Cb500f New Thailand

Cb500f New Thailand *เป็นกลุ่นคนรัก cb500f new

CB500F New UpdateYamaha เตรียมเดินหน้าพัฒนารถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าพร้อมตีตลาดโลก พบกันเร็วๆ นี้ Yamaha ให้สัญญาณถึงการนำเสนอม...
22/09/2018

CB500F New Update
Yamaha เตรียมเดินหน้าพัฒนารถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าพร้อมตีตลาดโลก พบกันเร็วๆ นี้
Yamaha ให้สัญญาณถึงการนำเสนอมอเตอร์ไซค์พลังงานไฟฟ้า รองรับความต้องการของคนรุ่นใหม่ในอนาคต ซึ่งทางทีมวิศวกรจาก Yamaha Motor Research & Development India (YMRI) จากประเทศอินเดีย ได้เผยถึงทิศทางของมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า โดยมีศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนาแพลตฟอร์มในประเทศอินเดีย พร้อมรองรับการทำตลาดในระดับโลกได้ในอนาคต

ซึ่งทาง Mr. Yasuo Ishihara ผู้จัดการแผนก YMRI ถึงความร่วมมือการพัฒนารถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าระหว่าง YMRI กับ Yamaha Motor Corporation (YMC) จากประเทศญี่ปุ่น โดยได้ทำการศึกษาความเป็นไปได้ในด้านความต้องการของผู้บริโภค พฤติกรรม และสภาพอากาศของอินเดีย ที่มีความสำคัญต่อการพัฒนารถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสำหรับทำตลาดภายในประเทศ ซึ่งจะเป็นทิศทางหลักของการพัฒนาแพลตฟอร์มใหม่สำหรับมอเตอร์ไซค์ประเทศนี้ ที่สามารถรองรับการผลิตและจัดจำหน่ายได้ทั้งในประเทศ และต่างประเทศในอนาคต

"เรากำลังจัดตั้งพันธมิตรกับซัพพลายเออร์ที่สำคัญ (สำหรับ EVs) หวังว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดีสำหรับธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าของ Yamaha ในอนาคต โดยในเวลานี้ ไม่สามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้" Mr. Yasuo Ishihara กล่าวเพิ่มเติม
นอกจากนี้ทางยามาฮ่าก็ยังได้ศึกษาทิศทางตลาดและรูปแบบเทคโนโลยีของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าในประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะด้านบริการ "แลกเปลี่ยนแบตเตอรี่" ซึ่งผู้ขับขี่สามารถสับเปลี่ยนแบตเตอรี่เก่าที่ไฟเหลือน้อยเป็นแบตเตอรี่ใหม่ที่ชาร์จไฟจนเต็มตามสถานีต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกและความรวดเร็วในการใช้งานรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ซึ่งเขาได้เผยว่าใช้เวลาในการเปลี่ยนแบตเตอรี่เร็วเทียบเท่ากับการเติมน้ำมัน

แม้ว่าทาง Yamaha จะยังไม่เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมมากนัก แต่ทางบริษัทฯ ก็เตรียมพร้อมพัฒนามอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าให้ทันก่อนที่มาตรฐานการควบคุมมลพิษในอินเดียอย่าง BS VI จะเริ่มบังคับใช้ในปี 2020 เป็นต้นไป ด้วยการเดินหน้าพัฒนาอย่างจริงจัง จะทำให้แบรนด์สามารถยืนหยัดเป็นผู้นำมอเตอร์ไซค์ในตลาดอินเดียได้อย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับแบรนด์อื่นๆ ที่เตรียมเดินหน้านำเสนอรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า อย่าง Hero MotoCorp, Bajaj Auto, TVS Motor Company, Suzuki Motorcycle India, Royal Enfield เป็นต้น

ขอขอบคุรข้อมูลและภาพจาก boxzaracing

CB500F  UpdateHarley Davidson กับ 2 มอเตอร์ไซค์พันธุ์ดุโดนใจวัยเก๋า เร้าใจกว่าที่เคยสัมผัสHarley Davidson เปิดตัวมอเตอร์...
01/09/2018

CB500F Update
Harley Davidson กับ 2 มอเตอร์ไซค์พันธุ์ดุโดนใจวัยเก๋า เร้าใจกว่าที่เคยสัมผัส
Harley Davidson เปิดตัวมอเตอร์ไซค์สุดเก่าถึง 3 รุ่น ซึ่งก่อนหน้านี้ เราได้นำเสนอสายลุยรุ่นล่าสุดอย่าง Harley Davidson Pan America 1250 กันไปแล้ว คราวนี้เรามาดูอีก 2 รุ่น 2 สไตล์ ที่คาดว่าน่าจะถูกอกถูกใจไบค์เกอร์ทั้งรุ่นน้อยรุ่นใหญ่อย่างแน่นอน
สำหรับรุ่นแรก หากจะเรียกได้ว่าเป็นรุ่นเล็กของค่ายก็คงไม่ผิดนัก กับน้องใหม่สายดุอย่าง Harley Davidson Streetfighter 975 ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าทางค่ายเตรียมเปิดตัวในช่วงกลางปี 2019 โดยรถรุ่นนี้มาในสไตล์เนคเก็ตไบค์ที่ให้ความหลากหลายในการใช้งาน คล่องตัวด้วยแฮนด์บาร์ทรงสูง ถังน้ำมันที่โอบกระชับกับสรีระ พักเท้าวางตรงตำแหน่งผู้ขับขี่ ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง V-Twin DOHC วางทำมุม 60 องศา พิกัด 975 ซีซี. ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขับเคลื่อนด้วยสายพาน พร้อมระบบช่วงล่างแบบ Upside Down จับคู่ชุดเบรกเรเดียลเม้าท์จาก Brembo Monoblock ด้านล้อมาในขนาด 17 นิ้ว ห่อหุ้มด้วยยาง Michelin Pilot Power 2CT ขนาด 120/70-17 และ 180/55-17 ตามลำดับ
ส่วนอีกหนึ่งรุ่นที่มีความน่าสนใจไม่แพ้กันก็คือ Harley Davidson Custom 1250 โดยแม้จะยังไม่ทราบรายละเอียดที่แน่ชัด แต่สื่อต่างชาติคาดการณ์กันว่า มอเตอร์ไซค์รุ่นนี้ น่าจะเป็นอีกหนึ่งรุ่นในตำนานอย่าง Sporter เจนเนอเรชั่นต่อไป โดยจะมาพร้อมขุมพลังบล็อคใหม่ในพิกัด 1,250 ซีซี. ที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้เหมาะสมกับเทรนด์ที่เปลี่ยนไป และส่งให้แบรนด์ Harley Davidson มีลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอย่างที่ทางค่ายตั้งเป้าไว้ในอนาคต

(ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก boxzaracing)

CB500F  NewsBenelli เปิดตัว TRK 502X และ Leoncino Trail พร้อมตั้งเป้าสู่ Top 3 ตลาดบิ๊กไบค์เมืองไทย เบเนลลี่ ประเทศไทย ป...
21/07/2018

CB500F News
Benelli เปิดตัว TRK 502X และ Leoncino Trail พร้อมตั้งเป้าสู่ Top 3 ตลาดบิ๊กไบค์เมืองไทย
เบเนลลี่ ประเทศไทย ประกาศความพร้อม เปิดตัวโชว์รูมและศูนย์บริการ Benelli Servizo เพิ่มอีก 11 แห่ง ให้ครอบคลุม 28 จังหวัด ทั่วประเทศ พร้อมแนะนำบิ๊กไบค์สายพันธุ์อิตาลีลุยกิจกรรมทางตลาดที่เข้มข้นเข้าถึงลูกค้าครบทุกเซ็กเม้นต์ ทั้ง TRK 502X และ Leoncino Trail ตั้งเป้าสู่ Top 3 ตลาดบิ๊กไบค์ของไทยในปี 2562 หลังยอดขายเติบโต 8 ปี ติดต่อกัน
คุณธนชาติ ธนาดำรงศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบเนลลี่ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า "หลังจากที่เริ่มรุกตลาดบิ๊กไบค์ในประเทศไทยมานานกว่า 8 ปี ปัจจุบันมีโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานทั้งหมด 23 แห่ง ใน 17 จังหวัด ทั่วประเทศ ภายในปีนี้ตั้งเป้าเพิ่มทุนพร้อมรุกเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการ Benelli Servizo พร้อมเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ โดยเพิ่มอีก 11 แห่ง รวมทั้งสิ้น 34 แห่ง ให้ครอบคลุม 28 จังหวัด ทั่วประเทศ ภายในปีนี้ โดยเฉพาะโชว์รูมและศูนย์บริการ Benelli Servizo แคราย แห่งนี้ เราใช้งบลงทุนกว่า 160 ล้านบาท มีพื้นที่บริการกว่า 1,600 ตร.ม."
แนวคิดของโชว์รูมและศูนย์บริการ Benelli Servizo คือการเน้นแกนหลักของ 3C โดย C แรก คือ Culture & Community เน้นไปที่การถ่ายทอดจิตวิญญาณ วัฒนธรรมและสังคมของ Benelli Bike ส่วน C ที่สอง คือ Customization & Costume คือ การใส่ใจในรายละเอียดความต้องการของลูกค้าทั้งส่วนตัวรถและผู้ขับขี่ และ C สุดท้ายก็คือ Customer Satisfation การให้ความพึงพอใจของลูกค้าสูงสุดเป็นที่ตั้ง โดยเน้นให้ลูกค้าได้รับบริการมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ

"เมื่อเปรียบเทียบยอดขายครึ่งปีแรก (มกราคม-มิถุนายน) Benelli มียอดขายเพิ่มขึ้น 26.2% ในกลุ่มรถบิ๊กไบค์ 300 ซีซี. ขึ้นไป (821 คัน ในปี 2560 และ 1,038 คัน ในปี 2561) และสำหรับ 6 เดือนแรกของปีนี้ เรามียอดจดทะเบียนทุกรุ่นกว่า 2,000 คัน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากยอดขายรุ่น 500 ซีซี. ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก รวมทั้งการเป็นแบรนด์ในตลาดรถบิ๊กไบค์ ที่เริ่มระบบการรับประกันเครื่องยนต์ 3 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง เรามีแคมเปญการตลาด Exclusive Trip สำหรับรุ่น TRK 502X และ Leoncino Trail แก่ลูกค้าที่ออกรถจากตัวแทนจำหน่าย และกิจกรรม TRK 2,000 ไมล์ เพื่อยืนยันสมรรถนะของ TRK 502 ในทุกสภาพภูมิประเทศตลอดระยะทาง 3,200 กม. ในทริปซีซันแรก ออกเดินทาง 6 วัน 20 จังหวัด และกำลังจะมีซีซั่น 2 ช่วงสิ้นเดือนกรากฎาคมนี้ กับระยะทางกว่า 4,000 กม. ผ่าน 18 จังหวัดสู่ภาคใต้
คุณธนชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า "กลยุทธ์ทางการตลาดในช่วงครึ่งปีหลัง จะเน้นการนำรถมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวในปีนี้ ซึ่งมีความหลากหลายครบทุกเซ็กเม้นต์ ส่วนการสื่อสารการตลาดจะใช้กลยุทธ์ F.R.A.P.I. คือ Familiar สร้างความคุ้นเคยจากตำนาน Benelli ที่ยาวนานกว่า 108 ปี Recognize การสร้างความจดจำผ่านรุ่น 300 ซีซี. 2 สูบ Parallel-Twin เป็นตัวธงรบหลักตั้งแต่ปี 2557 Accept สร้างการยอมรับโดยใช้รุ่น 500 ซีซี. 2 สูบ ที่เน้นดีไซน์และสเปคที่เหนือกว่าคู่แข่งในรุ่นเดียวกัน Perfect และ Insist เป็นสเต็ปที่จะเกิดขึ้นในปี 2562 - 2563 สู่นิยาม Benelli บิ๊กไบค์แกร่งดีไซน์อิตาลีที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งานในราคาที่จับต้องได้ ด้วยเทคโนโลยีที่เหนือกว่า พร้อมจำนวนโชว์รูมและศูนย์ บริการ Benelli Servizo ทั่วประเทศที่รองรับบริการหลังการขายได้ครอบคลุมทุกพื้นที่"
"เบเนลลี่ ประเทศไทย มั่นใจได้ว่าจะสามารถก้าวสู่ตำแหน่งผู้นำในตลาดได้อย่างมีสเถียรภาพ ซึ่งได้เปิดตัวรุ่นใหม่สู่ตลาดในเดือนนี้ ได้แก่ TRK 502X, Leoncino Trail ทั้งนี้ การเพิ่มไลน์อัพสินค้าจะทำให้ครอบกลุ่มกลุ่มรถ Naked, Sport, Touring, Adventure, Enduro, Classic และ Cruiser เมื่อลูกค้ารู้จักและได้สัมผัส Benelli จะเป็นแฟนพันธุ์แท้ที่เหนียวแน่น การขยายช่องทางจำหน่ายและศูนย์บริการรวมถึงบริการหลังการขาย โดยเฉพาะการเป็นแบรนด์แรกในตลาดรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ที่กล้าออกมารับประกันเครื่องยนต์ 3 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง ตั้งเป้าว่าจะสามารถทำยอดขายบิ๊กไบค์พิกัด 250 ซีซี. ขึ้นไป ให้ได้มากกว่า 1,000 คัน ในปี 2562 และก้าวสู่ Top 3 ได้อย่างเต็มภาคภูมิ"

ขอขอบคุณข้อมูลจาก boxzaracing

CB500F  UpdateHonda CB400 Super Four & Super BOL D'OR 2018 มาพร้อมกับสีแดงใหม่ โชว์ความชิคแบบมีสไตล์      Honda ประเทศญี...
16/06/2018

CB500F Update
Honda CB400 Super Four & Super BOL D'OR 2018 มาพร้อมกับสีแดงใหม่ โชว์ความชิคแบบมีสไตล์

Honda ประเทศญี่ปุ่น ปลุกความแซ่บให้กับไบค์เกอร์สุดชิคด้วยการเผยโฉม Honda CB400 Super Four & Super BOL D'OR 2018 สีตัวถังใหม่ Candy Chromo Sphere Red ภายใต้บุคลิกบิ๊กไบค์ที่เปี่ยมไปด้วยมนต์เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ
Honda CB400 Super Four มอเตอร์ไซค์ 4 สูบ 400 ซีซี. ที่ได้รับการอัพเกรดยกระดับความทันสมัย โดยยังคงบุคลิกที่คลาสสิก สวยงามลงตัว ด้วยโคมไฟหน้า LED แบบ 4 x 4 Eyes สำหรับปรับไฟสูง-ต่ำ ส่วน Honda CB400 Super BOL D'OR จะเป็นมอเตอร์ไซค์แบบ Half Fairing ที่สะท้อนความคลาสสิกของมอเตอร์ไซค์สไตล์สปอร์ต โดยมาพร้อมกับโคมไฟหน้า LED ดีไซน์เฉพาะ
Honda CB400 ทั้งสองรุ่น ได้รับการอัพเกรดเครื่องยนต์ 4 สูบ ความจุ 399 ซีซี. DOHC ให้สมรรถนะสูงสุด 56 แรงม้า ที่ 11,000 รอบ/นาที แรงบิด 39 นิวตัน-เมตร ที่ 9,500 รอบ/นาที ที่ได้รับการปรับปรุงระบบภายในเครื่องยนต์และระบบไอดี-ไอเสียใหม่ เพื่อมอบประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้น และบริโภคน้ำมันอยู่ที่ 31 กม./ลิตร นอกจากนี้ยังได้รับการปรับปรุงระบบกันสะเทือนให้ดีขึ้นด้วย
สีตัวถัง Honda CB400 2018 จะมีให้เลือกทั้งสีแดง Candy Chromo Sphere Red ซึ่งเป็นสีใหม่ล่าสุด , สีขาว Pearl Sunbeam White, สีน้ำเงิน Gurinto Wave Blue Metallic และสีดำ Graphite Black โดยสี Candy Chromo Sphere Red จะวางจำหน่ายเฉพาะในโชว์รูม Honda Dream ประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2561 เป็นต้นไป ส่วนราคาจำหน่ายมีรายละเอียดดังนี้

CB400 Super Four ราคา 858,600 เยน
CB400 Super Four (ABS) ราคา 909,360 เยน
CB400 Super BOL D'OR ราคา 990,360 เยน
CB400 Super BOL D'OR (ABS) ราคา 1,058,400 เยน

(ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก boxzaracing)

CB500F UpdateHonda เตรียมพัฒนา Rebel 1000 เติมเต็มไลน์มอเตอร์ไซค์สไตล์ Bobber ภายในปีนี้ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งกระแสข่า...
16/06/2018

CB500F Update
Honda เตรียมพัฒนา Rebel 1000 เติมเต็มไลน์มอเตอร์ไซค์สไตล์ Bobber ภายในปีนี้
เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งกระแสข่าวที่มาแรง และน่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง เมื่อสื่อชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่นอย่าง Young Machine ได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับรถแนว Bobber โมเดลใหม่ล่าสุด ที่ทางค่ายปีนก Honda เตรียมพัฒนา พร้อมเปิดตัวภายในปี 2018 กับโมเดลที่มีชื่อว่า Honda Rebel 1000
โดย Young Machine ได้นำภาพการจดสิทธิบัตร ที่อ้างอิงเกี่ยวกับโมเดล Honda Rebel 1000 ที่เผยให้เห็นในส่วนของโครงรถที่มาในแบบเดียวกันกับ Rebel 500 และ Rebel 300 แต่มีการปรับเปลี่ยนจุดยึดเครื่องยนต์ใหม่ เพื่อรองรับกับการติดตั้งเครื่องยนต์ขนาด 998 ซีซี. ซึ่งคาดว่าจะนำเครื่องยนต์ของรุ่น Africa Twin มาติดตั้ง ซึ่งมาพร้อมระบบคลัชท์มือ และระบบคลัชท์คู่ DCT รวมไปถึงด้านระบบไฟหน้า ที่จะมาพร้อมกับระบบไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ และไฟ Daytime Running Light แบบ LED ด้านข้าง

ทั้งนี้ Honda Rebel 1000 อาจเผยโฉมครั้งแรกในช่วงปลายปี 2018 เนื่องจากมีพื้นฐานเดิมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของโครงสร้างตัวรถ และเครื่องยนต์ ซึ่งสามารถนำมาประกอบได้เลย เพียงแต่จะแล้วเสร็จทันสิ้นปีนี้หรือไม่ คงได้รู้กัน

(ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก boxzaracing)

CB500F UpdateHonda CBR1000RR 2019 จะมาพร้อมขุมพลัง V4 จริงหรือมั่ว ชัวร์หรือไม่ ไปติดตามกันHonda CBR1000RR มอเตอร์ไซค์สา...
19/05/2018

CB500F Update
Honda CBR1000RR 2019 จะมาพร้อมขุมพลัง V4 จริงหรือมั่ว ชัวร์หรือไม่ ไปติดตามกัน
Honda CBR1000RR มอเตอร์ไซค์สายพันธุ์สปอร์ตรุ่นใหญ่แห่งค่ายปีกนก เป็นหนึ่งในบิ๊กไบค์ที่ได้การยอมรับจากไบค์เกอร์ผู้รักความเร็วมาอย่างยาวนาน ด้วยคาแร็กเตอร์ที่โดดเด่น ชวนหลงใหลในเรื่องของ Total Balance ที่ยอดเยี่ยม ผสานระหว่างกำลังที่พอเหมาะกับองค์ประกอบต่างๆ ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถคุมบังเหียนได้อย่างเชื่องมือ
Honda CBR1000RR โฉมปัจจุบันเปิดตัวในบ้านเราช่วงต้นปี 2017 ซึ่งก็ได้รับความนิยมไม่น้อย ด้วยเทคโนโลยีที่ถอดแบบมาจากตัวแข่ง WSBK โดยมาพร้อมเครื่องยนต์ในรูปแบบ 4 สูบเรียง พิกัด 999 ซีซี. ให้กำลังขับเคลื่อน 189 แรงม้า พร้อมน้ำหนักที่เบาลงที่ 196 กก. และเบาเป็นอันดับต้นๆ เมื่อเทียบกับคู่แข่งในคลาสเดียวกัน
แม้จะเปิดตัวมาไม่นานนัก แต่ล่าสุดก็มีข่าวที่กำลังฮือฮาในโลกโซเชียลจากนิตยสารชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่นอย่าง Young Machine ว่า Honda เตรียมอัพเกรดชุดใหญ่ให้กับ Honda CBR1000RR 2019 โดยความเคลื่อนไหวที่ฮือฮามากที่สุดก็คือ การกลับมาของขุมพลังในรูปแบบ V4 ที่มีพละกำลังมากกว่า 200 แรงม้า ซึ่งเป็นสิ่งที๋ฮอนด้าถนัด เนื่องจากเครื่องยนต์ในรูปแบบนี้ เป็นเครื่องที่ทาง Honda ใช้ในการแข่งขัน MotoGP รวมถึงประจำการในตัวเด็ดในค่ายอย่าง Honda RC213V ซึ่งถ้าข่าวนี้เป็นจริง ก็เท่ากับว่า ไบค์เกอร์สายสปอร์ตจะได้สัมผัสกับเทคโนโลยีระดับเวิลด์คลาสในค่าตัวที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น
ถ้าข่าวคราวการใช้เครื่องยนต์ V4 ของ Honda CBR1000RR 2019 เป็นเรื่องจริง นั่นก็เท่ากับว่า CBR1000RR กำลังก้าวไปสู่การพัฒนาอย่างยิ่งใหญ่ หลังจากที่มีการอัพเกรดระบบต่างๆ มากมายและคงจะเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นไม่น้อย หาก Honda CBR1000RR 2019 จะได้รับการอัพเกรดเทคโนโลยีต่างๆ ที่ถอดแบบมาจาก Honda RC213V ในค่าตัวที่จับต้องได้

ขอขอบคุณข้อมูลกับภาพจาก boxzaracing

CB500F UpdateHonda X-ADV ความเร้าใจของ Big Scooter สายลุย กับเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ที่พร้อมทะยานไปในทุกเส้นทางเรียกได้ว่าเ...
21/04/2018

CB500F Update
Honda X-ADV ความเร้าใจของ Big Scooter สายลุย กับเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ที่พร้อมทะยานไปในทุกเส้นทาง
เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งรุ่นไฮไลท์สำคัญ สำหรับค่ายปีกนก Honda ในปีนี้เลยก็ว่าได้ กับรถ Big Scooter ลำใหม่ พิกัด 750 ซีซี. ที่ซุ่มพัฒนา และเผยโฉมในฐานะรถ Concept Bike มาหลายปี จนแฟนๆ ต่างเรียกร้องให้ผลิตมาในเวอร์ชั่น Production แบบ Global Model ซึ่งล่าสุด ทาง A.P. Honda ประเทศไทย ก็ไม่ทำให้แฟนๆ ชาวไทยต้องผิดหวัง เลือกเวที Motor Show 2017 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป เป็นการเปิดตัวครั้งแรกของ Honda X-ADV รถ Big Scooter สายลุย ดีไซน์ล้ำสมัย ผสานกับเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยอันเหนือระดับ ที่พร้อมจะพาคุณทะยานไปในทุกๆ เส้นทาง
สำหรับ Honda X-ADV ได้รับการพัฒนามาภายใต้แนวคิด Go Everywhere With Excited Feeling สามารถตอบสนองการใช้งานทั้งในเมือง และนอกเมือง ตลอดจนรูปแบบการขับขี่แบบ Off Road ได้อีกด้วย ซึ่งมาพร้อมกับออพชั่นที่น่าสนใจหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็นชิลด์บังลมขนาดใหญ่แบบปรับระดับได้, แฮนด์รถอลูมิเนียมเสริมแฮนด์การ์ดเช่นเดียวกับรุ่นพี่อย่าง CRF1000L Africa Twin, ไฟหน้าแบบ Full LED, เรือนไมล์ดิจิตอลดีไซน์ทันสมัย พร้อมแสดงข้อมูลได้อย่างครบถ้วน และสามารถปรับระดับองศาเพื่ออำนวยความสะดวกในการมอง, ช่องเสียบปลั๊กไฟใต้เบาะ 12V, ระบบ Smart Key System ที่สามารถสตาร์ทเครื่องยนต์ได้โดยไม่ต้องบิดกุญแจ และช่องเก็บของสำรอง (U-Box) ขนาดใหญ่
มิติตัวถัง ประกอบไปด้วย ระยะฐานล้อ 1,590 มม., ความสูงเบาะนั่ง 820 มม., ความยาวแฮนด์บาร์ 910 มม., น้ำหนักตัวถัง 238 กก., ช่องเก็บของใต้เบาะความจุ 21 ลิตร และถังน้ำมัน 1สำหรับไฮไลท์สำคัญของ Honda X-ADV อยู่ที่ระบบช่วงล่างที่พร้อมลุยในทุกสถานการณ์ ด้วยระบบช่วงล่างด้านหน้า Upside Down แบบ Cartridge-type ขนาด 41 มม. ที่สามารถปรับความแข็งของสปริง และการคืนตัวของโช้คอัพได้ และด้านหลังแบบ Mono Shock ติดตั้งอยู่บนสวิงอาร์ม Pro-Link แบบ U-shaped น้ำหนักเบา ส่วนระบบเบรคหน้าเป็นแบบดิสก์เบรคคู่ขนาด 310 มม. ทำงานร่วมกับปั้ม Nissin แบบ Radial Mount และด้านหลังแบบดิสก์เบรคเดี่ยวพร้อมปั้มเบรค Nissin ที่มาพร้อมระบบเบรค ABS ทั้งหน้า-หลัง อีกทั้ง Honda X-ADV ยังมาพร้อมกับล้อซี่ลวดแบบ Tubeless (ไม่มียางใน) ที่ขนาดด้านหน้า 17 นิ้ว และด้านหลังขนาด 15 นิ้ว รัดด้วยยางแบบกึ่งวิบากที่ขนาดยางหน้าขนาด 120/70 R17 และยางหลังขนาด 160/60 R153.1 ลิตร
สำหรับขุมพลังเครื่องยนต์ของ Honda X-ADV มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 4 จังหวะ 2 สูบ ขนาด 745 ซีซี. DOHC 8 วาล์ว จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยระบบหัวฉีด PGM-FI ระบายความร้อนด้วยน้ำ มอบสมรรถนะสูงสุด 54 แรงม้า ที่ 6,250 รอบ/นาที และมีแรงบิดสูงสุดที่ 68 นิวตัน-เมตร ที่ 4,750 รอบ/นาที ที่ผ่านมาตรฐานไอเสียระดับ Euro4 ด้วยอัตราบริโภคเชื้อเพลิงอยู่ที่ 79 ไมล์/แกลลอน (โหมด WMTC) อัตราการปล่อยไอเสีย (CO2) 81 กรัม/กม.
โดยเจ้า Honda X-ADV ส่งกำลังด้วยเกียร์ดูอัลคลัทช์ DCT 6 สปีด ที่ได้รับการพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตอบสนองในการขับขี่ที่ดียิ่งขึ้น มีให้เลือกทั้งโหมด D และโหมด S ที่ปรับได้ถึง 3 ระดับ แต่ละคลัทช์จะถูกควบคุมอย่างอิสระด้วยระบบไฟฟ้า รวมไปถึงสามารถเลือกโหมดเกียร์ MT ได้อีกด้วย
สำหรับราคาจำหน่ายของ Honda X-ADV ถูกเปิดตัวมาที่ 415,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่สะเทือนทั้งวงการ ด้วยสมรรถนะที่สามารถลุยได้ในทุกเส้นทาง ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมเทคโนโลยี และอ็อพชั่นอันล้ำสมัย เรียกได้ว่าคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์อย่างแท้จริง

(ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก boxzaracing.com)

CB500F Newsเริ่มแล้วครับงาน Motor Show 2018
31/03/2018

CB500F News
เริ่มแล้วครับงาน Motor Show 2018

CB500F Update Honda CB 300R MY2018 ฮอนด้า ปี 2018Honda CB300R คือรถจักรยานยนต์ที่ถูกคิดค้นขึ้นด้วยจิตวิญญาณคราฟต์ จากญี่...
24/02/2018

CB500F Update
Honda CB 300R MY2018 ฮอนด้า ปี 2018
Honda CB300R คือรถจักรยานยนต์ที่ถูกคิดค้นขึ้นด้วยจิตวิญญาณคราฟต์ จากญี่ปุ่น และผสมผสานเทคโนโลยีสปอร์ตที่ล้ำ หน้า ภายใต้แนวคิด "Japan Crafted คราฟต์ให้สุด เพื่อความเท่?เร้าใจ" มาพร้อมกับเอกลักษณ์ใหม่ในแบบฉบับของ NEO SPORTS CAFE ไฟหน้า LED ทรงกลม โช้กหัวกลับขนาดใหญ่ 41 มม. ดิสก์เบรกขนาด 296 มม. และเรเดียลเมาท์ 4 พอต คาลิปเปอร์ พร้อม ABS G-Sensor โช้คหลังโมโนโช้คแบบปรับได้ 7 ระดับ เครื่องยนต์ ระบบหัวฉีด PGM-FI ขนาด 300 ซีซี นอกจากนี้ยังสามารถเลือกชึดแต่ง H2C ได้หลายหลายสไตล์ ***เริ่มจำหน่ายพร้อมเปิดราคาช่วงเดือนกุมพาพันธ์ 2561
ระบบเกียร์ เกียร์:เกียร์ธรรมดา
ระบบเกียร์:6 เกียร์
รายละเอียดเครื่องยนต์:DOHC 4 วาล์วระบบระบายความร้อน:น้ำ
ระบบสตาร์ท:สตาร์ทไฟฟ้า (มือ)
เครื่องยนต์ ขนาดเครื่องยนต์:286.00 cc.
แบบเครื่องยนต์:4 จังหวะระบบจุดระเบิด:ควบคุมการจุดระเบิดลวงหน้าด้วยคอมพิวเตอร์
ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง:เบนซิน 91, แก๊สโซฮอล์ 95 (E10), แก๊สโซฮอล์ 91, แก๊สโซฮอล์ E20, เบนซิน 95
ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง:หัวฉีด (PGM-Fi)
ความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง:10 ลิตร
ระบบกันสะเทือน:ล้อหน้า เทลสโคปิคและโช้กหัวกลับขนดา 41 มม.,
ล้อหลัง โมโนโช้กระบบเบรก:
ล้อหน้า ดิสก์เบรก (จานเบรคขนาด 296 มม. เรเดียลเมาท์คาร์ลิเปอร์ 4 ลูกสูบ ABS G-Sensor),
ล้อหลัง ดิสก์เบรก (ABS G-Sensor)
แบบวงล้อ:แมกซ์ขนาดยาง:ล้อหน้า 110/70-17 M/C 54H (TUBELESS),
ล้อหลัง 150/60-17 M/C 66H (TUBELESS)
ขนาด (ยาวxกว้างxสูง มม.):2,012 x 888 x 1,052 มม.
ความสูงเบาะ 799 มม.
น้ำหนัก:143.00 กก.
ราคา:149,000 บาท

CB500F Update10 มอเตอร์ไซค์เด่น ที่พร้อมให้ไบค์เกอร์ได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดในงาน Motor Expo 2017 เริ่มต้นขึ้นแล้ว กับงาน M...
09/12/2017

CB500F Update
10 มอเตอร์ไซค์เด่น ที่พร้อมให้ไบค์เกอร์ได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดในงาน Motor Expo 2017
เริ่มต้นขึ้นแล้ว กับงาน Motor Expo 2017 ซึ่งในปีนี้ค่ายรถจักรยานยนต์ดูจะคึกคัก และได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากมีการเปิดตัวรถโมเดลใหม่กันหลากหลายรุ่น อีกทั้งยังจัดโปรโมชั่น และราคาสุดพิเศษเฉพาะช่วงเปิดตัวให้เหล่าไบค์เกอร์กระเป๋าตังค์สั่นคลอนกันตามๆ กัน และนี่คือ 10 รถมอเตอร์ไซค์เด่น ในงาน Motor Expo 2017 ที่ทาง BoxzaRacing อยากแนะนำให้เข้าไปสัมผัสกันตัวเป็นๆ ภายในงาน
Ducati Panigale V4

Ducati Panigale V4 เป็นการเปลี่ยนแปลงนวัตกรรมครั้งใหญ่ในตระกูลรถซูเปอร์ไบค์ของ Ducati ที่ถ่ายทอดเครื่องยนต์มาจากเทคโนโลยีในสนามแข่งขัน MotoGP สู่การพัฒนาออกแบบเครื่องยนต์รูปแบบใหม่ ด้วยเครื่องยนต์ 4 สูบแบบ V4 ทำมุม 90 ° กับปริมาตรความจุ 1,103 ซีซี. มาพร้อมกับระบบ Counter-Rotating Crankshaft ซึ่งโดยปกตินั้น ระบบนี้จะประจำการอยู่ในรถที่ใช้แข่งขันใน MotoGP เท่านั้น ประกอบกับ Desmodromic valves แบบ 4 วาล์ว/สูบ ด้วยทั้งหมดนี้ จึงรีดแรงม้าออกมาได้ถึง 214 แรงม้า เพื่อให้ผู้ใช้งานบนท้องถนนสัมผัสได้ถึงอารมณ์แห่งการขับขี่ และสมรรถนะของเทคโนโลยีที่ใกล้เคียงกับรถในการแข่งขัน MotoGP มากที่สุด โดยมีราคาพิเศษเฉพาะช่วงเปิดตัวของ Panigale V4 อยู่ที่ 949,000 บาท และราคาจำหน่ายของ Panigale V4 S อยู่ที่ 1,149,000 บาท เฉพาะช่วงงาน Motor Expo 2017 เท่านั้น

Ducati Multistrada 1260

อีกหนึ่งโมเดลที่มีความน่าสนใจไม่แพ้กันจากค่าย Ducati ก็คือ Ducati Multistrada 1260 ซึ่งทาง Ducati Thailand ได้นำมาเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย หลังจากที่พึ่งเปิดตัวล่าสุดกันไปในงาน EICMA 2017 โดย Ducati Multistrada 1260 ตอกย้ำคอนเซปต์ 4 Bikes in 1 สะดวกสบายครบครันด้วยเทคโนโลยีที่เหนือกว่า คล่องตัวในการใช้งานมากยิ่งขึ้น ด้วยเครื่องยนต์ Testastretta DVT รุ่นใหม่ขนาด 1,262 ซีซี. 158 แรงม้า ที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้ตัวรถในทุกๆ ย่านความเร็ว มาพร้อมกับแชสซีใหม่ และอุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์ที่ทันสมัย ช่วยเพิ่มการควบคุม และความสะดวกในการขับขี่ ให้ทุกสถานการณ์ และทุกเส้นทางเต็มไปด้วยความสะดวกสบายขั้นสูงสุด

Honda Rebel Special Edition Midnight Blue

สำหรับบูธ Honda ในปีนี้ แม้จะไม่มีการเปิดตัวรถโมเดลใหม่ แต่ก็มีการอัพเกรดเวอร์ชั่นพิเศษมากมายหลากหลายรุ่น อาทิ 650 Series สีใหม่ลายใหม่, 500 Series สีใหม่ลายใหม่ ฯลฯ แต่รุ่นที่มีความน่าสนใจในบูธก็คือ Honda Rebel Special Edition Midnight Blue สีน้ำเงินเข้มใหม่ เสริมความดุดันลึกลับน่าค้นหาด้วยรายละเอียดชิ้นส่วนโลหะอย่างลงตัว โดยมีจำหน่ายเพียง 200 คันในโลกเท่านั้น ซึ่งจะนำมาเปิดตัวให้ยลโฉมครั้งแรกในประเทศไทยที่งาน Motor Expo 2017 ส่วนรายละเอียดในส่วนของเครื่องยนต์ และช่วงล่างยังคงเหมือนกับในรุ่น Rebel 500 เช่นเดิม

Yamaha XSR700

สำหรับบูธ Yamaha ในปีนี้ มีไฮไลท์พิเศษมากมายภายในงาน และมีการเปิดตัวโมเดลใหม่ที่เหล่าไบค์เกอร์รอคอย นั่นก็คือ Yamaha XSR700 ซึ่งมาพร้อมกับสไตล์ Sport Heritage แบบเต็มตัว โครงรถแบบ Diamond โดยได้รับการปรับแต่งในส่วนของรูปลักษณ์ภายนอก ให้มีความชัดเจนในสไตล์มากยิ่งขึ้น เช่น ไฟหน้า และไฟท้ายโคมเดี่ยวทรงกลม, ถังน้ำมันดีไซน์ใหม่ กับขนาดความจุ 14 ลิตร, รวมไปถึงหน้าปัดเรือนไมล์ใหม่แบบทรงกลม ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของรถในสไตล์โมเดิร์นคลาสสิค แสดงผลแบบ Digital รวมไปถึงขุมพลังเครื่องยนต์ CP2 ขนาด 689 ซีซี. DOHC 8 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้สมรรถนะสูงสุด 74.8 แรงม้า ที่ 9,000 รอบ/นาที และมีแรงบิดสูงสุดที่ 68 นิวตัน-เมตร ที่ 6,500 รอบ/นาที โดย Yamaha XSR700 เปิดตัวมาด้วยราคา 339,000 บาท

Yamaha SCR950

และอีกหนึ่งไฮไลท์ของบูธ Yamaha ในปีนี้ก็คือ การเปิดตัวรถจักรยานยนต์แนว Street Scramblers รุ่นใหม่ล่าสุด Yamaha SCR950 ที่มาพร้อมกับออกแบบ และแนวทางอันเป็นเอกลักษณ์ กับเครื่องยนต์ขนาด 942 ซีซี. แบบ V-twin แบบ SOHC 8 วาล์ว Single Pin Crankshaft ระบายความร้อนด้วยอากาศ เครื่องยนต์บล็อกเดียวกับรถตระกูล Bolt โครงสร้างตัวถัง Double Cradle Steel Frame ระบบกันสะเทือนหน้าแบบเทเลสโคปิก 47 มม. จาก KYB โช้คอัพหลังแก๊สคู่ตามสไตล์ของรถ Scrambler ที่ปรับตั้งค่าความแข็งอ่อนของสปริงได้ สำหรับ Yamaha SCR950 เปิดตัวมาที่ราคา 439,000 บาท

Kawasaki Ninja 400

Kawasaki Ninja 400 มาพร้อมกับดีไซน์ Sport เร้าใจรอบทั้งคัน ซึ่งได้รับการถ่ายทอด DNA มาจาก Ninja H2 เริ่มจากไฟหน้าแบบ LED แยก 2 โคม ตามแบบฉบับของตระกูล Ninja แฮนด์แบบจับโช้คอัพ หน้าปัดเรือนไมล์แบบดิจิตอล ผสมอนาล็อก ดีไซน์โดดเด่นล้ำสมัย พร้อมมีไฟแสดงตำแหน่งเกียร์ และ Shift Light ถังน้ำมันดีไซน์ใหม่ขนาดใหญ่ถึง 14 ลิตร เบาะนั่งแบบ 2 ตอน ยกระดับผู้ซ้อนท้ายแบบรถ Sport Bike ไฟท้ายทรงแหลมแบบ LED ขุมพลังเครื่องยนต์ 2 สูบ ขนาด 399 ซีซี. DOHC 8 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยระบบหัวฉีด ส่งกำลังผ่านเกียร์ 6 สปีด พร้อม Slipper Clutch มอบสมรรถนะสูงสุด 45 แรงม้า ที่ 10,000 รอบ/นาที และมีแรงบิดสูงสุดที่ 38 นิวตัน-เมตร ที่ 8,000 รอบ/นาที โดย Kawasaki Ninja 400 เปิดตัวมาในราคาที่ 196,000 บาท สำหรับรุ่น STD สีน้ำเงิน และสีดำ ส่วนในรุ่นสีพิเศษ Special Colours ราคา 205,000 บาท

Triumph Tiger 800 XCA

Triumph Tiger 800 XCA มาพร้อมเครื่องยนต์สามสูบอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะขนาด 800 ซีซี. ให้แรงม้าสูงสุดที่ 95 แรงม้า ที่ 9,500 รอบ/นาที นอกจากนี้ยังได้รับการพัฒนาเทคโนโลยี และสมรรถนะในส่วนสำคัญๆ หลายส่วนที่ออกแบบ เพื่อเพิ่มความสามารถของทั้ง 2 รุ่น ต่อการขับขี่บนถนน และทางออฟโรด (Off-Road) ใช้งานง่าย ปราดเปรียว ตลอดจนการเสริมแต่งสไตล์ และรูปลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว อาทิ แผงหน้าปัด TFT แบบ Full Colour ขนาด 5 นิ้ว กระจกหน้ารถแบบปรับได้ 5 ตำแหน่ง และ Aero Diffuser เพื่อการป้องกันลม รวมถึงส่วนประกอบเบาะแบบใหม่ที่ ให้ความสบายในการขับขี่ทั้งวัน นอกจากนี้ยังมาพร้อมโหมดการขับขี่ ให้เลือกมากถึง 6 โหมด ได้แก่ Road, Rain, Sport, Off-Road, Rider และ Off-Road Pro รวมไปถึงระบบความปลอดภัยที่เหนือชั้น อาทิ ระบบ ABS, ระบบคันเร่งไฟฟ้า (Ride-by-Wide), ระบบควบคุมความเร็วคงที่ด้วยปุ่มเดียว (Cruise Control), ระบบควบคุมการยึดเกาะถนนแบบปรับได้ (Traction Control) รวมถึงปลอกมือบิด และที่นั่งอุ่นไฟฟ้า ความสูงที่นั่งแบบปรับได้ ตลอดจนช่องเสียบอุปกรณ์ไฟฟ้า โดย Triumph Tiger 800 XCA ราคา 670,000 บาท

KTM 390 Duke

น้องใหม่แห่งความเร้าใจ ที่มาเขย่าวงการ Naked Bike พิกัดต่ำกว่า 500 ซีซี. ให้สั่นสะเทือน กับ KTM 390 Duke ที่มาพร้อมกับดีไซน์อันโฉบเฉี่ยวเร้าใจ เริ่มจากชุดไฟหน้าแบบ LED รูปทรงของตัวถังที่แข็งแรง โฉบเฉี่ยว และเฉียบคมยิ่งขึ้น รวมถึงเฟรม Bolt-on Subframe แบบใหม่ที่ดูโดดเด่นกว่าเดิม โดดเด่นด้วยสุดยอดจอควบคุมแบบ “TFT Display” แบบมัลติฟังก์ชั่นอเนกประสงค์ โช้คอัพหน้าแบบ Upside Down ขนาด 43 มม. จาก WP Suspension ที่มาพร้อมระบบดูดซับแรงสะเทือนที่ใช้เทคโนโลยี Open-cartridge Fork และลูกสูบแยก ระบบเบรคเป็นของ Bybre แบบ Radial Mount 4 Pot ที่ด้านหน้า พร้อมระบบ ABS หน้า-หลัง ที่สามารถสั่งปิดการใช้งานได้ เพื่อการขับขี่แบบ Supermoto ขุมพลังเครื่องยนต์ 1 สูบ ขนาด 373.2 ซีซี. DOHC 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงผ่านระบบหัวฉีด คันเร่งไฟฟ้า Ride By Wire ส่งกำลังผ่านชุดเกียร์ 6 สปีด พร้อมระบบ Slipper Clutch มอบสมรรถนะสูงสุด 44 แรงม้า ที่ 9,000 รอบ/นาที และมีแรงบิดสูงสุดที่ 37 นิวตัน-เมตร ที่ 7,000 รอบ/นาที โดย KTM 390 Duke สนนราคาพิเศษช่วงแนะนำ 199,900 บาท เฉพาะวันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2560 พร้อมรับฟรีประกันภัยชั้น 1 ทะเบียน และ พรบ.

KTM RC 390

นอกเหนือจาก KTM 390 Duke ที่จอดเด่นเป็นสง่าในบูธ KTM แล้ว ทาง KTM Thailand ยังสร้างเซอร์ไพรส์ให้ต้องว๊าวกันอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวพี่น้องร่วมสายเลือดอย่าง KTM RC 390 ซึ่งมีรายละเอียด และพื้นฐานเดียวกันกับ 390 Duke เพียงแต่หน้าตา และสไตล์ของรถที่แตกต่างกันออกไป โดย KTM RC 390 มาพร้อมกับดีไซน์แบบ Sport Bike ฟลูแฟริ่ง ไฟหน้าแบบทรงกลมขนาดเล็ก 2 ดวง พร้อมชุดแฟริ่งหน้าแบบปากนก เอกลักษณ์เฉพาะของตระกูล RC ขุมพลังเครื่องยนต์ 1 สูบ ขนาด 373.2 ซีซี. DOHC 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงผ่านระบบหัวฉีด คันเร่งไฟฟ้า Ride By Wire ส่งกำลังผ่านชุดเกียร์ 6 สปีด พร้อมระบบ Slipper Clutch ส่วนระบบช่วงล่างจัดเต็มจากโช้คอัพ WP และระบบเบรค Bybre โดย KTM 390 Duke สนนราคาพิเศษช่วงแนะนำ 204,900 บาท เฉพาะวันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2560 พร้อมรับฟรีประกันภัยชั้น 1 ทะเบียน และ พรบ.

BMW R1200GS Rallye Version

BMW R1200GS Rallye Version มีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัวด้วยรูปลักษณ์แบบพร้อมลุย เข้ากับสมรรถนะแบบครบเครื่องจากเครื่องยนต์แรงบิดสูง ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ Boxer 2 สูบ ที่มีระบบหล่อเย็นด้วยอากาศ และน้ำ เช่นเดียวกับ BMW R1200GS ความจุ 1,170 ซีซี. ให้พละกำลังสูงสุดที่ 125 แรงม้า ที่ 7,750 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 125 นิวตัน-เมตร ที่ 6,500 รอบ/นาที พร้อมระบบท่อไอเสียแบบใหม่ที่ออกแบบให้ลดอัตราการปล่อยมลภาวะตามเกณฑ์ EU4 pollutant class อีกทั้งยังโดดเด่นจากสมรรถนะในการขับขี่แบบออฟโรด ด้วยโหมดในการขับขี่ "Dynamic Pro" และ "Enduro Pro" ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ เพื่อความสามารถในการขับขี่แบบออฟโรดอย่างแท้จริง โดย BMW R1200GS Rallye Version ราคาจำหน่าย 985,000 บาท

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพboxzaracing.com

CB500F NewsPro Motor Expo 2017
27/11/2017

CB500F News
Pro Motor Expo 2017

ที่อยู่

Nonthaburi
11140

เบอร์โทรศัพท์

0855533717

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Cb500f New Thailandผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์