15.6 นิ้ว ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Coffee OS 3/3.3 หน้าจอคนขับ 12.3 นิ้ว
● ช่องแช่เย็นบริเวณคอนโซลกลาง
● ระบบเฟืองท้ายควบคุมด้วยไฟฟ้า (Electronic locking rear differential) ช่วยเพิ่มสมรรถนะการขับขี่ในเส้นทางออฟโรด



18/09/2026

ยุโรปห้ามจีนนำเข้า EV จีนพลิกเกมส์ส่ง Hybrid แทน จนปวดหัว เตรียมขอให้จีนนำเข้าไม่เกิน 15% ของตลาดยุโรป #หัวจะปวด😁

17/09/2026

Leap Motor บริษัทแม่มาลุยเอง หลัง Distributor ทำตลาดในไทยไม่พุ่ง

17/09/2026

ถ้าซื้อ SEAL 5 DM-i , SEALION 5 DM-i
ดีลคุ้ม เฉพาะ 18-20 กย.นี้ แล้วยังติดดอย ต่อไปซื้อ BYD ตอนไหนก้อขึ้นดอยหมดแหละ 😃

ฮุนไดชวนครอบครัวทดลองขับ 𝗧𝗵𝗲 𝗻𝗲𝘄 𝗦𝗧𝗔𝗥𝗜𝗔 𝗛𝘆𝗯𝗿𝗶𝗱 19-20 ก.ย. นี้ รถไฮบริด 11 ที่นั่ง พร้อมรับข้อเสนอช่วงเปิดตัว STARIA Hybr...
17/09/2026

ฮุนไดชวนครอบครัวทดลองขับ 𝗧𝗵𝗲 𝗻𝗲𝘄 𝗦𝗧𝗔𝗥𝗜𝗔 𝗛𝘆𝗯𝗿𝗶𝗱
19-20 ก.ย. นี้

รถไฮบริด 11 ที่นั่ง พร้อมรับข้อเสนอช่วงเปิดตัว STARIA Hybrid Privilege Package
มูลค่ากว่า 100,000 บาท รถครอบครัวของจริง ต้องทดลองขับกันทั้งบ้าน Hyundai ทุกรุ่น รับของที่ระลึก Travel Wash Bag สุดเอ็กซ์คลูซีฟ

🆕️ กรุงเทพฯ
17 กันยายน 2569
บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด ชวนลูกค้าและสมาชิกทุกคนในครอบครัวร่วมสัมผัส 𝗧𝗵𝗲 𝗻𝗲𝘄 𝗦𝗧𝗔𝗥𝗜𝗔 𝗛𝘆𝗯𝗿𝗶𝗱 รถ MPV ไฮบริด 11 ที่นั่ง พร้อมสำหรับทุกภารกิจ ครั้งแรกและหนึ่งเดียวในประเทศไทย ผ่านกิจกรรมทดลองขับพิเศษ

ณ โชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 19-20 กันยายน 2569 พร้อมรับของที่ระลึกสุดเอ็กซ์คลูซีฟ Travel Wash Bag สำหรับผู้ร่วมทดลองขับรถยนต์ฮุนไดทุกรุ่น

เพราะรถครอบครัวที่ดี ไม่ได้ตัดสินจากสเปกเพียงอย่างเดียว ฮุนไดจึงชวนให้ทั้งครอบครัวมาร่วมสัมผัสและทดลองใช้งานจริงของสมรรถนะจากขุมพลัง Turbo Hybrid ทั้งในด้านการตอบสนอง ความเงียบ และความนุ่มนวลในการขับขี่ ตลอดจนสัมผัสพื้นที่ห้องโดยสารดีไซน์ใหม่ 11 ที่นั่ง เบาะ Premium Comfort Seat และความสะดวกสบายสำหรับสมาชิกทุกเจเนอเรชันในครอบครัว เพื่อค้นหาว่า 𝗧𝗵𝗲 𝗻𝗲𝘄 𝗦𝗧𝗔𝗥𝗜𝗔 𝗛𝘆𝗯𝗿𝗶𝗱 จะตอบโจทย์รูปแบบการเดินทางของแต่ละครอบครัวได้มากเพียงใด

สัมผัส MPV ไฮบริด 11 ที่นั่ง ครั้งแรกและหนึ่งเดียวในประเทศไทย
𝗧𝗵𝗲 𝗻𝗲𝘄 𝗦𝗧𝗔𝗥𝗜𝗔 𝗛𝘆𝗯𝗿𝗶𝗱 มาพร้อมห้องโดยสารขนาดใหญ่รองรับผู้โดยสารได้ถึง 11 ที่นั่ง พร้อมเบาะ Premium Comfort Seat ในแถว 2 และ 3 พร้อมพนักพิงศีรษะแบบใหม่สบายกว่าเดิม เพิ่มความสะดวกในการใช้งานด้วยประตูสไลด์ไฟฟ้า Smart Power Sliding Door ทั้งสองฝั่ง และ Smart Power Tailgate ภายในติดตั้งหน้าจอ Infotainment ขนาด 12.3 นิ้ว รองรับ Wireless Apple CarPlay และ Android Auto ระบบเครื่องเสียงพรีเมียม BOSE 12 ลำโพง ISOFIX สำหรับการติดตั้งคาร์ซีทเข้ากับที่นั่ง 4 จุด พร้อมช่อง USB Type-C 7 จุดทั่วห้องโดยสารเพื่อรองรับการเดินทางของสมาชิกทุกคนในบ้าน

ด้านสมรรถนะ ขับเคลื่อนด้วยระบบ Turbo Hybrid ให้กำลังรวมสูงสุด 242 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 367 นิวตัน-เมตร พร้อมอัตราความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงสูงสุด 17.2 กิโลเมตรต่อลิตร* และเทคโนโลยี e-Motion Drive ที่ช่วยเพิ่มความนุ่มนวลและเสถียรภาพในการขับขี่

🌠 𝗦𝗧𝗔𝗥𝗜𝗔 𝗛𝘆𝗯𝗿𝗶𝗱 𝗣𝗿𝗶𝘃𝗶𝗹𝗲𝗴𝗲 𝗣𝗮𝗰𝗸𝗮𝗴𝗲
รวมสิทธิประโยชน์มูลค่ากว่า 100,000 บาท สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถ The new STARIA Hybrid ระหว่างวันที่ 10 กันยายน - 31 ตุลาคม 2569 รับข้อเสนอพิเศษ STARIA Hybrid Privilege Package ประกอบด้วย

● ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 1.69%
● ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. 1 ปี
● ฟรี Hyundai Smart Care ค่าแรงและค่าอะไหล่ 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร
● รับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร
● สิทธิ์ขยายการรับประกันภายใต้โปรแกรม myHyundaiCare PLUS สูงสุด 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
● รับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร
● ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 5 ปี
● ลูกค้าปัจจุบันฮุนได Hyundai Family รับส่วนลดเพิ่มเติม 20,000 บาท

รวมสิทธิประโยชน์มูลค่ากว่า 100,000 บาท ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ และสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกำหนด

รถครอบครัวของจริง ต้องทดลองขับกันทั้งบ้าน 19-20 กันยายนนี้ ที่โชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ

หากรถคันหนึ่งถูกออกแบบมาเพื่อทุกคนในบ้าน วิธีที่ดีที่สุดในการตัดสินใจอาจไม่ใช่การอ่านสเปก ตัวเลข 242 แรงม้า หรืออัตราความประหยัด 17.2 กิโลเมตรต่อลิตร อาจบอกสมรรถนะของ 𝗧𝗵𝗲 𝗻𝗲𝘄 𝗦𝗧𝗔𝗥𝗜𝗔 𝗛𝘆𝗯𝗿𝗶𝗱 ได้เพียงบางส่วน แต่ความนุ่มนวลของระบบ Hybrid และพื้นที่ห้องโดยสาร 11 ที่นั่ง คือสิ่งที่ต้องพาทั้งครอบครัวมาสัมผัสด้วยตัวเอง

ชวนสมาชิกคนสำคัญของบ้านมาทดลองขับ แล้วตัดสินด้วยตัวเองว่า 𝗧𝗵𝗲 𝗻𝗲𝘄 𝗦𝗧𝗔𝗥𝗜𝗔 𝗛𝘆𝗯𝗿𝗶𝗱 พร้อมสำหรับทุก Mission ของครอบครัวคุณหรือไม่ ลงทะเบียนนัดหมายได้ที่ https://buyonline.hyundai.com/th/quick/test-drive?lang=th

#หมายเหตุ:
1. ข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองและรับรถระหว่างวันที่ 10 กันยายน 2569 – 31 ตุลาคม 2569 และเป็นไปตามเงื่อนไขที่ธนาคารและบริษัทฯ กำหนด โดยสามารถดูรายละเอียดแพ็กเกจเพิ่มเติมได้ที่ https://www.hyundai.com/th/th/build-a-car/special-offers/the-new-staria-hybrid
2. โปรดสอบถามรายละเอียดเงื่อนไขการรับประกันคุณภาพรถยนต์และแบตเตอรี่ รวมถึงบริการช่วยเหลือฉุกเฉินและบริการยกรถเป็นไปตาม
3. เงื่อนไขของรถยนต์แต่ละรุ่นฉบับสมบูรณ์ได้ที่โชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ
อัตราความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในเมืองสูงสุด 17.2 กม./ลิตร ตามมาตรฐาน NEDC ตามและเงื่อนไขการทดสอบที่กำหนด

ZEEKR เปิดรับสมัครนักศึกษาทั่วประเทศ ร่วมโครงการออกแบบผลิตภัณฑ์ 𝗭𝗘𝗘𝗞𝗥 𝗗𝗘𝗦𝗜𝗚𝗡 𝗟𝗔𝗕  ชิงรางวัลมูลค่ารวมกว่า 500,000 บาท  🆕️...
17/09/2026

ZEEKR เปิดรับสมัครนักศึกษาทั่วประเทศ ร่วมโครงการออกแบบผลิตภัณฑ์

𝗭𝗘𝗘𝗞𝗥 𝗗𝗘𝗦𝗜𝗚𝗡 𝗟𝗔𝗕 ชิงรางวัลมูลค่ารวมกว่า 500,000 บาท


🆕️ กรุงเทพฯ
17 กันยายน 2569
ZEEKR แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมที่ขับเคลื่อนด้วยดีไซน์และนวัตกรรม เปิดตัวโครงการ

“𝗭𝗘𝗘𝗞𝗥 𝗗𝗘𝗦𝗜𝗚𝗡 𝗟𝗔𝗕 2026”

ชวนนักศึกษาระดับอุดมศึกษาทั่วประเทศ ปลดล็อกความคิดสร้างสรรค์ ภายใต้โจทย์
“BEYOND THE STATE OF IMAGINATION” ก้าวข้ามกรอบเดิม ๆ เปลี่ยนจินตนาการให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ใน ZEEKR Collection ที่สามารถต่อยอดสู่การใช้งานจริง นับเป็นครั้งแรกของแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมที่จัดโครงการออกแบบผลิตภัณฑ์สำหรับนักศึกษาขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

● สำหรับ ZEEKR การออกแบบไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงาม แต่คือ Design DNA ที่ผสานทั้งนวัตกรรม ฟังก์ชัน เทคโนโลยี และความเข้าใจผู้ใช้งานเข้าด้วยกัน โครงการ “𝗭𝗘𝗘𝗞𝗥 𝗗𝗘𝗦𝗜𝗚𝗡 𝗟𝗔𝗕 2026” เกิดขึ้นเพื่อเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้ทดลองคิด ตั้งคำถาม และสร้างสรรค์ความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ผ่านมุมมองของตัวเอง ภายใต้แนวคิด Imagine Beyond ซึ่งผู้สมัครสามารถหยิบแรงบันดาลใจจากทั้ง Brand Identity, Design Language, สีและโทนสีประจำแบรนด์ (Brand Pantone) แนวคิดและปรัชญาของ ZEEKR รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ZEEKR 009, ZEEKR 7X และ The New ZEEKR X มาผสานกับไลฟ์สไตล์ เทคโนโลยี วัฒนธรรม วัสดุ หรือสิ่งใกล้ตัว เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้ในชีวิตประจำวันที่จะอำนวยความสะดวก หรือสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้ใช้งาน โดยคำนึงถึงศักยภาพในการนำไปใช้งานจริงและการพัฒนาต่อยอดสู่การผลิตจริง รวมถึงมีคุณค่าและภาพลักษณ์ที่เหมาะสมกับแบรนด์

●● ทั้งนี้ ZEEKR เปิดกว้างให้สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้อย่างอิสระไม่จำกัดประเภทหรือรูปแบบ ผลงานที่ส่งเข้าร่วมจึงสามารถสะท้อนทั้งความคิดสร้างสรรค์ ฟังก์ชัน ความประณีต เทคโนโลยี และความเข้าใจผู้ใช้งานได้อย่างแท้จริง

>>> จากไอเดีย สู่การผลิตผลงานจริง พร้อมโอกาสนำเสนอบนเวที Motor Expo 2026

❇️ โครงการ “𝗭𝗘𝗘𝗞𝗥 𝗗𝗘𝗦𝗜𝗚𝗡 𝗟𝗔𝗕 2026”
เปิดรับผลงานจากนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐหรือเอกชนทั่วประเทศ โดยไม่จำกัดคณะหรือสาขาวิชา สามารถสมัครได้ทั้งแบบเดี่ยวหรือทีม (จำกัดสมาชิกในทีมไม่เกิน 4 คน) และส่งผลงานได้ 1 ผลงานต่อทีม

🕑 โดยเปิดรับผลงาน ตั้งแต่วันนี้ - วันที่ 14 ตุลาคม 2569 ทั้งนี้ ผู้สมัครจะต้องจัดทำ Design Concept Proposal เพื่อนำเสนอแนวคิด แรงบันดาลใจ การตีความโจทย์ กระบวนการออกแบบ รายละเอียดผลิตภัณฑ์ วัสดุ และแนวทางการพัฒนาสู่การผลิตจริง โดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ และผู้ทรงคุณวุฒิแบรนด์ผลิตภัณฑ์ชั้นนำระดับประเทศ จะคัดเลือก 5 ผลงาน เพื่อเข้าสู่รอบสุดท้ายโดยจะ

#ประกาศผลในวันที่ 17 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ผ่าน Facebook Fanpage: ZEEKR Thailand และช่องทางประชาสัมพันธ์อื่น ๆ ของโครงการ โดย 5 ทีมที่เข้ารอบ จะได้เข้าร่วมเวิร์กชอปรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์และการผลิต เพื่อช่วยผลักดันไอเดียจากจินตนาการให้ชัดเจนและเป็นไปได้มากยิ่งขึ้น จากนั้นทั้ง 5 ทีมจะพัฒนาผลงานต่อสู่รอบ Final Presentation พร้อมนำเสนอ Prototype และ Production & Commercial Plan ต่อคณะกรรมการ

โดยผลงานที่ผ่านเข้ารอบทั้ง 5 ผลงาน จะได้รับการจัดแสดงเป็นนิทรรศการพิเศษภายในบูธ ZEEKR ในงาน Motor Expo 2026 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2–13 ธันวาคม 2569 (วันสื่อมวลชน 1 ธันวาคม 2569) ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1–3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อแสดงผลงานให้ประชาชนที่เข้าร่วมงานMotor Expo ได้ชื่นชม

💴 #ชิงเงินรางวัล พร้อมโอกาสต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ใน ZEEKR Collection

🏆 ผู้ชนะเลิศในโครงการ “𝗭𝗘𝗘𝗞𝗥 𝗗𝗘𝗦𝗜𝗚𝗡 𝗟𝗔𝗕 2026” นอกจากจะได้รับเงินรางวัลมูลค่าสูงสุด 100,000 บาท แล้วผลงานที่ชนะเลิศจะได้รับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อร่วมกับทีม ZEEKR สู่การเป็นผลิตภัณฑ์ใน ZEEKR COLLECTION เพื่อผลิตและจำหน่ายจริง และยังได้รับโอกาสพิเศษเดินทางเข้าเยี่ยมชม ZEEKR HEADQUARTER ที่เมืองหางโจว ประเทศจีน อีกด้วย


“เพราะสำหรับ ZEEKR คำว่า “IMAGINE BEYOND” ไม่ได้หมายถึงแค่การจินตนาการถึงสิ่งใหม่ แต่คือการกล้าก้าวข้ามสิ่งที่มีอยู่ในวันนี้ เพื่อสร้าง New Possibilities ที่สามารถเกิดขึ้นได้จริง”

พร้อมหรือยังที่จะพาไอเดียของคุณไปไกลกว่าจินตนาการ?

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “𝗭𝗘𝗘𝗞𝗥 𝗗𝗘𝗦𝗜𝗚𝗡 𝗟𝗔𝗕 2026” และสร้างอนาคตของการออกแบบไปด้วยกัน

#ติดตามเงื่อนไขและรายละเอียดของโครงการได้ที่ www.zeekrdesignlab.com

และ Facebook: https://www.facebook.com/ZEEKRTHA/

มุมมอง  #คุณณรงค์_สีตลายน หนึ่งในผู้คล่ำหวอดกับรถยนต์ค่ายจีน และอดีต CEO ฝ่ายคนไทยยุคแรกที่ค่าย GWM เข้ามาทำตลาดในไทย ต่...
17/09/2026

มุมมอง #คุณณรงค์_สีตลายน หนึ่งในผู้คล่ำหวอดกับรถยนต์ค่ายจีน และอดีต CEO ฝ่ายคนไทยยุคแรกที่ค่าย GWM เข้ามาทำตลาดในไทย ต่อมาได้ไปช่วยบริหารการรุกตลาดรถยนต์แบรนด์ Geely ในไทย ซึ่งดำเนินงานโดย บริษัท ธนบุรี นอยสเติร์น จำกัด ของกลุ่มธนบุรี ปัจจุบันได้ลาออกจากการดูแลค่าย Geely ในไทยแล้ว : มองอนาคตอุตสาหกรรมรถยนต์อย่างไร ?

EP44 : อุตสาหกรรมรถยนต์จีน เข้าสู่ยุค “จัดทัพใหม่”

การปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมรถยนต์จีนเริ่มขึ้นแล้ว แต่อาจไม่ได้มาในรูปแบบที่เราคิด

ตลอดสองปีที่ผ่านมา มีเพื่อนฝูงในวงการและสื่อถามกันเล่นๆเสมอว่า เมื่อไรอุตสาหกรรมรถยนต์จีนจะเริ่มเข้าสู่ช่วงควบรวมกิจการ และท้ายที่สุดแล้วจะเหลือผู้เล่นอยู่กี่ราย

ถ้ามองจากสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ผมคิดว่าการปรับโครงสร้างได้เริ่มขึ้นแล้วครับ เพียงแต่ในช่วงแรกยังไม่ได้เกิดจากการควบรวมบริษัทขนาดใหญ่แบบที่หลายคนคาดไว้ ส่วนใหญ่เป็นการจัดระเบียบแบรนด์และทรัพยากรภายในกลุ่มเดียวกันก่อน

Geely เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ค่อนข้างชัด เริ่มตั้งแต่การนำ Lynk & Co เข้ามาอยู่ภายใต้การดูแลของ Zeekr ก่อนที่ Geely Auto จะซื้อหุ้น Zeekr กลับและนำบริษัทออกจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ ล่าสุดยังให้ Volvo Cars รับหน้าที่ดูแลการขายและบริการหลังการขายของ Lynk & Co ในยุโรปตั้งแต่ปี 2027 โดยใช้เครือข่ายที่ Volvo มีอยู่แล้ว

แบรนด์ยังคงแยกกัน แต่ระบบหลังบ้านเริ่มมีการใช้ร่วมกันมากขึ้น ทั้งแพลตฟอร์ม เทคโนโลยี การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ช่องทางจำหน่าย และบริการหลังการขาย

GWM ก็เดินไปในทิศทางคล้ายกัน ผ่านแนวคิด One GWM ในตลาดต่างประเทศ โดยนำ Haval, Tank, Ora, Wey และ Poer มาอยู่ภายใต้ชื่อหลักของ GWM มากขึ้น ช่วยลดความสับสนของผู้บริโภค และทำให้การใช้ทรัพยากรด้านการตลาด เครือข่าย และการบริหารมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เหตุผลของการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ซับซ้อนครับ

ในช่วงที่ตลาดเติบโตเร็ว การมีหลายแบรนด์ หลายโรงงาน และหลายเครือข่ายช่วยให้บริษัทขยายตลาดได้เร็ว แต่เมื่อตลาดเริ่มชะลอตัว การแข่งขันด้านราคารุนแรงขึ้น และเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็วขึ้น โครงสร้างเดิมกลับกลายเป็นต้นทุนและภาระที่หนักขึ้นเรื่อยๆ

การมีรถหลายรุ่นที่แข่งขันกันเอง การลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีซ้ำซ้อนกัน รวมถึงการดูแลโชว์รูมและบริษัทย่อยที่หลากหลาย ไม่ได้สร้างความได้เปรียบเหมือนในอดีตอีกต่อไป

ความเคลื่อนไหวล่าสุดระหว่าง FAW และ GAC จึงเป็นเรื่องที่น่าจับตา เพราะอาจเป็นสัญญาณว่าการปรับโครงสร้างกำลังขยับจาก “ภายในกลุ่ม” ไปสู่ “ระหว่างกลุ่ม”

ข้อมูลที่ยืนยันอย่างเป็นทางการในขณะนี้คือ GAC มีแผนออกหุ้นใหม่เพื่อซื้อหุ้นบางส่วนในบริษัทร่วมทุนผลิตรถยนต์แห่งหนึ่งที่ FAW ถืออยู่ (คาดว่าน่าจะเป็น JV Toyota) หากดีลนี้สำเร็จ FAW จะกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับสองของ GAC และมีอิทธิพลในเชิงกลยุทธ์ต่อบริษัท

ดังนั้น หากจะอธิบายว่า FAW กำลังเข้าซื้อ GAC ก็คงไม่ถูกต้องนัก เพราะ FAW ไม่ได้เข้ามาควบคุมกิจการ และ GAC ก็ยังไม่ได้ควบรวมกับ FAW

ผมมองว่าดีลนี้เป็นเหมือนการนำสินทรัพย์บางส่วนมาปรับโครงสร้าง ควบคู่กับการทำ synergy ด้านต้นทุน เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายมีผลประโยชน์ร่วมกันมากกว่า

GAC ยังไม่ได้เปิดเผยชื่อของบริษัทร่วมทุนดังกล่าวอย่างเป็นทางการ แต่มีรายงานจากหลายแหล่งว่าทรัพย์สินที่กำลังพูดถึงอาจเป็นหุ้นบางส่วนใน FAW Toyota

หากข้อมูลนี้ได้รับการยืนยันจริง ประเด็นที่น่าสนใจต่อไปคือ จะเกิดการประสานงานระหว่าง FAW Toyota และ GAC Toyota มากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะด้านการขาย เครือข่ายผู้จำหน่าย การผลิต การจัดซื้อ และการวางแผนผลิตภัณฑ์

ในอดีต การมีบริษัทร่วมทุนสองแห่งถือเป็นโครงสร้างที่เหมาะกับ Toyota เพราะตลาดจีนกำลังเติบโต การมีทั้งพันธมิตรในภาคเหนือและภาคใต้ช่วยให้ขยายธุรกิจและสร้างเครือข่ายได้เร็ว

แต่วันนี้สถานการณ์ไม่เหมือนเดิมแล้ว

ส่วนแบ่งตลาดของ Toyota ในจีนลดลง ขณะที่เครือข่ายของทั้ง FAW Toyota และ GAC Toyota ก็หดตัวลง การบริหารสององค์กร สองระบบการขาย และสองเครือข่าย จึงเริ่มมีต้นทุนที่สูงเกินไป โดยเฉพาะเมื่อรถบางรุ่นยังอยู่ในตลาดใกล้เคียงกันและแข่งขันกันเอง

การรวมทรัพยากรบางส่วนเข้าด้วยกันน่าจะช่วยลดต้นทุนและทำให้การตัดสินใจเร็วขึ้น แต่ต้องยอมรับว่าการปรับโครงสร้างองค์กรเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด

บริษัทอาจผลิตรถได้ถูกลง บริหารโชว์รูมได้มีประสิทธิภาพขึ้น แต่ถ้าผลิตภัณฑ์ยังไม่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค เทคโนโลยียังตามหลัง หรือการตัดสินใจยังช้า ยอดขายก็อาจไม่ได้กลับมาเพียงเพราะองค์กรมีขนาดเล็ก และ Lean ลง

นี่เป็นเหตุผลที่ผมคิดว่า การปรับโครงสร้างรอบใหม่ของอุตสาหกรรมรถยนต์จีน อาจไม่ได้เกิดจากการควบรวมบริษัทใหญ่เข้าด้วยกันทั้งหมด เพราะการควบรวมทั้งกลุ่มทำได้ยากมาก ต้องตกลงกันตั้งแต่ตำแหน่งผู้บริหาร พนักงาน โรงงาน ผลประโยชน์ของรัฐบาลท้องถิ่น สิทธิของพันธมิตรต่างชาติ ไปจนถึงเครือข่ายผู้จำหน่ายที่ทับซ้อนกัน

กรณี Dongfeng และ Changan เป็นตัวอย่างที่ดี ช่วงหนึ่งเคยมีข่าวและการหารือเกี่ยวกับการควบรวมอย่างจริงจัง แต่สุดท้ายไม่ได้เกิดขึ้น Changan ถูกแยกออกมาเป็นรัฐวิสาหกิจส่วนกลางที่บริหารอย่างเป็นอิสระแทน

สิ่งที่มีโอกาสเกิดขึ้นมากกว่า คือการปรับโครงสร้างเป็นส่วนๆ

บริษัทหนึ่งอาจเข้าถือหุ้นส่วนน้อยในอีกบริษัทหนึ่ง หรือสองกลุ่มอาจร่วมกันพัฒนารถ ใช้แพลตฟอร์มร่วมกัน โอนโรงงานที่ใช้งานไม่เต็มประสิทธิภาพ หรือรวมระบบการขายและบริการหลังการขายบางส่วน โดยที่ชื่อแบรนด์ยังคงอยู่

ความร่วมมือระหว่าง FAW กับ Leapmotor สะท้อนแนวทางนี้ได้ดี เมื่อ FAW เข้าไปถือหุ้นประมาณ 5% และร่วมมือกับ Leapmotor ทั้งด้านการพัฒนารถยนต์ เทคโนโลยี และชิ้นส่วน

FAW ได้ประโยชน์จากความเร็วและแพลตฟอร์มรถพลังงานใหม่ของ Leapmotor ขณะที่ Leapmotor ได้เงินทุน ทรัพยากรอุตสาหกรรม และโอกาสในการใช้ช่องทางของ FAW ทั้งสองบริษัทไม่จำเป็นต้องควบรวมกัน แต่สามารถลดการลงทุนที่ซ้ำซ้อนและนำรถออกสู่ตลาดได้เร็วขึ้น

ในอนาคต เราอาจเห็นรูปแบบลักษณะนี้มากขึ้น ทั้งการถือหุ้นไขว้ การให้สิทธิใช้แพลตฟอร์ม การผลิตร่วม การใช้โรงงานร่วม หรือการรวมเครือข่ายในบางพื้นที่

บริษัทที่ไม่แข็งแรงอาจไม่ได้ถูกซื้อไปทั้งบริษัท บางรายอาจขายเฉพาะโรงงาน ใบอนุญาต เทคโนโลยี หรือเครือข่าย ส่วนชื่อแบรนด์ที่ไม่มีความแข็งแรงเพียงพออาจค่อยๆ หายไปจากตลาด

เรื่องนี้ไม่ได้มีผลเฉพาะในจีน แต่จะส่งผลต่อผู้แทนจำหน่ายและนักลงทุนในต่างประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย

วันนี้เรายังเห็นแบรนด์จีนจำนวนมากพยายามขยายเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ แต่จำนวนแบรนด์ที่เข้ามา ไม่ได้หมายความว่าทุกแบรนด์จะสามารถยืนอยู่ได้ในระยะยาว บางแบรนด์อาจถูกควบรวม เปลี่ยนตำแหน่งทางการตลาด หรือหยุดลงทุนเมื่อบริษัทแม่ต้องเลือกว่าจะนำทรัพยากรไปสนับสนุนธุรกิจใด

ก่อนตัดสินใจลงทุนกับแบรนด์ใหม่ ผู้แทนจำหน่ายจึงไม่ควรดูแค่ราคา สเปก หรือจำนวนรุ่นที่จะนำเข้ามา แต่ควรตรวจสอบให้ลึกกว่านั้นว่า ใครเป็นเจ้าของแพลตฟอร์ม โรงงานมีการใช้กำลังการผลิตมากน้อยเพียงใด บริษัทแม่มีฐานะทางการเงินอย่างไร และแบรนด์นั้นมีบทบาทอะไรในแผนระยะยาวของกลุ่ม

สิ่งที่ต้องระวังมากที่สุด คือแบรนด์ที่ถูกนำไปทำตลาดต่างประเทศเพียงเพื่อช่วยระบายกำลังการผลิตส่วนเกิน โดยยังไม่มีผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง ไม่มีแผนผลิตในประเทศ และไม่มีความชัดเจนเรื่องอะไหล่ การรับประกัน และมูลค่ารถมือสอง

อุตสาหกรรมรถยนต์จีนกำลังเปลี่ยนจากช่วงที่ทุกบริษัทพยายามขยายตัว ไปสู่ช่วงที่ต้องเลือกว่าจะเก็บอะไรไว้ ตัดอะไรทิ้ง หรือลงทุนกับธุรกิจอันไหนอย่างจริงจัง

ในช่วงที่ผ่านมา ความยิ่งใหญ่อาจหมายถึงการมีหลายแบรนด์ หลายรุ่น และหลายโรงงาน แต่ในช่วงต่อไป ความแข็งแรงจะวัดจากความสามารถในการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ พัฒนาเทคโนโลยีได้เร็ว และความกล้ารวมการลงทุนไว้กับแบรนด์ที่มีโอกาสชนะจริง

นี่คือเหตุผลที่ดีลระหว่าง FAW และ GAC น่าติดตามครับ

ไม่ใช่เพียงเพราะใครจะเข้าไปถือหุ้นในใคร แต่เพราะดีลนี้อาจทำให้เราเห็นรูปแบบใหม่ของการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมรถยนต์จีน ซึ่งไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการควบรวมบริษัททั้งกลุ่ม แต่อาจค่อยๆ เกิดขึ้นผ่านการรวมสินทรัพย์ โรงงาน แพลตฟอร์ม เทคโนโลยี และเครือข่ายทีละส่วน

และเมื่อ Jigsaw ต่างๆเหล่านี้เริ่มถูกนำมารวมกันเพิ่มขึ้น โครงสร้างของอุตสาหกรรมรถยนต์จีนในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า อาจแตกต่างจากวันนี้อย่างมากครับ เป็นเรื่องที่คนในวงการควรติดตามอย่างใกล้ชิดครับ

ณรงค์ สีตลายน
Narong Sritalayon
Narong Sritalayon
Page: Beyond the Boardroom

Sep 16, 2026

Address


Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when Cars & Trip posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Shortcuts

  • Want your business to be the top-listed autos & automotive service?

Share