Pzero moto oil Fully synthetic oil.🛢️🏍️

น้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ ✅ 100% HONDA Protech Ultra 4AT JASO MB 10W-30 0.8Lรหัสสินค้า  08234-2MBK8LT3ขนาด 0.8 ลิตร 180...
29/03/2023

น้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ ✅ 100% HONDA Protech Ultra 4AT JASO MB 10W-30 0.8L
รหัสสินค้า 08234-2MBK8LT3
ขนาด 0.8 ลิตร 180💵 รวมส่ง🥹

น้ำมันเครื่องเกรดพรีเมียม Honda Protech Ultra 4AT Fully Synthetic น้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 100% มาตรฐาน JASO MB
สำหรับรถสายพาน AT
✅ All New Forza350
✅ Forza300
✅ PCX150
✅ ADV150
✅ CLICK150i
✅ Scoopy-i
✅. Click125
✅ Forza350
✅. PCX160
คุณสมบัติได้แก่
1.ผลิตด้วยน้ำมันพื้นฐานสังเคราะห์แท้ เพิ่มสารลดแรงเสียดทาน Molybdenum Disulfide “ให้เครื่องยนต์ส่งกำลังได้แรงเต็มประสิทธิภาพ”
2.พัฒนาโดยแผนกวิจัยฮอนด้า จึงเป็น “น้ำมันเครื่องจากผู้ผลิตเครื่องยนต์ที่รู้ว่าเครื่องยนต์ต้องการอะไร”
3.ได้การรับรองมาตรฐาน JASO MB จากประเทศญี่ปุ่น เหมาะสำหรับรถพรีเมียม เอ.ที.โดยเฉพาะ
4.ทนทานต่ออุณหภูมิ ช่วยลดการสึกหรอของเครื่องยนต์ในขณะรอบเครื่องสูง
5.ช่วยประหยัดเชื้อเพลิงในทุกสถานะการขับขี่ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

น้ำมันเครื่อง คือ❔          เครื่องยนต์ทุกประเภทจะเคลื่อนที่ได้ก็ต้องอาศัยพลังงาน แต่พลังงานอย่างเดียวยังไม่เพียงพอที่จะ...
29/03/2023

น้ำมันเครื่อง คือ❔
เครื่องยนต์ทุกประเภทจะเคลื่อนที่ได้ก็ต้องอาศัยพลังงาน แต่พลังงานอย่างเดียวยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เนื่องจากขณะที่เครื่องยนต์ทำงานย่อมจะมีชิ้นส่วนต่างๆที่เป็นโลหะเสียดสีกันอยู่ตลอดเวลา ถ้าปล่อยให้เสียดสีกันโดยตรงก็จะเกิดการสึกหรอและเกิดความร้อนสะสมขึ้นเป็นจำนวนมาก เพื่อจะลดการเสียดสีและการสึกหรอที่เกิดขึ้นนั้น จึงต้องอาศัยน้ำมันหล่อลื่นเข้าไปแทรกระหว่างผิวโลหะทั้งสองไม่ให้กระทบกันโดยตรง นอกจากนี้น้ำมันหล่อลื่นยังช่วยระบายความร้อน ทำความสะอาดชิ้นส่วนต่างๆ และอุดช่องว่างระหว่างชิ้นส่วนต่างๆ ป้องกันการรั่วซึมของก๊าซไม่ให้ความดันรั่วไหลทำให้เครื่องยนต์มีกำลังเต็มที่และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงช่วยประหยัดเชื้อเพลิง ระหยัดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง และยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์

1.1 ความหมายของน้ำมันเครื่อง
น้ำมันเครื่อง หมายถึง น้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ที่มีการสันดาปภายใน ซึ่งมีทั้งเครื่องยนต์เบนซินและเครื่องยนต์ดีเซล โดยจะทำหน้าที่หล่อลื่นชิ้นส่วนต่างๆ ที่เคลื่อนไหวภายในเครื่องยนต์ เช่น ลูกสูบเพลาข้อเหวี่ยง เพลาลูกเบี้ยว และแบริ่งต่างๆ เป็นต้น

1.2 องค์ประกอบของน้ำมันเครื่อง
น้ำมันเครื่อง ผลิตจากการผสมน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน (Base Oil) กับสารเพิ่มคุณภาพ(Additives) ในสัดส่วนต่างๆ กัน

น้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน จะทำให้น้ำมันเครื่องมีความหนืดหรือความข้นใสตามที่ต้องการ มี 2 ประเภทได้แก่
น้ำมันแร่ (Mineral Oil)
เป็นน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานซึ่งได้จากการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียมโดยตรง

น้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานสังเคราะห์ (Synthetic Base Oil)
เป็นการนำผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมหรือน้ำมันแร่ไปผ่านกระบวนการทางเคมีให้มีคุณภาพดีขึ้น มีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า แต่มีราคาแพงกว่าน้ำมันแร่

สารเพิ่มคุณภาพ จะช่วยทำให้น้ำมันเครื่องมีคุณสมบัติด้านการใช้งานที่เหมาะสมกับเครื่องยนต์ เช่น
– สารป้องกันการกัดกร่อน
– สารป้องกันสนิม
– สารต้านทานการรวมตัวกับออกซิเจนในอากาศ
– สารชะล้างและกระจายสิ่งสกปรก
– สารป้องกันการเกิดฟอง
– สารลดจุดไหลเท
– สารรับแรงกดสูง
– สารเพิ่มดัชนีความหนืด ฯลฯ

น้ำมันเครื่องจะมีคุณสมบัติที่ดีได้ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้น้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานและสารเติมแต่งที่เหมาะสม และจะต้องผ่านการทดสอบกับเครื่องยนต์หลายๆ ประเภทเป็นเวลานานตามมาตรฐาน เพื่อให้เกิดความมั่นใจในคุณภาพและให้เหมาะสมกับการใช้งานของเครื่องยนต์แต่ละประเภท

โปรดอ่าน! 📍
>> การจัดส่ง สินค้ามีการจัดส่งทุกวัน
> ลูกค้าสั่งสินค้าไม่เกิน 10.00 น. สินค้าจัดส่งภายในวันนั้น
> ลูกค้าสั่งสินค้าหลัง 10.00 น. สินค้าจัดส่งภายในวันถัดไป

หน้าที่ของน้ำมันเครื่อง✅(1) หล่อลื่นชิ้นส่วนต่างๆ ที่เคลื่อนไหวภายในเครื่องลดแรงเสียดทานและป้องกันการสึกหรอเครื่องยนต์ปร...
29/03/2023

หน้าที่ของน้ำมันเครื่อง✅
(1) หล่อลื่นชิ้นส่วนต่างๆ ที่เคลื่อนไหวภายในเครื่อง
ลดแรงเสียดทานและป้องกันการสึกหรอเครื่องยนต์ประกอบด้วยชิ้นส่วนโลหะที่เคลื่อนไหวอยู่หลายส่วนด้วยกัน เมื่อเครื่องยนต์
ทำงานชิ้นส่วนต่างๆ ที่มีการเคลื่อนที่จะเสียดสีกัน ทำให้เกิดความฝืด แรงเสียดทาน และการสึกหรอน้ำมันเครื่องจะสร้างฟิล์มบางๆ เข้าไปแทรกอยู่ระหว่างผิวหน้าของชิ้นส่วนต่างๆ เหล่านั้น เพื่อป้องกันการสัมผัสกันโดยตรงของโลหะ ลดการเสียดสี ลดแรงเสียดทาน และลดการสึกหรอ ทำให้เครื่องยนต์มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น

(2) ช่วยระบายความร้อนให้แก่เครื่องยนต์
ขณะเครื่องยนต์ทำงานจะเกิดความร้อนขึ้นกับชิ้นส่วนภายในเครื่องน้ำมันเครื่องจะเข้าไปช่วยดูดซับความร้อนที่เกิดขึ้นกับชิ้นส่วนต่างๆ ออกมา และควบคุมอุณหภูมิของเครื่องยนต์ให้เหมาะสมเพื่อจะได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

(3) ชะล้างสิ่งสกปรกต่างๆ
ที่เกิดจากการเผาไหม้เมื่อเครื่องยนต์ทำงานจะก่อให้เกิดสิ่งสกปรกหรือเขม่าตกค้างจากการเผาไหม้เกาะติดอยู่เป็นจำนวนมาก น้ำมันเครื่องจะมีสารชะล้างสิ่งสกปรกต่างๆ เมื่อไหลเวียนไปตามจุดต่างๆ ของเครื่องยนต์ก็จะชำระล้างสิ่งสกปรก หรือเขม่า และตะกอนที่สะสมอยู่ไหลปะปนมากับน้ำมันเครื่องแล้วเข้าสู่ไส้กรองน้ำมันเครื่อง

(4) ช่วยในการรักษากำลังอัดของเครื่องยนต์
น้ำมันเครื่องจะแทรกเข้าไประหว่างลูกสูบ แหวนลูกสูบและกระบอกสูบ ซึ่งเป็นกระบวนการสร้างแรงอัดให้กับเครื่องยนต์ ป้องกันก๊าซที่เป็นส่วนผสมของเชื้อเพลิงกับอากาศไม่ให้เล็ดลอดผ่านช่องห่างระหว่างแหวน เพื่อไม่ให้กำลังอัดของเครื่องยนต์ที่อยู่บริเวณบนหัวลูกสูบรั่วไหลออกจากห้องเผาไหม้จนทำให้เครื่องยนต์ไม่มีกำลัง

(5) ป้องกันสนิมและการกัดกร่อนของชิ้นส่วนเครื่องยนต์
กรดที่เกิดขึ้นจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงทำให้ชิ้นส่วนของเครื่องยนต์ถูกกัดกร่อน น้ำมันเครื่องจะเคลือบผิวชิ้นส่วนของเครื่องยนต์ ป้องกันการเกิดสนิมและทำให้ความเป็นกรดลดลง

โปรดอ่าน! 📍
>> การจัดส่ง สินค้ามีการจัดส่งทุกวัน
> ลูกค้าสั่งสินค้าไม่เกิน 10.00 น. สินค้าจัดส่งภายในวันนั้น
> ลูกค้าสั่งสินค้าหลัง 10.00 น. สินค้าจัดส่งภายในวันถัดไป

ทำความรู้จักกับกรองน้ำมันเครื่อง🙌👇กรองน้ำมันเครื่องเป็นอุปกรณ์ที่เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องยนต์ มีลักษณะเป็นกระป๋องเหล็กทรง...
29/03/2023

ทำความรู้จักกับกรองน้ำมันเครื่อง🙌👇

กรองน้ำมันเครื่องเป็นอุปกรณ์ที่เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องยนต์ มีลักษณะเป็นกระป๋องเหล็กทรงกระบอก ซึ่งภายในประกอบด้วย

กระป๋องเหล็ก (Canister) คือ ภาชนะของแผ่นกรอง และ ทำหน้าที่เป็นตัวกักเก็บสิ่งสกปรก
ฝาหน้ากรอง (Base Plate) ประกอบไปด้วย เกลียวแป้นน้ำมันเครื่อง ซีลยางกันน้ำมันรั่ว รูน้ำมันไหลเข้า และ รูน้ำมันไหลออก
ยางกันย้อนกลับ (Anti-drainback Valve) มีหน้าที่ทำให้น้ำมันเครื่องไหลไปในทิศทางเดียว จะปิดก็ต่อเมื่อเครื่องยนต์ดับสนิทแล้ว
แผ่นกรอง (Filter Media) คือ แผ่นที่ทำมาจากเส้นใยสังคราะห์แบบพิเศษ ทำหน้าที่ดักจับสิ่งสกปรกต่างๆ ในน้ำมันเครื่อง
วาล์วฉุกเฉิน (Bypass Valve) วาล์วนี้จะทำหน้าที่ก็ต่อเมื่อน้ำมันเครื่องไหลผ่านแผ่นกรองไม่ทันหรือไหลผ่านได้ไม่เร็วพอ วาล์วฉุกเฉินจะเปิดเพื่อให้น้ำมันเข้าไปลี้ยงเครื่องยนต์ได้อย่างเพียงพอ
สปริงกด (Spring) มีหน้าที่ดันแผ่นกรองให้ติดกับฝาหน้ากรอง ทำให้มีประสิทธิภาพในการดักจับสิ่งสกปรกได้ดี

โปรดอ่าน! 📍
>> การจัดส่ง สินค้ามีการจัดส่งทุกวัน
> ลูกค้าสั่งสินค้าไม่เกิน 10.00 น. สินค้าจัดส่งภายในวันนั้น
> ลูกค้าสั่งสินค้าหลัง 10.00 น. สินค้าจัดส่งภายในวันถัดไป

น้ำมันเครื่อง Power1 ขวดทอง ความหนืด 10w-30 150💵- สำหรับใส่รถ 4 จังหวะ ทั่วไป - ใส่ได้ทั้งหัวฉีดและไม่หัวฉีด- มี 2 ขนาด ...
29/03/2023

น้ำมันเครื่อง Power1 ขวดทอง ความหนืด 10w-30
150💵
- สำหรับใส่รถ 4 จังหวะ ทั่วไป
- ใส่ได้ทั้งหัวฉีดและไม่หัวฉีด
- มี 2 ขนาด 1 ลิตร และ 0.8 ลิตร

น้ำมันเครื่อง Power1 Auto แถมเฟืองท้าย ความหนืด 10w-40 200💵
-ใส่รถ4จังหวะมีเกียร์
- ขนาด 0.8 ลิตร + เฟืองท้าย Castral 120 มิลลิลิตร

โปรดอ่าน! 📍
>> การจัดส่ง สินค้ามีการจัดส่งทุกวัน
> ลูกค้าสั่งสินค้าไม่เกิน 10.00 น. สินค้าจัดส่งภายในวันนั้น
> ลูกค้าสั่งสินค้าหลัง 10.00 น. สินค้าจัดส่งภายในวันถัดไป

เราควรจะเปลี่ยนกรองน้ำมันเครื่องเมื่อไหร่?เราควรจะเปลี่ยนกรองน้ำมันเครื่องก็ต่อเมื่อเราเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องใหม่ โดยแ...
29/03/2023

เราควรจะเปลี่ยนกรองน้ำมันเครื่องเมื่อไหร่?

เราควรจะเปลี่ยนกรองน้ำมันเครื่องก็ต่อเมื่อเราเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องใหม่ โดยแต่ละศูนย์บริการก็จะมีช่างที่คอยสอบถามว่าจะเปลี่ยนน้ำมันเครื่องพร้อมกรองน้ำมันเครื่องเลยหรือไม่ แนะนำว่าเมื่อใดก็ตามที่น้ำมันเครื่องถึงระยะที่ควรเปลี่ยนถ่ายแล้ว ให้เปลี่ยนกรองน้ำมันเครื่องไปพร้อมกันเลยจะดีที่สุด

ในมุมมองของผู้ชี่ยวชาญทางด้านรถยนต์ จะแนะนำให้เปลี่ยนกรองน้ำมันเครื่องทุกๆ 20,000 กิโลเมตร เพื่อประสิทธิภาพที่ดีในการดักจับเศษสิ่งสกปรก หรือสามารถสังเกตอาการเบื้อต้นได้ถ้าหากรถมีอาการเร่งความเร็วไม่ค่อยขึ้น แรงดันน้ำมันต่ำ หรือ สีของควันรถผิดปกติ ก็สามารถเข้าไปตรวจเช็คน้ำมันเครื่องหรือกรองน้ำมันเครื่องที่ศูนย์บริการได้เลยครับ

มาตรฐานของน้ำมันเครื่อง       การเลือกซื้อน้ำมันเครื่องให้เหมาะกับเครื่องยนต์แต่ละประเภท แต่ละภูมิอากาศ และสภาพของเครื่อ...
29/03/2023

มาตรฐานของน้ำมันเครื่อง

การเลือกซื้อน้ำมันเครื่องให้เหมาะกับเครื่องยนต์แต่ละประเภท แต่ละภูมิอากาศ และสภาพของเครื่องยนต์ที่มีปัจจัยต่างๆในการเลือกซื้อ โดยมักดูที่ค่าความหนืดและคุณภาพของของผลิตภัณฑ์ที่กำกับโดยมาตรฐานต่างๆ เช่น

SAE - SOCIETY OF AUTOMOTIVE ENGINEERS

API- AMERICAN PETROLEUM INSTITUTE

US MILITARY CLASSIFICATION-สถาบันทางทหารของสหรัฐอเมริกา

ASTM- AMERICAN SOCIETY FOR TESTING AND MATERIALS

CCMC – COMITEE OF COMMON MARKET CONSTRUCTION

ในที่นี้จะพูดถึงมาตรฐานที่ใช้กันหลักๆ 2 ประเภท คือ SAE และ API

มาตรฐาน SAE

มาตรฐาน SAE จะประกอบด้วยตัวเลข 2 ชุด คือ SAE XW-XX

โดยตัวเลขชุดหน้าแสดงถึงการวัดค่ามาตรฐานในเขตหนาว (สัญลักษณ์ W- Winter Grade) จะเป็นการวัดค่าต้านทานการเป็นไข โดยวัดตั้งแต่อุณหภูมิ 20 องศาเซสเซียส ต่ำลงมาจนถึงจุดเยือกแข็งตั้งแต่ 0 องศาเซสเซียสจนถึง -30 องศาเซสเซียส โดยตัวอักษร W ที่ระบุแสดงถึง WINTER โดยตัวเลขค่าต่างๆ สามารถสรุปผลได้เป็น ดังนี้

0W คือ ความสามารถคงความข้นใสไว้ได้ต่ำกว่า -30 องศาเซสเซียส โดยไม่เป็นไข

5W คือ ความสามารถคงความข้นใสไว้ได้ถึง -30 องศาเซสเซียส โดยไม่เป็นไข

10W คือ ความสามารถคงความข้นใสไว้ได้ถึง -20 องศาเซสเซียส โดยไม่เป็นไข

15W คือ ความสามารถคงความข้นใสไว้ได้ถึง -10 องศาเซสเซียส โดยไม่เป็นไข

20W คือ ความสามารถคงความข้นใสไว้ได้ถึง 0 องศาเซสเซียส โดยไม่เป็นไข

ตัวเลขชุดหลัง แสดงถึงการวัดค่าความหนืดที่อุณหภูมิ 100 องศาเซสเซียส แทนค่าออกมาเป็นตัวเลขเรียกว่า เบอร์ของน้ำมันเครื่อง (NUMBER) เช่น 30, 40, 50 เป็นต้น โดยตัวเลขที่มากขึ้น แสดงถึง ความหนืดน้ำมันที่มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ความหนืดมิได้เป็นตัวบอกคุณภาพของน้ำมันเครื่องนั้น ๆ ผู้ใช้ควรเลือกน้ำมันเครื่องที่มีความหนืดที่เหมาะสมกับสภาพของเครื่องยนต์ และสภาพการใช้งานของท่าน เช่น หากรถของท่านเป็นรถใหม่ ก็ควรเลือกใช้น้ำมันเครื่องที่มีเบอร์ความหนืดใส(เบอร์น้อยๆ) จะช่วยในการประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น เช่น SAE 10W-30 เป็นต้น แต่หากรถของท่านเป็นรถเก่า มีอาการกินน้ำมันเครื่อง ก็ควรเลือกใช้น้ำมันเครื่องที่มีเบอร์ความหนืดที่ข้นมากขึ้น เพื่อช่วยลดปัญหาการกินน้ำมันเครื่อง เช่น SAE 20W-50 เป็นต้น

มาตรฐาน API

มาตรฐาน API เป็นตัวบ่งบอกคุณภาพของน้ำมันเครื่อง โดยมาตรฐาน API จะขึ้นต้นด้วย API และตามด้วย

S- โดย S - Service Station Classifications สำหรับเครื่องยนต์เบนซิล

C- โดย C - COMMERCIAL SERVICE-COMPRESSION IGNITION สำหรับเครื่องยนต์ดีเซล

นั่นคือจะมีเฉพาะตัวอักษรด้านท้ายตัวเดียวเท่านั้นที่เปลี่ยนแปลง โดยอักษรตัวสุดท้ายจะเริ่มต้นตามภาษาอังกฤษ คือ A B C ... ไล่ไปเรื่อยๆ ยิ่งไกลจากตัว A เท่าไรแสดงว่า เป็นเกรดคุณภาพสูงขึ้น API มีการประกาศใช้ระดับมาตรฐานใหม่ไม่บ่อยทุก 3-10 ปี ไล่ห่างจากตัว A และบางตัวอักษรก็ข้ามไป ของเบนซินและดีเซล ไล่ออกมาไม่เท่ากัน ส่วนระดับมาตรฐานเก่าๆ ก็จะไล่ยกเลิกไปโดยปริยาย เพราะมีผลิตภัณฑ์ที่ดีกว่าออกสู่ตลาด

เกรดของน้ำมันเบนซิน API SA SB SC SD SE SF SG SH SJ SL SM SN

เกรดของน้ำมันดีเซล API CA CB CC CD CE CF-4 CG-4 CH-4 CI-4 (ส่วนเลข 4 จะหมายถึงใช้กับเครื่องยนต์แบบ 4 จังหวะ)

ในน้ำมันบางยี่ห้อ อาจระบุ API SM/CF อักษรนำหน้าจะเป็นตัว S แล้วตามด้วยว่าถ้านำไปใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลจะมีค่ามาตรฐาน C อักษรใดขึ้นก่อน ถือว่าเป็นน้ำมันเครื่องที่เหมาะกับเครื่องยนต์เชื้อเพลิงนั้น

ตัวอย่าง การอ่านค่าความหนืด

SAE 5W-30 และ API SM/CF คือ มาตรฐานความข้นใสตามมาตรฐาน SAE เบอร์ 30 ค่าต้านทานความเป็นไข 5W หรือ -30 องศาเซสเซียส ตามมาตรฐาน API ใช้กับเครื่องยนต์เบนซิล ในระดับ SM ส่วนถ้าใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลจะอยู่ในระดับ CF เท่านั้น

SAE 15W-40 และ API CH-4/SL คือ มาตรฐานความข้นใสตามมาตรฐาน SAE เบอร์ 40 ค่าต้านทานความเป็นไข 15W หรือ -10 องศาเซสเซียส ตามมาตรฐาน API ใช้กับเครื่องยนต์ดีเซล ในระดับ CH-4 ส่วนถ้าใช้กับเครื่องยนต์เบนซิล จะอยู่ในระดับ SL

น้ำมันเครื่องสเคราะห์แท้สำหรับรถมอเตอร์ไซค์พัฒนาขึ้นมาจากเทคโนโลยี RCE👌🥇 500💸ออกแบบมาเพื่อให้เชลล์มอบการปกป้องอย่างหนือช...
29/03/2023

น้ำมันเครื่องสเคราะห์แท้สำหรับรถมอเตอร์ไซค์พัฒนาขึ้นมาจากเทคโนโลยี RCE👌🥇 500💸

ออกแบบมาเพื่อให้เชลล์มอบการปกป้องอย่างหนือชั้น และให้สมรรถนะสูงสุดแก่รถมอเตอร์ไซค์ 4 จังหวะรุ่นใหม่ เชลล์ แอ๊ดว้านซ์ อัลตร้า มอบการปกป้อง เสริมสมรรถนะของรถมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ทุกประเภท ไม่ว่าจะมีขนาดเครื่องยนต์เท่าใดก็ตาม ควบคุมเครื่องยนต์อย่างดีเยี่ยมด้วยการเปลี่ยนเกียร์อย่างนุ่มนวล พร้อมลดแรงสั่นสะเทือนและเสียงดังของเครื่องยนต์ขณะขับขี่ ให้คุณบิดสนุกทุกเส้นทาง เทคโนโลยีสูตรสังเคราะห์แท้ช่วยยืดอายุการใช้งานเครื่องยนต์ให้ยาวนานยิ่งขึ้น

คุณลักษณะสำคัญของเชลล์ แอ๊ดว้านซ์ อัลตร้า:

เทคโนโลยีน้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ เพื่อที่สุดแห่งการปกป้องและให้สมรรถนะสูงสุด และน่าเชื่อถือที่สุดของเชลล์
ทนทานต่อแรงเฉือนได้อย่างยอดเยี่ยม ช่วยลดการสั่นสะเทือนและเสียงดังของเครื่องยนต์
ควบคุมแรงเสียดทานอย่างสูงสุด เพื่อการเข้าคลัตช์และเปลี่ยนเกียร์อย่างนุ่มนวล
ประสิทธิภาพการหล่อลื่นอย่างสูงสุดจากเชลล์ เพื่อป้องกันการสึกหรอของชุดวาล์วอย่างดีเยี่ยม
เทคโนโลยี RCE* ของเชลล์ แอ๊ดว้านซ์ ช่วยให้รถมอเตอร์ไซค์ขับเคลื่อนด้วยศักยภาพสูงสุด และตอบสนองรวดเร็วเพียงปลายนิ้วสัมผัส
ลดคราบยางเหนียวและเขม่าของเครื่องยนต์

- น้ำมันเครื่องสังเคราะห์สำหรับเครื่องยนต์ 4 จังหวะ
- เพิ่มให้สมรรถนะสูงสุดแก่รถมอเตอร์ไซค์ 4 จังหวะรุ่นใหม่ทุกประเภท ทุกขนาด
- ควบคุมเครื่องยนต์อย่างดีเยี่ยมด้วยการเปลี่ยนเกียร์อย่างนุ่มนวล
- ลดแรงสั่นสะเทือนและเสียงดังของเครื่องยนต์ขณะขับขี่
- สามารถยืดอายุการใช้งานเครื่องยนต์ให้ยาวนานยิ่งขึ้น
- เหมาะสำหรับเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์

*RCE ย่อมาจาก Reliability of oil-performance, Control, Enjoyable ride (สมรรถนะของน้ำมันหล่อลื่นที่น่าเชื่อถือและเต็มเปี่ยมไปด้วยความสนุกสนานและความสามารถในการควบคุมด้านต่างๆ)

ระยะเปลี่ยนถ่าย 10,000 km

เกรดความหนืด: SAE J 300 10W-40 และ 15W-50 ทั้งสองแบบผ่านมาตรฐานและการรับรองจาก: API SM และ JASO MA2

โปรดอ่าน! 📍
>> การจัดส่ง สินค้ามีการจัดส่งทุกวัน
> ลูกค้าสั่งสินค้าไม่เกิน 10.00 น. สินค้าจัดส่งภายในวันนั้น
> ลูกค้าสั่งสินค้าหลัง 10.00 น. สินค้าจัดส่งภายในวันถัดไป

สีน้ำมันเครื่อง บอกสุขภาพ ของรถยนต์🏁🚘   การเช็คน้ำมันเครื่อง รถยนต์ดูระดับความสม่ำเสมอของน้ำมันเครื่องและสีน้ำมันเครื่อง...
29/03/2023

สีน้ำมันเครื่อง บอกสุขภาพ ของรถยนต์🏁🚘
การเช็คน้ำมันเครื่อง รถยนต์ดูระดับความสม่ำเสมอของน้ำมันเครื่องและสีน้ำมันเครื่องจะช่วยให้คุณเข้าใจถึงสุขภาพของเครื่องยนต์ได้อย่างรวดเร็วช่วยให้คุณมองเห็นปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เช่น การปนเปื้อนและการรั่วไหลของน้ำมันเครื่องรถยนต์ ทำให้คุณแก้ไขปัญหาและเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรถยนต์ ได้ทันถ่วงที

ซึ่งสีของ น้ำมันเครื่องรถยนต์ สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามอายุการย่อยสลายของสารเติมแต่งสารปนเปื้อนและความร้อนรวมถึงปัจจัยอื่น ๆ ร่วมด้วย แต่อย่างไรก็ไม่ควรใช้สีน้ำมันเครื่องรถยนต์เพียงอย่างเดียวในการพิจารณาเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรถยนต์ เพราะผู้ผลิตรถยนต์ส่วนใหญ่แนะนำให้ใช้ระยะทางสภาพการขับขี่และช่วงเวลาการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรถยนต์ ในคู่มือรถของคุณเพื่อบอกเวลาที่จะเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรถยนต์ของคุณครั้งต่อไป
วิธีตรวจเช็ค สีน้ำมันเครื่อง
• การเช็คน้ำมันเครื่องรถยนต์ สามารถเช็คดูได้จากสีน้ำมันเครื่องรถยนต์ ของคุณ ซึ่งใช้เวลาไม่นานนักและยังช่วยให้คุณ ตรวจเช็คระดับ น้ำมันเครื่องรถยนต์ ได้ในเวลาเดียวกันอีกด้วย เมื่อคุณพร้อมที่จะตรวจเช็คน้ำมันเครื่อง ให้จอดรถบนพื้นราบและปล่อยให้เครื่องยนต์เย็นลงประมาณ 10 หรือ 15 นาที

• เมื่อเครื่องยนต์เย็นลงให้เปิดฝากระโปรงเพื่อทำการตรวจเช็คน้ำมันเครื่องรถยนต์ และหาก้านวัดน้ำมันเครื่อง โดยทั่วไปจะมีแถบดึงพลาสติกสีส้มหรือสีแดงติดมากับรถของคุณ และสามารถเปิดดูวิธีใช้งานจากคู่มือการใช้รถของคุณร่วมในการเช็คน้ำมันเครื่องรถยนต์ ด้วยก็ได้

• ดึงก้านวัดน้ำมันออกเช็ดทำความสะอาดด้วยกระดาษหรือเศษผ้า จากนั้นวางกลับเข้าไปในท่อจนสุด รอสักครู่แล้วดึงออกมาเช็คน้ำมันเครื่องอีกครั้งและให้สังเกตระดับน้ำมันเครื่องรถยนต์ และ สี ความหนืด ของน้ำมันเครื่อง เพื่อเช็คน้ำมันเครื่องรถยนต์ แล้วทำการประเมินและเช็คน้ำมันเครื่องว่า มีสี มีปริมาณ ที่ผิดปกติไหม

สีของน้ำมันเครื่อง

โดยปกติแล้วน้ำมันเครื่องรถยนต์ ที่ใหม่เอี่ยมจะมีสีเหลืองโปร่งแสงเล็กน้อย ซึ่งสีมีความสม่ำเสมอ หลังจากเติมน้ำมันใหม่ลงในมอเตอร์ของคุณแล้วน้ำมันจะไหลเวียนผ่านบล็อกเครื่องยนต์ไปหล่อลื่นชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวในเครื่องยนต์ ช่วยระบายความร้อน และทำความสะอาดเครื่องยนต์ ช่วยยับยั้งสนิม การกัดกร่อนจากการก่อตัวในขณะที่ทำงาน

เมื่อเวลาผ่านไป สีน้ำมันเครื่องรถยนต์ มักจะมีสีเข้มขึ้น ซึ่งทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพน้อยลง อาจส่งผลต่อสุขภาพเครื่องยนต์ของคุณทำให้เกิดการสึกหรอและสิ้นเปลืองน้ำมัน ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ตามระยะเวลาที่กำหนดหรือคำแนะนำจากร้านเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง การเปลี่ยนน้ํามันเครื่องนั้นจึงเป็นสิ่งที่ผู้ใช้รถยนต์ ไม่ควรละเลย

น้ำมันเครื่อง สีเหลืองโปร่งแสง
คือสีน้ำมันเครื่อง ที่สะอาดมีประสิทธิภาพ แต่สีน้ำมันเครื่อง ขึ้นอยู่กับประเภทของน้ำมันในรถและอายุรถของคุณด้วย จากข้อมูลของ Car Buyer Labs สารเติมแต่งบางชนิดอาจทำให้น้ำมันของคุณมีสีเข้มขึ้นเร็วขึ้น น้ำมันเครื่องจะมีสีเข้มขึ้น เมื่อมีการดูดซับการเผาไหม้ ด้วยเหตุนี้สีเหลืองที่เข้มขึ้นจึงอาจจะไม่ได้เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าน้ำมันเครื่องของคุณเก่าหรือสกปรก ในความเป็นจริงการทำให้น้ำมันมีสีเข้มขึ้นอาจบ่งบอกว่ามันทำงานได้ดี

น้ำมันเครื่อง สีดำ
คือ น้ำมันเครื่อง ที่เปลี่ยนจากสีเหลืองมาเป็นสีดำ อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า น้ำมันเครื่อง ของคุณเก่าแล้ว ยิ่งถ้าเป็น น้ำมันเครื่อง ที่มีตะกอน ควรรีบทำการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ทันที แต่ถ้าในบางกรณีน้ำมันเครื่องสีดำสามารถบ่งบอกถึงการอุดตันในระบบการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งอาจมีสิ่งปนเปื้อนเข้าไปในเครื่องยนต์ทำให้เครื่องยนต์มีสมรรถนะไม่ดีอาจส่งผลทำให้เครื่องยนต์มีปัญหาได้ ควรนำรถยนต์ไปเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง เพราะเปลี่ยนน้ำมันเครื่องนั้น ไม่ควรละเลย เพื่อป้องกันไม่ให้เสี่ยงต่อการสึกหรอของเครื่องยนต์

น้ำมันเครื่อง สีน้ำตาล หรือสีเทา
หากน้ำมันเครื่อง ของคุณเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลหรือเทาที่ผสมกับน้ำนม มีฟองอากาศลอยอยู่บนผิวของ น้ำมันเครื่อง อาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่า น้ำมันเครื่อง มีการปนเปื้อนจากการรั่วไหลของสารหล่อเย็น หรือเครื่องยนต์เดินเบามากเกินไปไม่มีอุณหภูมิในทำงาน ซึ่งมักจะเกิดขึ้นจาก ที่เราขับขี่รถยนต์เพียงระยะสั้น ๆ หรือไม่ค่อยได้ขับขี่รถยนต์นั้นเอง

น้ำมันเครื่อง สีสนิม
ตามข้อมูลของ Chicago Tribune ผู้ขับขี่รถยนต์รุ่นเก่าและอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีอากาศชื้นหรือเย็นอาจพบว่า น้ำมันเครื่อง เกิดมีสีสนิมได้ เนื่องจากสภาพความชื้นอาจทำให้เกิดการควบแน่นและสนิมที่พื้นผิวที่ก้านวัดน้ำมันโลหะ ส่งผลให้มีการอ่านค่าสีสนิมเมื่อตรวจเช็คน้ำมันเครื่อง

ตรวจเช็ค น้ำมันเครื่อง เป็นประจำ
เพราะ สีของน้ำมันเครื่อง ไม่ใช่ตัวบ่งชี้ปัญหาทั้งหมด ขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละบุคคลด้วย อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญคือต้อง หมั่นตรวจเช็คน้ำมันเครื่อง คอยสังเกตการเปลี่ยนแปลงของสี น้ำมันเครื่อง และ ตรวจเช็คปริมาณของ น้ำมันเครื่อง ร่วมด้วย เนื่องจากสามารถช่วยบอกคุณเกี่ยวกับปัญหาและบอกเวลาเมื่อถึงกำหนดการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ของคุณได้!

น้ำมันเครื่อง มีวันหมดอายุ คุณรู้หรือเปล่า?ใด ๆ ในโลกล้วนอนิจจัง หลาย ๆ ท่านน่าจะเคยได้ยินโคลงกลอนบทนี้เป็นแน่ ซึ่งมันหม...
29/03/2023

น้ำมันเครื่อง มีวันหมดอายุ คุณรู้หรือเปล่า?
ใด ๆ ในโลกล้วนอนิจจัง หลาย ๆ ท่านน่าจะเคยได้ยินโคลงกลอนบทนี้เป็นแน่ ซึ่งมันหมายความว่า “ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกล้วนไม่เที่ยงแท้เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ” ซึ่งคำกล่าวนี้น่าจะจริงแท้ เป็นเหมือนกฎของธรรมชาติ ทุกสิ่งล้วนแล้วแต่เกิดมา ตั้งอยู่และดับไป แต่เดี๋ยว นี้มันเว็บไซต์มอเตอร์ไซค์นะ อ่อ ใช้ครับ ยังเปิดเว็บถูกอยู่ มาวันนี้ผมจะมาเสนอ เรื่องราวของ น้ำมันเครื่อง มีวันหมดอายุ ด้วยนะ อย่างที่ผมเกริ่นมาเลย ว่าแต่คุณล่ะ คุณรู้หรือเปล่า?คอนเทนต์นี้เราจะพูดถึงน้ำมันเครืองที่อยู่ในขวด อยู่ในแกลลอน วางตั้งอยู่บนเชลฟ์เนี่ยล่ะครับ อย่าคิดว่ามันอยู่ในขวดดี ๆ แล้วมันจะไม่หมดอายุ จริง ๆ แล้วมันมีวันหมดอายุนะเออ แต่ข้างขวดขางแกลลอนหรือบรรจุภัณฑ์ของมันเนี่ยมันไม่ได้มีวันหมดอายุเหมือนนมกล่องนมขวดหรืออาหารกระป๋องเนี่ยสิ ทำให้บางคนพาลคิดว่ามันไม่มีวันหมดอายุทั้งนี้น้ำมันเครื่องส่วนใหญ่จะมีวันที่ผลิตบอกอยู่ ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งที่ดูกันแบบง่าย ๆ วันเดือนปี จบเลยก็มี หรือบางครั้งก็ต้องตีความ ซึ่งตรงนี้ก็จะแตกต่างตามแต่ละยี่ห้อไปครับตัวอย่าง เช่น 02911 หมายถึง วันที่ 29 ของปี 2011 ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้จริง น้ำมันตัวนี้ก็น่าจะหมดอายุแล้วหรือ 1A20 หมายถึง วันที่ 1 มกราคม 2020 เป็นต้น
แล้วมันหมดอายุได้ยังไง ถามว่ามันจะหมดอายุได้อย่างไร ก็บอกว่าต้องดูหลาย ๆ ปัจจัยกันไปครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วน้ำมันเครื่องที่เราคิดว่าอยู่ในบรรจุภัณฑ์ดี ๆ ซีลเอาไว้ยังไม่ได้เปิด มันไม่น่าจะเสื่อมหรือไม่หมดอายุ แต่จริง ๆ แล้วมันจะเสื่อมคุณภาพไปเรื่อย ๆ หลังจากผ่านระยะเวลาไปไม่กี่ปี แม้ว่าจะไม่ได้เปิดมันออกมาใช้เลยก็เถอะ

การที่น้ำมันจะเสื่อมคุณภาพหรือหมดอายุนั้นมีหลายปัจจัยด้วยกัน เช่น การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิในที่จัดเก็บแบบอย่างรุนแรง การออกซิเดชัน และสารเติมแต่งที่ใส่เข้าไปในน้ำมันเครื่อง เป็นต้น เรียกว่าการจัดเก็บที่ไม่เหมาะสมจะยิ่งส่งผลให้น้ำมันเครื่องเสื่อมคุณภาพหรือหมดอายุได้เร็วขึ้น

แล้วมันอยู่ได้นานแค่ไหน
น้ำมันเครื่องจะหมดอายุเมื่อไหร่นั้น นอกจากจะขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกที่ผมกล่าวไปข้างต้นแล้ว ชนิดของน้ำมันเครื่องเองก็มีผลด้วยเช่นกัน โดยชนิดของน้ำมันเครื่องที่พูดถึงก็คือ น้ำมันเครื่องธรรมดา น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ และน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ นั่นเอง โดยน้ำมันเครื่องธรรมดาจะมีสิ่งเจือปนอยู่มาก และนั่นทำให้อายุเชลฟ์หรืออายุในการเก็บไม่ยาวนาน

ส่วนน้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์และน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ จะมีการเติมสารเสริมประสิทธิภาพเข้ามา ทำให้สามารถรองรับการใช้งานอุณหภูมิสูง ๆ ได้ ทำให้สามารถเก็บไว้ได้ยาวนานกว่าน้ำมันเครื่องธรรมดาตามไปด้วย นอกจากนี้อายุยังขึ้นอยู่กับการเก็บอีกด้วย

น้ำมันเครื่องที่ยังไม่เปิดใช้ โดยปกติแล้วน้ำมันเครื่องที่ยังไม่เปิดใช้จะมีอายุเชลฟ์หรืออายุในการวางจำหน่ายระยะเวลานึง ซึ่งก็จะมีอายุประมาณ 2 – 5 ปี ขึ้นอยู่กับชนิดของน้ำมัน แน่นอนว่ายิ่งเก็บไว้นานสารเสริมคุณภาพในน้ำมันก็จะเสื่อมประสิทธิภาพลงไปด้วย
น้ำมันเครื่องที่เปิดใช้แล้ว (แต่ยังไม่หมด) แน่นอนว่าอายุ 2 – 5 ปี นั้นคือน้ำมันเครื่องที่ยังไม่เปิด แต่ถ้าเปิดใช้งานแล้ว ก็จะเริ่มเสื่อมคุณภาพอย่างรวดเร็ว เนื่องจากการออกซิเดชัน เพราะน้ำมันได้มีโอกาสสัมผัสกับอากาศ หรือออกซิเจน ความชื่น รวมถึงฝุ่นละอองในอากาศ ทำให้น้ำมันเสื่อมคุณภาพได้เร็วขึ้น ดังนั้นจึงควรใช้ให้หมดภายใน 1 ปีหลังจากเปิด หรือเร็วกว่านั้น
น้ำมันเครื่องที่ตกค้างในเครื่องยนต์ ถ้าคุณใช้งานรถเป็นประจำ หรือเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามระยะตลอด คุณไม่ต้องห่วงเรื่องในเรื่องนี้ อย่างไรก็ดี ในการเปลี่ยนถ่ายแต่ละครั้ง คุณต้องเช็คให้แน่ใจทุกครั้งว่าน้ำมันเครื่องเก่าต้องถูกถ่ายออกจนหมด หากว่ารถของคุณจอดนานเป็นเดือน ๆ
น้ำมันเครื่องที่ไม่ได้ไหลเวียนไปหล่อลื่นชิ้นส่วนต่าง ๆ ของเครื่องยนต์นั้นไม่ต่างอะไรกับน้ำมันเครื่องที่เปิดใช้งานแล้ว มันจะเกิดการออกซิเดชันและเริ่มตกตะกอนนอนจับตัวเป็นก้อนอยู่ที่ด้านล่าง และอาจจะทำให้เกิดการกัดกร่อนชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ได้อีกด้วย

6 นิสัยการขับขี่ที่ทำให้รถยนต์เสื่อมสภาพ (ไว)❌❗️1. ไม่เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามเวลาที่กำหนดคุณทราบหรือไม่ว่า น้ำมันหล่...
29/03/2023

6 นิสัยการขับขี่ที่ทำให้รถยนต์เสื่อมสภาพ (ไว)❌❗️

1. ไม่เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามเวลาที่กำหนด

คุณทราบหรือไม่ว่า น้ำมันหล่อลื่น หรือ น้ำมันเครื่อง เป็นส่วนประกอบสำคัญต่อระบบการทำงานของเครื่องยนต์ โดยน้ำมันหล่อลื่นจะมีหน้าที่หลักในการช่วยลดแรงฝืดหรือแรงเสียดทานของชิ้นส่วนต่าง ๆ ลดการเกิดสิ่งสกปรกที่เกิดจากการเผาไหม้ ช่วยอุดรอยรั่วในห้องเผาไหม้ และยังเพิ่มแรงอัดให้กับเครื่องยนต์

ดังนั้นการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องให้ตรงตามระยะเวลาที่กำหนดจึงทำให้นอกจากเครื่องยนต์ของคุณจะสะอาดแล้ว ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน และลดการสึกหรอของชิ้นส่วนต่าง ๆในเครื่องยนต์ได้อีกด้วย

2. บรรทุกของหนักโดยไม่จำเป็น

การบรรทุกสิ่งของที่ไม่จำเป็นไว้บนรถยนต์ของคุณมากจนเกินไป ทำให้น้ำหนักของรถเพิ่มขึ้น นั่นหมายความถึงเครื่องยนต์ต้องทำงานหนักมากขึ้นเพื่อแบกรับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นตาม นอกจากจะเป็นการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงโดยใช่เหตุแล้ว ยังส่งผลต่อความสามารถในการควบคุมสมดลในขณะขับขี่ รวมถึงทำให้การเร่งเครื่องและการใช้งานระบบเบรกทำได้ยากมากขึ้น ดังนั้นจึงควรบรรทุกแต่สิ่งของที่จำเป็นเพื่อหลีกเลี่ยงการทำงานหนัก และลดความเสี่ยงที่จะทำให้เครื่องยนต์สึกหรออีกด้วย

3. ไม่อุ่นเครื่องยนต์ก่อนขับขี่

เคยเจออาการเหล่านี้ไหม? หลังจากที่คุณจอดรถไว้เป็นเวลานานหรือข้ามคืน อุณหภูมิของเครื่องยนต์จะเย็นลง น้ำมันเครื่องที่หล่อเลี้ยงชิ้นส่วนต่าง ๆ จะไหลกลับไปรวมกันที่อ่างเก็บ หากมีการเริ่มใช้งานใหม่ เครื่องยนต์จะค่อย ๆ สูบน้ำมันหล่อลื่นเหล่านั้นกลับมาใช้งานอีกครั้ง

ดังนั้นหากคุณเร่งเครื่องแรง ๆ หรือใช้ความเร็วในการขับขี่ในครั้งแรก (หลังสตาร์ทเครื่องยนต์) จะทำให้น้ำมันหล่อลื่นถูกสูบไปใช้งานไม่ทัน และส่งผลเสียต่อเครื่องยนต์ของคุณในระยะยาว

การปฏิบัติที่ถูกต้อง คือ ควรอุ่นเครื่องยนต์ก่อนการใช้งานและควรขับขี่อย่างช้า ๆ และนุ่มนวลในช่วงแรก เพื่อเป็นการอุ่นเครื่องยนต์และน้ำมันเครื่องให้อยู่ในอุณหภูมิที่สามารถทำงานได้ปกติ

4. การเหยียบคันเร่งจนมิด

คุณเคยมีพฤติกรรมการขับขี่เช่นนี้บ้างหรือไม่ เหยียบคันเร่งลงสุดเพื่อออกตัว เร่งความเร็วเครื่องแรง ๆ เพื่อแซง และ เบรกกระทันหันบ่อย ๆ จากการออกตัวระยะสั้น พฤติกรรมการขับขี่เหล่านี้ นอกจากจะสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงแล้ว ยังส่งผลเสียโดยตรงต่อระบบส่งกำลังของเครื่องยนต์ให้ต้องทำงานหนักมากขึ้น ชุดฟันเฟืองต่าง ๆ ในระบบเกียร์ก็ต้องรับภาระหนักจากแรงบิดที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งทำให้ระบบเบรกเสื่อมเร็วจากการเหยียบเบรกบ่อยครั้ง ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมการขับขี่ดังกล่าวเพื่อช่วยถนอมอายุการใช้งานรถของคุณ

5. การใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าขณะดับเครื่องยนต์

รู้หรือไม่? หนึ่งในอาการแบตเตอรี่รถยนต์เสื่อม คือ การใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าในรถยนต์ขณะเครื่องยนต์ดับอยู่เพื่อความสะดวกสบาย การกระทำใดบ้างที่จะส่งผลเสียต่อรถของคุณ

การเปิดระบบไฟฟ้าในรถยนต์ทิ้งไว้ในขณะดับเครื่องยนต์ เช่น การเปิดเครื่องเสียงรถยนต์ แอร์ ไฟในห้องโดยสาร หรือการชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือ คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่าเป็นการใช้งานแบตเตอรี่ที่เกินความจำเป็น ส่งผลให้แบตเตอรี่รถยนต์เสื่อม ยิ่งไปกว่านั้นอาจทำให้ไม่สามารถสตาร์ทเครื่องยนต์ได้อีก เนื่องจากแบตเตอรี่ถูกดึงไฟไปใช้งานจนหมดแล้ว

6. ปล่อยให้น้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ในระดับต่ำเสมอ

การปล่อยน้ำมันเชื้อเพลิงให้เหลือค้างในถังเพียงเล็กน้อย ไม่ส่งผลดีต่อรถของคุณอย่างแน่นอน เนื่องจากจะทำให้ตัวปั๊มภายในหรือปั๊มติ๊กทำงานหนัก ซึ่งปกติแล้วปั้มติ๊กจะทำหน้าที่ดูดน้ำมันเชื้อเพลิงจากตัวถังไปสู่เครื่องยนต์ หากไม่มีน้ำมันมาหล่อเลี้ยงเพื่อระบายความร้อนแล้ว เครื่องยนต์ก็จะทำงานอยู่ตลอดเวลา และส่งผลให้มอเตอร์พังในที่สุด ดังนั้นจึงไม่ควรปล่อยให้น้ำมันเชื้อเพลิงใกล้หมดถังแล้วค่อยเติม

เราควรปฏิบัติอย่างไร✅❓เมื่อเครื่องยนต์เกิดการสึกหรอหากไม่มีน้ำมันหล่อลื่น วัตถุ 2 ชิ้น ที่เสียดสีกันจะทำให้เกิดความร้อนส...
29/03/2023

เราควรปฏิบัติอย่างไร✅❓เมื่อเครื่องยนต์เกิดการสึกหรอ
หากไม่มีน้ำมันหล่อลื่น วัตถุ 2 ชิ้น ที่เสียดสีกันจะทำให้เกิดความร้อนสูง และแรงเสียดทานทำให้โครงสร้างของโมเลกุลเปลี่ยนไป ดังนั้นจำเป็นต้องมีน้ำมันหล่อลื่นช่วยลดการสึกหรอและแรงเสียดทาน ชิ้นส่วนของเครื่องยนต์จำเป็นต้องมีการสึกหรอในขณะการใช้งาน เศษที่หลุดออกจะติดไปพร้อมกับน้ำมันหล่อลื่นหรือถูกพาไปโดยอากาศหรือแก๊สต่างๆ ออกไปนอกตัวรถ ซึ่งมีบางส่วนที่อยู่ในน้ำมันเครื่องจะถูกกรองออกโดยไส้กรองน้ำมันเครื่อง หรือออกไปพร้อมกับไอเสีย เมื่อคุณเปลี่ยนไส้กรองหรือน้ำมันเครื่องหรือน้ำมันเกียร์ เศษของส่วนที่สึกหรอจะออกไปพร้อมกันด้วย ซึ่งช่วยยืดอายุการใช้งานของชิ้นส่วนลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงต่างๆ

การสึกหรอของเครื่องยนต์สามารถจำเเนกออกเป็น 2 ประเภท

การสึกหรอโดยปกติและการสึกหรอผิดปกติ

1. การสึกหรอโดยปกติ คือ การสึกหรอที่ปกติจะเกิดกับเครื่องยนต์ทุกเครื่องในส่วนของชิ้นส่วนที่มีการเสียดสี ถูไถ หรือต้องทำงานร่วมกับส่วนอื่นๆ ซึ่งโดยทั่วไป การสึกหรอจะเกิดขึ้นตลอดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์นั้นๆ เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ รวมถึงการสึกหรอในเสื้อสูบ เเบริ่ง เเหวนลูกสูบ เเละซีล

2. การสึกหรอที่ผิดปกติ คือ การสึกหรอนอกเหนือการสึกหรอโดยปกติจากการทำงานของเครื่องยนต์ ซึ่งการสึกหรอที่ผิดปกติจะเกิดจากการบำรุงรักษาหรือการใช้งานเครื่องยนต์ผิดวิธี อาจทำให้เครื่องชำรุดก่อนถึงเวลาบำรุงรักษา เเละถ้ามีการเปลี่ยนอะไหล่ตามระยะเวลาที่ถูกต้องถูกวิธีเเล้ว จึงไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนชิ้นส่วนอื่นที่ราคาสูง เช่น ก้านสูบ เสื้อสูบ เนื่องจากไม่เกิดความเสียหายกระทบไปถึงชิ้นส่วนนั้น

ขั้นตอนการซ่อมก่อนเสียมี 3 ขั้นตอน
1. บำรุงรักษาตามกำหนด (Preventive Maintenance) บำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ทุกระบบอยู่ในสภาพที่ดีพร้อมใช้งาน
2. สังเกตสิ่งที่บ่งบอกอาการผิดปกติ เพื่อทราบปัญหาเเต่เนิ่นๆ ทราบเมื่อเครื่องยนต์มีอาการ เช่น กินน้ำมันเครื่องมากหรือมีควันเขม่าดำ เป็นต้น
3. ดำเนินการซ่อม หาสาเหตุที่เกิดขึ้นเพื่อลดปัญหาการเกิดซ้ำๆ เเก้ไขอาการที่พบ เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะลุกลามออกไป ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นด้วยเเนวคิดการซ่อมก่อนเสีย

โปรดอ่าน! 📍
>> การจัดส่ง สินค้ามีการจัดส่งทุกวัน
> ลูกค้าสั่งสินค้าไม่เกิน 10.00 น. สินค้าจัดส่งภายในวันนั้น
> ลูกค้าสั่งสินค้าหลัง 10.00 น. สินค้าจัดส่งภายในวันถัดไป

ที่อยู่

41/114 Ratchapruk 24
Taling Chan
10130

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 17:00
อังคาร 08:00 - 17:00
พุธ 08:00 - 17:00
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00
ศุกร์ 08:00 - 17:00
เสาร์ 08:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66644399900

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Pzero moto oilผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Pzero moto oil:

แชร์