Cb650f Nonthaburi CLUB

Cb650f Nonthaburi CLUB เป็นคลับเกี่ยวกับคนที่ชอบและรัก CB650F ในจังหวัดนนทบุรี

CB650F NewsHonda CB1100 RS รถบางคัน ไม่ได้เกิดมาเพื่อให้ขี่ดีที่สุด แต่แก่นแท้คือ ความสุขในสัมผัสที่ได้มาสำหรับท่านที่ชื...
03/09/2020

CB650F News
Honda CB1100 RS รถบางคัน ไม่ได้เกิดมาเพื่อให้ขี่ดีที่สุด แต่แก่นแท้คือ ความสุขในสัมผัสที่ได้มา
สำหรับท่านที่ชื่นชอบการขี่มอเตอร์ไซค์เป็นชีวิตจิตใจ เชื่อได้เลยว่า แต่ละท่านล้วนมีจุดมุ่งหมายในการขับขี่ที่แตกต่างกันออกไป บ้างก็ชื่นชอบในสมรรถนะของตัวรถ บ้างก็ชอบในเรื่องของภาพลักษณ์และความสะดวกสบาย และแน่นอนว่า มีบางท่านที่ชอบในกลิ่นอายของตำนานมอเตอร์ไซค์ในตระกูลที่อยู่คู่กับวงการมาอย่างยาวนานด้วยเช่นกัน
ในช่วงนี้ผมได้เขียนรีวิวมอเตอร์ไซค์รุ่นนี้อยู่ เป็นช่วงที่ทาง Honda เปิดโอกาสให้ลูกค้า ผู้ชื่นชอบการขับขี่สองล้อ ได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่มีเงินก็ไม่อาจซื้อได้ ภายใต้แคมเปญ Honda BigBike Riding Passion Year 2 ในคอนเซ็ปท์ “มี Passion มันส์ต้อง…สักครั้ง” ซึ่งแคมเปญนี้ จะคัดเลือกลูกค้าของ Honda ทุกรูปแบบ ที่ร่วมสนุกผ่านทางแฟนเพจ เพื่อรับสิทธิร่วมขี่มอเตอร์ไซค์ระดับตำนานในต่างแดน โดยในทริปแรก คือ Japan Passion กับการขี่ Honda CB1100 RS (ฮอนด้า ซีบี 1100 อารืเอส) ที่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อร่วมชมและเชียร์การแข่งขัน MotoGP แบบติดขอบสนาม Twin Ring Motegi พร้อมเข้าชม Honda Collection Hall ซึ่งสารภาพตามตรงเลยว่า ผมอดอิจฉาผู้โชคดีที่มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ไม่ได้เลยทีเดียว นั่นจึงเป็นที่มาของการหยิบยืมเจ้า Honda CB1100 RS มาสัมผัสกลิ่นอายความเป็นมอเตอร์ไซค์ระดับตำนาน พร้อมรีวิวให้ทุกท่านได้ชมกันในครั้งนี้
ว่ากันตามตรงแล้ว มอเตอร์ไซค์ในตระกูล CB ของค่ายฮอนด้านั้น ถือเป็นสองล้อที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 50 ปี หลังจากที่ทางค่ายได้ให้กำเนิด Honda CB750 ในปี 1969 ซึ่งตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน มอเตอร์ไซค์ตระกูล CB ยังคงได้รับการถ่ายทอดเอกลักษณ์ในยุคดั้งเดิม ผสานเทคโนโลยีในการขับขี่สมัยใหม่ ที่หลอมรวมเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ซึ่งถือเป็นคาแร็กเตอร์อันเด่นชัดของตระกูล ที่แม้ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ตำนานความเป็น CB จะยังคงก้าวข้ามผ่านกาลเวลา และเฉิดฉายในโลกของสองล้อต่อไปตราบนานเท่านาน
Honda CB1100 RS ถือเป็นรุ่นล่าสุดของตระกูล CB ที่ทางค่าย Honda ส่งออกมาจำหน่ายตั้งแต่ในช่วงปลายปี 2017 ซึ่งเป็นหนึ่งในรถที่ได้การยอมรับจากนักเล่นในวงกว้าง ด้วยเอกลักษณ์ที่มีความโดดเด่นเหนือกาลเวลา บวกกับลูกเล่นยุคใหม่ที่แอบใส่เข้าไปช่วยเติมสมรรถนะในการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น โดยไม่เสียสมดุลย์ในความเป็นคลาสสิคสไตล์ญี่ปุ่นพันธุ์แท้ ด้วยขนาดตัวรถที่สื่อถึงมาดที่ดูภูมิฐาน ขนาด กว้าง X ยาว X สูง เท่ากับ 800 x 2,180 x 1,100 มม. มีน้ำหนัก 252 กก.
Honda CB1100 RS ยังคงใช้ขุมพลังรหัส SC65E ในรูปแบบ 4 สูบแถวเรียง DOHC พิกัด 1,140 ซีซี. ความกว้างกระบอกสูบ x ช่วงชัก ที่ 73.5 x 67.2 มม. ระบายความร้อนด้วยอากาศพร้อม Oil Cooler อัตราส่วนกำลังอัด 9.5 : 1 จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีด ให้กำลังขับเคลื่อน 90 แรงม้า ที่ 7,500 รอบ/นาที พร้อมแรงบิด 91 นิวตัน-เมตร 5,500 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยชุดเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ทำงานร่วมกับคลัทช์เปียกหลายแผ่นซ้อน
ด้านช่วงล่างของ Honda CB1100 RS ออกแบบมาเพื่อให้รองรับการขับขี่ในแนวสปอร์ตเบาๆ ให้สมกับคาแร็กเตอร์ของรหัส RS โดยโช้กหน้ามาในแบบเทเลสโคปิค ยึดอยู่กับชุดคาลิเปอร์หน้าจาก Tokico แบบเรเดียลเม้าท์ ส่วนด้านหลังมาพร้อมโช้กคู่จาก Showa พร้อมซับแทงค์ และมีดิสค์เบรกลุกสูบเดี่ยวจาก Nissin เป็นตัวช่วยชะลอความเร็ว ด้านยางที่ติดมากับรถเป็นขนาด 120/70 ZR17 และ 180/55 ZR17 ตามลำดับ
ไม่พูดพล่ามทำเพลงกันมาก สวยๆ แบบนี้...พี่ขอขี่ให้หนำใจเลยล่ะกันนะน้อง ! ขึ้นคร่อมตัวรถ Honda CB1100 RS ให้ความรู้สึกที่มั่นใจพอตัว ด้วยความสูงของเบาะที่เป็นมิตรเพียง 795 มม. ช่วยให้นักขี่ทุกระดับ สามารถประคองได้อย่างมั่นใจ แม้จะมีน้ำหนักที่ค่อนข้างเยอะ แต่ถ้าไม่ได้ลงไปเดินเข็น หรือจับขึ้นขาตั้งคู่ แทบไม่รู้สึกว่าน้ำหนักตัวนั้นเป็นปัญหา ด้านท่านั่งออกแบบมาให้โน้มตัวไปด้านหน้าเล็กน้อย เพื่อให้เข้าถึงความเป็นสปอร์ต แต่ไม่ได้ก้มจนเกินไปให้รู้สึกเมื่อยล้าเมื่อต้องขี่ทางไกล เช่นเดียวกับจุดวางเท้าที่มีความเหมาะสม ไม่เยื้องหน้า - หลัง หรืองอมากเกินไป ซึ่งส่งผลต่อท่าทางในการหนีบถังให้มีความมั่นคงมากขึ้นด้วย
สัมผัสแรกในการบีบคลัทช์ ตบเกียร์ ทำได้อย่างนุ่มนวลด้วยการใช้คลัทช์ในรูปแบบไฮดรอลิคส์ (คลัทช์น้ำมัน) ให้ฟีลลิ่งสมกับความเป็นรุ่นใหญ่ การเดินคันเร่งออกตัวถือว่าทำได้ง่าย ด้วยความที่มาพร้อมเครื่องยนต์บิ๊กไซส์ ที่มีความโดดเด่นในเรื่องแรงบิดรอบต่อ ทำให้การออกตัว หรือขับขี่ในเมืองที่ต้องเร่งๆ หยุดๆ บ่อยครั้งทำได้ง่ายแทบไม่ต้องเบิ้ลคันเร่ง เครื่องยนต์ตอบสนองได้อย่างสมูทในสไตล์ 4 สูบ พร้อมสุ้มเสียงดุดันแบบสุภาพชนชวนฟังยิ่งนัก ขับชิลล์ๆ เปลี่ยนเกียร์ที่ 3 - 4,000 รอบ/นาที บอกเลยว่า...อย่างฟิน ! และด้วยคุณสมบัติอย่างหนึ่งของเครื่องยนต์ที่มาในรูปแบบ Air Cool สิ่งที่ผมชอบก็คือ การที่ความร้อนไม่ถูกระบาย (ด้วยการดูดของพัดลม) มาปะทะกับตัวผู้ขับขี่โดยตรง ช่วยลดความร้อนในขณะขับขี่ในที่ที่การจราจรแออัด แถมเวลาขี่ไกลๆ ในหน้าหนาว ยังรู้สึกถึงไออุ่นที่เติมสัมผัสที่ดีในการเดินทางออกทริปอีกด้วย ยิ่งเมื่อรวมกับการออกแบบองศาคอและโช้กที่ค่อนข้างชัน ทำให้การเลี้ยว หรือซอกแซกในเมือง มุดซ้าย มุดขวา ไม่สร้างปัญหาให้กับผู้ขับขี่ แต่ก็อาจจะต้องแลกมาด้วยการการหน้าไวในการขับขี่ที่ย่านความเร็วสูงขึ้น ซึ่งเรื่องสภาพของยางที่ผ่านการใช้งานมาในระดับหนึ่งแล้ว (ตอนรับรถมา เลขไมล์อยู่ที่ประมาณ 11,000 กม. แล้ว) ก็น่าจะมีผลต่อเรื่องของสมรรถนะในการขับขี่ตรงจุดนี้ด้วย
การขับขี่ทางไกลของ Honda CB1100 RS ถือว่าทำได้ดีพอตัว หากตัดเรื่องของลมที่ปะทะตัวอันเป็นเรื่องปกติของรถในสไตล์เนคเก็ตไบค์ออกไป สามารถออกทริปกับใครที่ไหนก็ได้แบบไม่ต้องขัดเขิน แน่นอนว่าเรื่องของพละกำลังนั้นไม่ใช่ปัญหา อาจไม่ได้จัดจ้านเหมือนรถในสไตล์โมเดิร์น แต่ก็จัดว่าเร้าใจพอตัว โดยเฉพาะในเรื่องของแรงบิดที่มีให้ใช้ในช่วงกว้าง ทำให้ไม่ต้องเปลี่ยนเกียร์ขึ้น-ลงบ่อยๆ จากความเร็ว 60 - 160 กม./ชม. เกียร์เดียวเที่ยวทั่วไทยแบบไร้ปัญหา ใช้รอบไม่สูงมาก ด้วยแรงบิดที่เหลือเฟือ วิ่งความเร็ว 100 กม./ชม. ที่เกียร์ 6 ใช้รอบเครื่องยนต์เพียง 2,800 รอบ/นาที เท่านั้น แน่นอนว่าส่งผลโดยตรงในเรื่องของอัตราการบริโภคเชื้อเพลิง โดยจุดที่ลงตัวที่สุดสำหรับการเดินทางออกทริปของ Honda CB1100 RS คันนี้ น่าจะอยู่ในช่วง 120-130 กม./ชม. ในรอบเครื่องยนต์ราว 3,500 รอบ/นาที ซึ่งการปลดปล่อยกำลังทำได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด (ในด้านความรู้สึก) แม้แรงบิดช่วงพีคจะอยู่ที่ 5,500 รอบ/นาที ก็เถอะ เพราะหากลากรอบสูงกว่านี้ อาจมีการการสั่นของเครื่องยนต์ลามมาที่มืออยู่บ้าง แต่ไม่ถึงกับทำให้มือชาแต่อย่างใด ส่วนเรื่องระบบเบรกนั่น ข้อสังเกตหนึ่งที่ผมรู้สึกได้ก็คือ ในภาพรวมของระบบเบรกนั้น ถือว่าทำหน้าที่ได้ดีมาก เบรกหนึบ หยุดได้นุ่มนวล แต่...ผู้ขับขี่อาจต้องสร้างความคุ้นเคยกับฟีลลิ่งของการเบรกของ Honda CB1100 RS สักเล็กน้อย คือ สัมผัสแรกของการเบรกนั้น อาจมีอาการไหลประมาณ 0.5 วินาที หลังจากนั้นจะรู้สึกถึงการดูดจากชุดเบรก ซึ่งสำหรับท่านที่สัมผัสเป็นครั้งแรกอาจจะเกิดความรู้สึกเหวอๆ ไปบ้าง (ไม่แน่ใจว่าเป็นเรื่องค่าความหนืดของน้ำมันเบรกที่เน้นเรื่องความนุ่มนวลในการขับขี่เป็นสำคัญหรือเปล่า) แต่เมื่อทำความคุ้นเคยไปสักพัก เข้าใจถึงจังหวะการทำงานของระบบ ความมั่นใจของท่านจะกลับมาในทันที และถือเป็นชุดเบรกที่ให้ประสิทธิภาพในระดับที่น่าประทับใจเลยทีเดียว

CB650F NewsHonda CB1100 RS รถบางคัน ไม่ได้เกิดมาเพื่อให้ขี่ดีที่สุด แต่แก่นแท้คือ ความสุขในสัมผัสที่ได้มาสำหรับท่านที่ชื...
29/08/2020

CB650F News
Honda CB1100 RS รถบางคัน ไม่ได้เกิดมาเพื่อให้ขี่ดีที่สุด แต่แก่นแท้คือ ความสุขในสัมผัสที่ได้มา
สำหรับท่านที่ชื่นชอบการขี่มอเตอร์ไซค์เป็นชีวิตจิตใจ เชื่อได้เลยว่า แต่ละท่านล้วนมีจุดมุ่งหมายในการขับขี่ที่แตกต่างกันออกไป บ้างก็ชื่นชอบในสมรรถนะของตัวรถ บ้างก็ชอบในเรื่องของภาพลักษณ์และความสะดวกสบาย และแน่นอนว่า มีบางท่านที่ชอบในกลิ่นอายของตำนานมอเตอร์ไซค์ในตระกูลที่อยู่คู่กับวงการมาอย่างยาวนานด้วยเช่นกัน
ในช่วงนี้ผมได้เขียนรีวิวมอเตอร์ไซค์รุ่นนี้อยู่ เป็นช่วงที่ทาง Honda เปิดโอกาสให้ลูกค้า ผู้ชื่นชอบการขับขี่สองล้อ ได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่มีเงินก็ไม่อาจซื้อได้ ภายใต้แคมเปญ Honda BigBike Riding Passion Year 2 ในคอนเซ็ปท์ “มี Passion มันส์ต้อง…สักครั้ง” ซึ่งแคมเปญนี้ จะคัดเลือกลูกค้าของ Honda ทุกรูปแบบ ที่ร่วมสนุกผ่านทางแฟนเพจ เพื่อรับสิทธิร่วมขี่มอเตอร์ไซค์ระดับตำนานในต่างแดน โดยในทริปแรก คือ Japan Passion กับการขี่ Honda CB1100 RS (ฮอนด้า ซีบี 1100 อารืเอส) ที่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อร่วมชมและเชียร์การแข่งขัน MotoGP แบบติดขอบสนาม Twin Ring Motegi พร้อมเข้าชม Honda Collection Hall ซึ่งสารภาพตามตรงเลยว่า ผมอดอิจฉาผู้โชคดีที่มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ไม่ได้เลยทีเดียว นั่นจึงเป็นที่มาของการหยิบยืมเจ้า Honda CB1100 RS มาสัมผัสกลิ่นอายความเป็นมอเตอร์ไซค์ระดับตำนาน พร้อมรีวิวให้ทุกท่านได้ชมกันในครั้งนี้
ว่ากันตามตรงแล้ว มอเตอร์ไซค์ในตระกูล CB ของค่ายฮอนด้านั้น ถือเป็นสองล้อที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 50 ปี หลังจากที่ทางค่ายได้ให้กำเนิด Honda CB750 ในปี 1969 ซึ่งตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน มอเตอร์ไซค์ตระกูล CB ยังคงได้รับการถ่ายทอดเอกลักษณ์ในยุคดั้งเดิม ผสานเทคโนโลยีในการขับขี่สมัยใหม่ ที่หลอมรวมเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ซึ่งถือเป็นคาแร็กเตอร์อันเด่นชัดของตระกูล ที่แม้ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ตำนานความเป็น CB จะยังคงก้าวข้ามผ่านกาลเวลา และเฉิดฉายในโลกของสองล้อต่อไปตราบนานเท่านาน
Honda CB1100 RS ถือเป็นรุ่นล่าสุดของตระกูล CB ที่ทางค่าย Honda ส่งออกมาจำหน่ายตั้งแต่ในช่วงปลายปี 2017 ซึ่งเป็นหนึ่งในรถที่ได้การยอมรับจากนักเล่นในวงกว้าง ด้วยเอกลักษณ์ที่มีความโดดเด่นเหนือกาลเวลา บวกกับลูกเล่นยุคใหม่ที่แอบใส่เข้าไปช่วยเติมสมรรถนะในการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น โดยไม่เสียสมดุลย์ในความเป็นคลาสสิคสไตล์ญี่ปุ่นพันธุ์แท้ ด้วยขนาดตัวรถที่สื่อถึงมาดที่ดูภูมิฐาน ขนาด กว้าง X ยาว X สูง เท่ากับ 800 x 2,180 x 1,100 มม. มีน้ำหนัก 252 กก.
Honda CB1100 RS ยังคงใช้ขุมพลังรหัส SC65E ในรูปแบบ 4 สูบแถวเรียง DOHC พิกัด 1,140 ซีซี. ความกว้างกระบอกสูบ x ช่วงชัก ที่ 73.5 x 67.2 มม. ระบายความร้อนด้วยอากาศพร้อม Oil Cooler อัตราส่วนกำลังอัด 9.5 : 1 จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีด ให้กำลังขับเคลื่อน 90 แรงม้า ที่ 7,500 รอบ/นาที พร้อมแรงบิด 91 นิวตัน-เมตร 5,500 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยชุดเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ทำงานร่วมกับคลัทช์เปียกหลายแผ่นซ้อน
ด้านช่วงล่างของ Honda CB1100 RS ออกแบบมาเพื่อให้รองรับการขับขี่ในแนวสปอร์ตเบาๆ ให้สมกับคาแร็กเตอร์ของรหัส RS โดยโช้กหน้ามาในแบบเทเลสโคปิค ยึดอยู่กับชุดคาลิเปอร์หน้าจาก Tokico แบบเรเดียลเม้าท์ ส่วนด้านหลังมาพร้อมโช้กคู่จาก Showa พร้อมซับแทงค์ และมีดิสค์เบรกลุกสูบเดี่ยวจาก Nissin เป็นตัวช่วยชะลอความเร็ว ด้านยางที่ติดมากับรถเป็นขนาด 120/70 ZR17 และ 180/55 ZR17 ตามลำดับ
ไม่พูดพล่ามทำเพลงกันมาก สวยๆ แบบนี้...พี่ขอขี่ให้หนำใจเลยล่ะกันนะน้อง ! ขึ้นคร่อมตัวรถ Honda CB1100 RS ให้ความรู้สึกที่มั่นใจพอตัว ด้วยความสูงของเบาะที่เป็นมิตรเพียง 795 มม. ช่วยให้นักขี่ทุกระดับ สามารถประคองได้อย่างมั่นใจ แม้จะมีน้ำหนักที่ค่อนข้างเยอะ แต่ถ้าไม่ได้ลงไปเดินเข็น หรือจับขึ้นขาตั้งคู่ แทบไม่รู้สึกว่าน้ำหนักตัวนั้นเป็นปัญหา ด้านท่านั่งออกแบบมาให้โน้มตัวไปด้านหน้าเล็กน้อย เพื่อให้เข้าถึงความเป็นสปอร์ต แต่ไม่ได้ก้มจนเกินไปให้รู้สึกเมื่อยล้าเมื่อต้องขี่ทางไกล เช่นเดียวกับจุดวางเท้าที่มีความเหมาะสม ไม่เยื้องหน้า - หลัง หรืองอมากเกินไป ซึ่งส่งผลต่อท่าทางในการหนีบถังให้มีความมั่นคงมากขึ้นด้วย
สัมผัสแรกในการบีบคลัทช์ ตบเกียร์ ทำได้อย่างนุ่มนวลด้วยการใช้คลัทช์ในรูปแบบไฮดรอลิคส์ (คลัทช์น้ำมัน) ให้ฟีลลิ่งสมกับความเป็นรุ่นใหญ่ การเดินคันเร่งออกตัวถือว่าทำได้ง่าย ด้วยความที่มาพร้อมเครื่องยนต์บิ๊กไซส์ ที่มีความโดดเด่นในเรื่องแรงบิดรอบต่อ ทำให้การออกตัว หรือขับขี่ในเมืองที่ต้องเร่งๆ หยุดๆ บ่อยครั้งทำได้ง่ายแทบไม่ต้องเบิ้ลคันเร่ง เครื่องยนต์ตอบสนองได้อย่างสมูทในสไตล์ 4 สูบ พร้อมสุ้มเสียงดุดันแบบสุภาพชนชวนฟังยิ่งนัก ขับชิลล์ๆ เปลี่ยนเกียร์ที่ 3 - 4,000 รอบ/นาที บอกเลยว่า...อย่างฟิน ! และด้วยคุณสมบัติอย่างหนึ่งของเครื่องยนต์ที่มาในรูปแบบ Air Cool สิ่งที่ผมชอบก็คือ การที่ความร้อนไม่ถูกระบาย (ด้วยการดูดของพัดลม) มาปะทะกับตัวผู้ขับขี่โดยตรง ช่วยลดความร้อนในขณะขับขี่ในที่ที่การจราจรแออัด แถมเวลาขี่ไกลๆ ในหน้าหนาว ยังรู้สึกถึงไออุ่นที่เติมสัมผัสที่ดีในการเดินทางออกทริปอีกด้วย ยิ่งเมื่อรวมกับการออกแบบองศาคอและโช้กที่ค่อนข้างชัน ทำให้การเลี้ยว หรือซอกแซกในเมือง มุดซ้าย มุดขวา ไม่สร้างปัญหาให้กับผู้ขับขี่ แต่ก็อาจจะต้องแลกมาด้วยการการหน้าไวในการขับขี่ที่ย่านความเร็วสูงขึ้น ซึ่งเรื่องสภาพของยางที่ผ่านการใช้งานมาในระดับหนึ่งแล้ว (ตอนรับรถมา เลขไมล์อยู่ที่ประมาณ 11,000 กม. แล้ว) ก็น่าจะมีผลต่อเรื่องของสมรรถนะในการขับขี่ตรงจุดนี้ด้วย
การขับขี่ทางไกลของ Honda CB1100 RS ถือว่าทำได้ดีพอตัว หากตัดเรื่องของลมที่ปะทะตัวอันเป็นเรื่องปกติของรถในสไตล์เนคเก็ตไบค์ออกไป สามารถออกทริปกับใครที่ไหนก็ได้แบบไม่ต้องขัดเขิน แน่นอนว่าเรื่องของพละกำลังนั้นไม่ใช่ปัญหา อาจไม่ได้จัดจ้านเหมือนรถในสไตล์โมเดิร์น แต่ก็จัดว่าเร้าใจพอตัว โดยเฉพาะในเรื่องของแรงบิดที่มีให้ใช้ในช่วงกว้าง ทำให้ไม่ต้องเปลี่ยนเกียร์ขึ้น-ลงบ่อยๆ จากความเร็ว 60 - 160 กม./ชม. เกียร์เดียวเที่ยวทั่วไทยแบบไร้ปัญหา ใช้รอบไม่สูงมาก ด้วยแรงบิดที่เหลือเฟือ วิ่งความเร็ว 100 กม./ชม. ที่เกียร์ 6 ใช้รอบเครื่องยนต์เพียง 2,800 รอบ/นาที เท่านั้น แน่นอนว่าส่งผลโดยตรงในเรื่องของอัตราการบริโภคเชื้อเพลิง โดยจุดที่ลงตัวที่สุดสำหรับการเดินทางออกทริปของ Honda CB1100 RS คันนี้ น่าจะอยู่ในช่วง 120-130 กม./ชม. ในรอบเครื่องยนต์ราว 3,500 รอบ/นาที ซึ่งการปลดปล่อยกำลังทำได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด (ในด้านความรู้สึก) แม้แรงบิดช่วงพีคจะอยู่ที่ 5,500 รอบ/นาที ก็เถอะ เพราะหากลากรอบสูงกว่านี้ อาจมีการการสั่นของเครื่องยนต์ลามมาที่มืออยู่บ้าง แต่ไม่ถึงกับทำให้มือชาแต่อย่างใด ส่วนเรื่องระบบเบรกนั่น ข้อสังเกตหนึ่งที่ผมรู้สึกได้ก็คือ ในภาพรวมของระบบเบรกนั้น ถือว่าทำหน้าที่ได้ดีมาก เบรกหนึบ หยุดได้นุ่มนวล แต่...ผู้ขับขี่อาจต้องสร้างความคุ้นเคยกับฟีลลิ่งของการเบรกของ Honda CB1100 RS สักเล็กน้อย คือ สัมผัสแรกของการเบรกนั้น อาจมีอาการไหลประมาณ 0.5 วินาที หลังจากนั้นจะรู้สึกถึงการดูดจากชุดเบรก ซึ่งสำหรับท่านที่สัมผัสเป็นครั้งแรกอาจจะเกิดความรู้สึกเหวอๆ ไปบ้าง (ไม่แน่ใจว่าเป็นเรื่องค่าความหนืดของน้ำมันเบรกที่เน้นเรื่องความนุ่มนวลในการขับขี่เป็นสำคัญหรือเปล่า) แต่เมื่อทำความคุ้นเคยไปสักพัก เข้าใจถึงจังหวะการทำงานของระบบ ความมั่นใจของท่านจะกลับมาในทันที และถือเป็นชุดเบรกที่ให้ประสิทธิภาพในระดับที่น่าประทับใจเลยทีเดียว

(ขอขอบคุณข้อมูลจาก boxzaracing)

CB650F NewsHonda CBR1000RR-R 2020 เปิดราคาในรุ่น Fireblade และ Fireblade SP หลังจากที่ทาง Honda ได้เปิดตัว Superbike ประ...
21/12/2019

CB650F News
Honda CBR1000RR-R 2020 เปิดราคาในรุ่น Fireblade และ Fireblade SP
หลังจากที่ทาง Honda ได้เปิดตัว Superbike ประจำค่ายโฉมใหม่อย่าง Honda CBR1000RR-R ไปไม่นาน ก็เริ่มมีคำถามในเรื่องของราคาค่าตัวกันขึ้นมาอย่างหนาหูว่า ตกลงแล้วเรทราคาของเจ้า Honda CBR1000RR-R โฉมนี้ กับการเปลี่ยนลุคใหม่หมดตั้งแต่หัวจรดเท้า รวมไปถึงการอัดแน่นเทคโนโลยีมาไม่ยั้ง แล้วราคาจะอยู่ที่เท่าไหร่กัน ? ในครั้งนี้ทางสื่อ Honda UK Motorcycles ก็ได้เผยราคาในโซนของสหราชอาณาจักรเป็นที่เรียบร้อย
เริ่มที่ตัวพื้นฐานอย่าง Honda CBR1000RR-R Fireblade ที่มาในบล็อคเครื่องยนต์โดยอาศัยคอนเซ็ปต์การจัดองค์ประกอบจากรถแข่ง MotoGP อย่าง Honda RC213V ในบล็อค 4 ลูกสูบแบบ Piston-Jet 16 วาล์ว DOHC พร้อมก้านสูบไทเทเนียมลดแรงเสียดทานแบบเดียวกันกับ Honda RC213V-S ขนาดความจุ 999.9 ซีซี. ให้พละกำลังแรงม้าสูงสุดที่ 215 แรงม้า ที่ 14,500 รอบต่อนาที และมีแรงบิดสูงสุดที่ 113 นิวตันเมตร ที่ 12,500 รอบต่อนาที แบกน้ำหนักโดยรวมเพียง 201 กิโลกรัม เปิดราคาอยู่ที่ 19,999 ปอนด์ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 808,426 บาท (ยังไม่รวมภาษี)
ในส่วนของตัวท็อปอย่าง Honda CBR1000RR-R Fireblade SP ที่มีอุปกรณ์พื้นฐานและเครื่องยนต์เป็นบล็อคเดียวกัน กับตัว Honda CBR1000RR-R Fireblade แต่ในตัว SP นั้น ได้รับการเสริมอะไหล่สมรรถนะสูงเพิ่มเข้ามาไม่ว่าจะเป็นโช้คหน้าไฟฟ้า Ohlins NPX Semi-Active Fork ปั๊มเบรกหน้า Brembo Stylema ปั๊มเบรกหลัง Brembo ตัวเดียวกันกับที่ใช้ใน Honda RC213V-S ที่ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานทั้งในตัว Fireblade และ Fireblade SP รวมไปถึงโช้คหลังไฟฟ้า Ohlins TTX36 Smart-EC Unit ที่ให้ผู้ใช้งานสามารถปรับเซ็ทค่าได้ตามต้องการอย่างแม่นยำ โดยเปิดราคาอยู่ที่ 23,499 ปอนด์ หรือคิดเป็นเงินไทย 949,907 บาท (ยังไม่รวมภาษี)
เรียกได้ว่าในประเทศไทย เริ่มมีลุ้นขึ้นมากกว่าเดิมแล้วกับราคาค่าตัวเจ้านกยักษ์สุดหล่อคันนี้ทั้ง 2 รุ่น ที่พกพาเทคโนโลยีระดับรถแข่ง MotoGP มาติดตั้งในตัว Superbike ระดับตำนานอย่าง Honda CBR1000RR-R คาดว่าคนไทยอาจจะได้สัมผัสในช่วงต้นปี 2020 ในงาน Motor Show ก็เป็นได้ครับ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก boxzaracing.com

CB650F NewsHonda CB4X รถต้นแบบคันใหม่ดีไซน์อิตาเลี่ยนจากค่ายปีกนกว่าที่น้องใหม่รุ่นต่อไปอย่าง Honda CB650Xจัดหนักอย่างต่...
09/11/2019

CB650F News
Honda CB4X รถต้นแบบคันใหม่ดีไซน์อิตาเลี่ยนจากค่ายปีกนกว่าที่น้องใหม่รุ่นต่อไปอย่าง Honda CB650X
จัดหนักอย่างต่อเนื่องกับบรรยากาศงาน EICMA Motorcycle Show 2019 ด้วยการเปิดตัวรถรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง ในครั้งนี้ BoxzaRacing จะพามาชมรถต้นแบบสปอร์ตทัวร์ริ่งสุดเฟี้ยว จากทางค่ายปีกนก Honda ที่ขอบอกได้เลยว่าความล้ำผสมผสานกับความซิ่งได้ไม่เบาเลยทีเดียวกับ Honda CB650X ที่จะมาฉีกทุกแนวคิดของการดีไซน์สุดเฉียบครับ
โดยทางฝ่ายวิจัยและพัฒนารถ Honda ของทางประเทศอิตาลีได้ทำการออกแบบดีไซน์รถมอเตอร์ไซค์ที่มีความผสมผสานกันระหว่างความเป็นสปอร์ตและทัวร์ริ่ง โดยอาศัยพื้นฐานจาก Honda CB650F เนคเก็ตไบค์สุดฮอตผสมผสานกับ Honda CB500X รถแนว Dual Purpose คันเก่งของ Honda มาผสมคลุกเคล้ารวมกันเพื่อให้ได้ฟิลลิ่งการตอบโจทย์ทั้งการใช้งานและการดีไซน์ที่เฟี้ยวเอาเรื่องในคอนเซ็ปต์ "Fun Seven Days a Week"
ในส่วนของตัวรถจากภาพประกอบกับข้อมูลเบื้องต้นของตัวรถที่เราได้รับมาแล้วเรียกได้ว่าการดีไซน์รูปมีความปราดเปรียว ให้อารมณ์ที่ดูคล่องแคล่วสำหรับการใช้งานในเมืองหรือท่องเที่ยว พร้อมความสูงของตัวรถที่ไม่เป็นอุปสรรคกับการขับขี่แบบ Adventure และชิลด์หน้าที่สามารถปรับระดับได้ ควบคู่กับแฮนด์บาร์ที่ยกสูงเป็นพิเศษพร้อมดีไซน์ถังน้ำมันที่รับกับสรีระการขับขี่ของสายทัวร์ริ่ง...ต่อด้วยชุดช่วงล่างที่ให้มาแบบจัดเต็มเช่นกันกับ โช้คอัพหน้า Ohlins แบบ Up Side Down ปั๊มเบรกหน้า Brembo M4 แบบ Radial Mount และโช้คอัพหลัง Ohlins แบบโมโนโช้คยึดเข้ากับชุดโปรอาร์มที่เข้ากับดีไซน์ของตัวรถเป็นว่าเล่น และที่ขาดไม่ได้กับระบบไฟ LED ทั้งคันที่มีการดีไซน์ให้ชุดไฟหลบอยู่ใต้แฟริ่งเพื่อความกลมกลืนกับตัวรถที่แม็ทช์เข้ากันได้เป็นอย่างดี
ละปิดท้ายด้วยขุมพลังที่ใช้เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง ขนาดความจุกระบอกสูบ 648 ซีซี. ที่ใช้ใน Honda CB650F และ Honda CBR650F ที่จะผสมผสานฟิลลิ่งการขี่ของรถมอเตอร์ไซค์สายลุยแบบ 4 ลูกสูบเสียงหวานๆ และจากภาพที่เราเห็นอีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจกับท่อไอเสียดีไซน์สุดเท่ห์จาก SC Project และต้องขอบอกก่อนว่าอะไหล่บ้างชิ้นในภาพที่ใช้เป็นอะไหล่แต่งสมรรถนะสูง อาจจะใช้ประกอบภาพเพื่อความน่าสนใจหรืออาจจะมีไว้ทดสอบในตัวรถต้นแบบและคัดกรองอะไหล่อีกครั้งก่อนที่จะวางจำหน่าย เพื่อให้เหมาะสมความคุ้มค่าของผู้บริโภคครับ ส่วนการอัพเดทข้อมูลเชิงลึกของตัวรถจะมาเมื่อไหร่ เราจะมาอัพเดทข่าวสารกันที่

(ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก boxzaracing.com)

CB650F NewsHonda CB1100 RS ความขลังแห่งตำนานกว่า 50 ปี การันตีสุดยอดผลงานในรูปแบบ Limited EditionHonda ประเทศอังกฤษ สร้า...
21/09/2019

CB650F News
Honda CB1100 RS ความขลังแห่งตำนานกว่า 50 ปี การันตีสุดยอดผลงานในรูปแบบ Limited Edition
Honda ประเทศอังกฤษ สร้างเซอร์ไพรซ์ให้ไบค์เกอร์สายหล่อได้กระตุ้นต่อมอยากกันอีกครั้ง หลังจากที่เผยโฉม Honda CB1100 RS เวอร์ชั่นพิเศษ ที่ผลิตในรูปแบบ Limited Edition เพียง 54 คันเท่านั้น โดยรถรุ่นนี้ ได้รับการถ่ายทอดจิตวิญญาณความเก๋าจากตัวแข่ง Endurance ในยุค 80
Honda CB1100 RS รุ่นพิเศษนี้ เป็นความร่วมมือกันของ Honda ประเทศอังกฤษ กับสำนักแต่งชั้นนำอย่าง 5Four Motorcycles ซึ่งสร้างขึ้นเพื้อเฉลิมฉลองการครบรอบ 50 ปี ของสองล้อระดับตำนานอย่าง Honda CB750 ซึ่งจะผลิตออกมาเพียง 54 คัน เท่านั้น โดย Honda CB1100 RS รุ่นพิเศษนี้ มาพร้อมขุมพลัง 4 สูบแถวเรียง ในพิกัด 1140 cc. ระบายความร้อนด้วยอากาศ ให้กำลัง 88.5 แรงม้า เช่นเดียวกับสเปคจากโรงงาน แต่สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือ การปั้นแต่งอย่างวิจิตรบรรจง องค์ประกอบต่างๆ ล้วนสร้างมาเพื่อให้สื่อถึงคุณค่าของความเป็นสองล้อระดับตำนาน
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจนที่สุดคงหนีไม่พ้นภาพลักษณ์ที่ดูเก๋า ดุดันมากยิ่งขึ้น โดยมาในสไตล์ Cafe Racer ไฟหน้าครอบด้วยโม่ง เบาะท้ายครอบตูดมด องค์ประกอบทุกชิ้นเน้นความทรงคุณค่าโดยทำขึ้นจากอลูมิเนียม ไร้ซึ่งพลาสติก อันเป็นผลงานการปั้นแต่งของ Mr.Guy Willison ด้านรายละเอียดอื่นๆ เน้นเติมความหล่อและท่าทางการขับขี่ให้ให้กระชับมากยิ่งขึ้นด้วยชุดแฮนด์บาร์ทรงเตี้ยจาก Renthal ที่จับคู่อยู่กับปลอกแฮนด์ของ Tomaselli นอกจากนี้ยังมีก้านคลัทช์แบบสั้น และกระจกมองข้างแต่งทรงกลม เพื่อให้ตัวรถมีความโดดเด่น ดูแพงขึ้นไปอีกขั้น พร้อมเติมอารมณ์การขับขี่ด้วยชุดปลายท่อไอเสียไทเนเนียมปลายคู่ 4-2 จาก Racefit
สำหรับใครที่ถูกอกถูกใจ Honda CB1100 RS คันนี้ หากต้องการจะจับจอง ก็คงต้องรีบสักหน่อยเพราะทาง 5Four Motorcycles ทำแบบ Made to Order เพียง 54 คัน ตามชื่อของทางสำนักเท่านั้น ส่วนค่าตัวถูกตั้งเอาไว้ที่ 15,554 ปอนด์ และใช้เวลาทำทั้งสิ้นประมาณ 3 เดือน แบบนี้สิ...งาน Craft ของจริง

ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก boxzaracing.com

CB650F NewHonda CRF1100L Africa Twin มาแน่ ! ค่ายปีกนกไม่ได้คอนเฟิร์ม แต่กระแสมันแรงเวอร์นับว่าเป็นข่าวลือที่หนาหูมากทีเ...
17/08/2019

CB650F New
Honda CRF1100L Africa Twin มาแน่ ! ค่ายปีกนกไม่ได้คอนเฟิร์ม แต่กระแสมันแรงเวอร์
นับว่าเป็นข่าวลือที่หนาหูมากทีเดียว สำหรับการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของสองล้อสายลุยระดับตำนานอย่าง Honda CRF1100L Africa Twin ที่ครั้งนี้ได้รับการอัพเกรดขุมพลังใหม่ ให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับการเดินทางที่หลากหลาย เติมความท้าทายด้วยสมรรถนะที่ไม่น้อยหน้าคู่แข่งแบรนด์อื่นๆ และด้วยเหตุในที่ทำให้สื่อต่างแดนอย่าง VisorDown มั่นใจว่า Honda CRF1100L Africa Twin มาแน่ ! เราไปดูกันเลยครับ

ปัจจัยแรกที่ทำให้ VisorDown มั่นใจว่า Honda CRF Africa Twin จะมาพร้อมขุมพลังใหม่ก็คือ ด้วยรหัสของเครื่องยนต์ที่ทางเว็บไซท์อย่าง cycleworld.com ระบุว่า Honda CRF1100L Africa Twin จะมาพร้อมขุมพลังในรหัส SD09 ซึ่งสำหรับ CRF1000L Africa Twin รุ่นที่มีจำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน มาพร้อมเครื่องยนต์รหัส SD06 (ส่วนรุ่นแรกในปี 2015/2017 นั้น คือ SD04)
สำหรับขุมพลังใหม่ของว่าที่ Honda CRF1100L Africa Twin ยังคงมาในรูปแบบ 2 สูบเรียง ขยับพิกัดความจุจาก 998 ซีซี. เป็น 1,084 ซีซี. แม้ว่าในส่วนของพละกำลังอาจจะไม่ได้เพิ่มสูงขึ้นมากนัก (จาก 94 เป็น 101 แรงม้า) แต่ก็ถือว่าให้กำลังและแรงบิดที่ดียิ่งขึ้น โดยทางค่ายปีกนกยังคงยืนยันในจุดยืนเดิมว่าจะไม่ไปท้าแข่งกับบรรดาทัวริ่งตัวแรงอย่าง 1290 Super Adventure (160 แรงม้า), Ducati Multastrada 1260S (160 แรงม้า) หรือ BMW R1250 GS (134 แรงม้า) โดยจากหลายๆ แหล่งข่าวระบุว่า เครื่องยนต์บล็อคใหม่นี้ จะให้กำลังสูงสุดที่ 7,500 รอบ/นาที เหมือนเดิม และจะผ่านมาตรฐานไอเสียตามที่กำหนดในอนาคต และลดเสียงท่อให้เบาลงอีก 3 เดซิเบล
ข่าวลือถึงสิ่งที่เปลี่ยนไปอีกอย่างของ Honda CRF1100L Africa Twin ก็คือ ถังน้ำมันที่ได้รับการอัพเกรดให้มีขนาดใหญ่ถึง 24 ลิตร ซึ่งใกล้เคียงกับถังขนาด 24.2 ลิตร ใน Africa Twin เวอรืชั่น Adventure Sport ในส่วนของน้ำหนักนั้น สำหรับรุ่นปกติเกียร์ธรรมดาจะอยู่ที่ 238 กก. และ 248 กก. ในรุ่นเกียร์ DCT ส่วนเวอร์ชั่น Adventure Sport เกียร์ธรรมดาอยู่ที่ 240 กก. และ DCT อยู่ที่ 250 กก. ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่าในงาน Eicma 2019 เราอาจจะได้สัมผัสตัวเป็นๆ ของ Honda CRF1100L Africa Twin ก็เป็นได้

ขอขอบคุณข้อมูล-ภาพจาก boxzaracing

CB650 NewsRoyal Enfield เผยค่าตัวมอเตอร์ไซค์คลาสสิคจอมลุย Bullet Trials Works Replica ครั้งแรกในโลก  หลังจากเผยโฉมครั้งแ...
15/06/2019

CB650 News
Royal Enfield เผยค่าตัวมอเตอร์ไซค์คลาสสิคจอมลุย Bullet Trials Works Replica ครั้งแรกในโลก
หลังจากเผยโฉมครั้งแรกในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา ทางค่าย Royal Enfield แบรนด์มอเตอร์ไซค์คลาสสิคสัญชาติอังกฤษ ก็ได้ฤกษ์เผยค่าตัวของสองล้อจอมลุยอย่าง Bullet Trials Works Replica พร้อมเตรียมส่งลุยตลาดเอาใจไบค์เกอร์สายชิคอย่างจริงจัง
สำหรับ Royal Enfield Bullet Trials Works Replica ได้รับการพัฒนาต่อยอดจาก Bullet รุ่นดั้งเดิม ให้มีสไตล์ที่ดุดัน พร้อมเดินทางในสถานการณ์ที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยได้รับแรงบันดาลใจจากรถของ Johnny Brittain ในปี 1949 ผู้ซึ่งชนะการแข่งขัน International Six Days Trial การแข่งขันแนวเอนดูโรสุดโหดถึง 2 ครั้ง ตอกย้ำความโดดเด่นด้วยถังน้ำมันสีเงินตัดด้วยโครเมี่ยม เบาะนั่งเดี่ยวสไตล์คลาสสิค พร้อมถาดวางสัมภาระด้านท้าย แต่ที่เด่นแบบสุดๆ คงหนีไม่พ้นโครงสร้างตัวรถ ที่มาพร้อมเฟรมที่มีให้เลือกทั้งสีเขียว และสีแดง โดยยังคงประจำการด้วยเครื่องยนต์ในพิกัด 500 ซีซี. 1 สูบ 27 แรงม้า ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของแรงบิดรอบต่ำ พร้อมปรับในเรื่องอัตราทดสเตอร์เล้กน้อยเพื่อให้เหมาะกับรูปแบบในการขับขี่มากยิ่งขึ้น
Mr.Mark Wells หัวหน้าฝ่ายออกแบบและผลิตภัณฑ์ของ Royal Enfield กล่าวว่า "Royal Enfield มีประวัติอันยาวนานและความภาคภูมิใจในการสร้างรถจักรยานยนต์ที่มีความยืดหยุ่น ทนทาน ซึ่ง Bullet เป็นรถที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดของ Royal Enfield และรุ่นนี้น่าจะเป็นที่ชื่นชอบของไบค์เกอรืสายคลาสสิคอย่างแน่นอน
Royal Enfield Bullet Trials Works Replica เปิดราคาในอังกฤษที่ 4699 ปอนด์ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 186,### บาท โดยเปิดให้จับจองได้ตั้งแต่บัดนี้ และพร้อมส่งมอบในเดือนกรกฎาคม เป็นต้นไป ไบค์เกอร์ชาวไทย ใครชื่นชอบ เก็บเงินรอกันได้เลยครับ

ขอขอบคุณข้อมูลภาพจาก boxzaracing.com

CB500F New Honda CBX เผยรายละเอียดหน้าตาของรถ กับขุมพลัง 6 สูบเรียงใหม่ ไม่อิง Gold Wingหลังจากที่มีข่าวว่าทาง Honda เตร...
27/04/2019

CB500F New
Honda CBX เผยรายละเอียดหน้าตาของรถ กับขุมพลัง 6 สูบเรียงใหม่ ไม่อิง Gold Wing
หลังจากที่มีข่าวว่าทาง Honda เตรียมคืนชีพมอเตอร์ไซค์ 6 สูบ อย่าง Honda CBX กลับมาให้แฟนๆ ได้สัมผัสอีกครั้ง หลังจากที่ได้สร้างชื่อในยุคปลาย 70 ถึงยุคปี 80 ล่าสุดได้มีการปรากฎภาพสิทธฺบัตรชุดใหม่ ซึ่งได้เผยข้อมูลที่ก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้น ทั้งบุคลิกตัวรถ และรายละเอียดเครื่องยนต์ มาชมพร้อมกันได้เลย
เริ่มจากภาพสิทธิบัตรตัวรถว่าที่ Honda CBX ที่ยังคงออกแบบให้มีบุคลิกสไตล์ Cafe Racer โดดเด่นด้วยแฟริ่งทรงกลม พร้อมมอบความวินเทจด้วยเฟรมรถแบบ Tubular และรูปทรงเบาะกับครอบตูดมดทรงมนๆ แต่จะเห็นได้ว่ามีการเพิ่มออพชั่นที่ทันสมัยยิ่งขึ้น ทั้งโช้คอัพหัวกลับ USD, ดิสก์เบรกคู่พร้อมคาลิเปอร์เบรกแบบเรเดียลเมาท์, ชุดหม้อน้ำ นอกจากนี้ยังเผยให้เห็นชุดท่อไอเสียปลายแยก 3 ท่อสุดแนวด้วย
ส่วนอีกชุดจะเป็นรายละเอียดเครื่องยนต์ซึ่งได้รับการดีไซน์เป็นแบบ DOHC พร้อมจำนวนวาล์วที่มากถึง 24 วาล์ว ส่วนความจุจะน้อยกว่า 1,833 ซีซี. ซึ่งความจุดังกล่าวเป็นเครื่องยนต์จาก Honda Gold Wing เพื่อเพิ่มความคล่องตัว โดยอาจจะอยู่ราวๆ 1,000 ซีซี. ร่วมกับเทคโนโลยีใหม่ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น ปล่อยมลพิษลดลง ทั้งนี้มีข่าวคราวว่าทางฮอนด้าเองก็เริ่มเดินสายการผลิตว่าที่ Honda CBX กันแล้ว เตรียมจับตาชมกันให้ดี

(ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก boxzaracing.com)

CB650F Newsเริ่มแล้วครับงาน Motor Show 2019
29/03/2019

CB650F News
เริ่มแล้วครับงาน Motor Show 2019

CB650F News    เตรียมพบกับงาน The Best of Moto & Vintage Car 2019   2-3 มีนาคม 2562  เหล่า Biker ไม่ควรพลาดพบกันในงานน่ะ...
23/02/2019

CB650F News
เตรียมพบกับงาน The Best of Moto & Vintage Car 2019 2-3 มีนาคม 2562 เหล่า Biker ไม่ควรพลาดพบกันในงานน่ะครับ

ที่อยู่

Nonthaburi
11000

เบอร์โทรศัพท์

+66909796165

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Cb650f Nonthaburi CLUBผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์