EV CAR 360 องศา

เส้นทาง

EV CAR 360 องศา EV CAR ครบ จบในที่เดียว

ข่าวเกี่ยวกับแบรนด์รถ EV แบรนด์ NISSAN ในประเทศไทยปี 2025: การกลับมาของ X-TRAILข่าวใหญ่ที่สุดในช่วงปลายปี 2025 คือการเปิ...
10/12/2025

ข่าวเกี่ยวกับแบรนด์รถ EV แบรนด์ NISSAN
ในประเทศไทย

ปี 2025: การกลับมาของ X-TRAIL
ข่าวใหญ่ที่สุดในช่วงปลายปี 2025 คือการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ All-New Nissan X-TRAIL e-POWER ในงาน Motor Expo 2025
(ช่วงพฤศจิกายน-ธันวาคม 2025)
* เทคโนโลยี: ขับเคลื่อนด้วยระบบ e-POWER
เจเนอเรชั่น 2 (ใช้เครื่องยนต์ปั่นไฟ มอเตอร์ขับเคลื่อน 100%) พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ e-4ORCE
ที่โดดเด่นเรื่องความนุ่มนวลและการเกาะถนน
* สถานะ: เป็นรถนำเข้าทั้งคัน (CBU) จากประเทศญี่ปุ่น
* ราคา: เปิดตัวที่ประมาณ 1.699 ล้านบาท (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามโปรโมชั่น)
* ตำแหน่งการตลาด: เข้ามาทำตลาดในกลุ่ม C-SUV แข่งกับ Honda CR-V และ Haval H6 โดยชูจุดเด่นเรื่องฟิลลิ่งการขับขี่แบบรถไฟฟ้าโดยไม่ต้องชาร์จไฟ

2. รถรุ่นหลักที่ทำตลาดต่อเนื่อง (2025-2026)
* Nissan Kicks e-POWER:
* ยังคงเป็น "พระเอก" ยอดขายหลักของ Nissan ในไทย สำหรับกลุ่ม B-SUV
* ความเคลื่อนไหว: ในปี 2025-2026 จะเน้นการทำตลาดรุ่นปรับปรุงอุปกรณ์ (MY2025) หรือรุ่นแต่งพิเศษ (เช่น Star Edition หรือ AUTECH) เพื่อกระตุ้นตลาด
* ข้อควรระวัง: ในตลาดโลก (เช่น สหรัฐฯ) มีการเปิดตัว Kicks โฉมใหม่ (New Gen) ที่ตัวถังใหญ่ขึ้นแล้ว แต่สำหรับเวอร์ชัน e-POWER ในไทย คาดว่าจะยังใช้โฉมปัจจุบันลากยาวไปจนถึงช่วงปลายปี 2026 หรืออาจมีการปรับโฉม Big Minorchange ตามมาในภายหลัง
* Nissan LEAF:
* รุ่นปัจจุบัน (Gen 2) ยังคงมีจำหน่ายแต่อยู่ในช่วงปลายอายุตลาด
* แนวโน้ม 2026: ตลาดโลกกำลังเตรียมเปิดตัว All-New LEAF Gen 3 ซึ่งจะเปลี่ยนรูปลักษณ์จาก Hatchback ไปเป็นทรง Crossover SUV (คล้ายกับรถต้นแบบ Nissan Chill-Out) มีโอกาสสูงที่ไทยจะนำเข้ามาทำตลาดในปี 2026 เพื่อมาแทนที่รุ่นเดิม

3. รถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) ที่ต้องจับตาในปี 2026
หลังจากที่ Nissan เน้นทำตลาด e-POWER ไปก่อน แผนสำหรับรถ EV ล้วน อาจจะมีความชัดเจนขึ้นในปี 2026:
* Nissan Ariya:
เป็นรถ SUV ไฟฟ้า 100% ที่แฟนๆ นิสสันรอคอยมานาน แม้จะมีการโชว์ตัวและวิ่งทดสอบมาหลายปี แต่ในปี 2025 Nissan Thailand เลือกเปิดตัว X-Trail e-POWER ก่อน
* ความเป็นไปได้: คาดว่าจะถูกนำเข้ามาจำหน่ายในปี 2026 ในฐานะรถ Flagship EV เพื่อสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ โดยราคาน่าจะกระโดดไปแตะระดับ 2 ล้านบาท+
* Nissan Sakura EV:
รถ K-Car ไฟฟ้าคันจิ๋วที่ขายดีถล่มทลายในญี่ปุ่น มีกระแสข่าวความสนใจนำมาโชว์ตัวหรือทดลองตลาดในไทย แต่ด้วยข้อจำกัดเรื่องขนาดและราคาเมื่อรวมภาษีนำเข้า ทำให้โอกาสทำตลาดแบบ Mass Market (ขายทั่วไป) ยังค่อนข้างน้อย อาจจะมาในรูปแบบรถเช่าใช้ (Leasing) หรือโครงการพิเศษมากกว่า
สรุปภาพรวม Nissan ไทย ปี 2025-2026
* กลยุทธ์หลัก: ยังคงยึดมั่นในเทคโนโลยี e-POWER เป็นหัวหอกหลัก (X-Trail และ Kicks) เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่อยากได้ฟิลลิ่งรถไฟฟ้าแต่ยังกังวลเรื่องสถานีชาร์จ
* EV ล้วน (BEV): จะเริ่มทยอยเข้ามาเสริมทัพในปี 2026 โดยมี Ariya หรือ Leaf โฉมใหม่ เป็นตัวเลือก
* การผลิต: ฐานการผลิตในไทยจะเน้นการส่งออกและผลิตรถกระบะ/PPV (Navara/Terra) และ Kicks e-POWER เป็นหลัก ส่วนรุ่น EV ล้วนยังคงเน้นการนำเข้า
คำแนะนำ: หากคุณกำลังมองหารถ Nissan ในช่วงนี้ ถ้าชอบเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดและงบถึง X-Trail e-POWER คือตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุดครับ แต่ถ้ารอรถไฟฟ้าล้วน 100% อาจจะต้องร้องเพลงรอไปถึงช่วงกลาง-ปลายปี 2026 สำหรับ Ariya หรือ Leaf โฉมใหม่


รถ BEV ตัวแรกของค่าย Honda ในตลาดประเทศไทย Honda E: N1 คือรถไฟฟ้าล้วน (BEV) ที่ Honda นำมาทำตลาดในไทย เริ่มมีจำหน่ายจริง...
09/12/2025

รถ BEV ตัวแรกของค่าย Honda
ในตลาดประเทศไทย

Honda E: N1 คือรถไฟฟ้าล้วน (BEV) ที่ Honda นำมาทำตลาดในไทย เริ่มมีจำหน่ายจริงในปี 2025. 

ราคาประกาศอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 1,199,000 บาท (นำเข้า CBU) สำหรับรุ่น e:N1. 
สเป็ค: มอเตอร์ 204 แรงม้า, แรงบิด 310 นิวตัน-เมตร, แบตเตอรี่ประมาณ 68.8 kWh (ติดใต้ท้องรถ), แสดงผลว่า “วิ่งได้สูงสุด ~500 กม./ชาร์จ” (มาตรฐาน NEDC) และล็อคความเร็วสูงสุดไว้ที่ 160 กม./ชม. 
ระบบหลังการขาย — มีการรับประกันแบตเตอรี่และระบบขับเคลื่อน EV ตามมาตรฐานที่ Honda กำหนด. 
โดยสรุป e:N1 ถือเป็น “ก้าวสำคัญ” ของ Honda ในตลาด EV ไทย — จากที่ก่อนหน้านี้ยึดกับ HEV / ไฮบริดเป็นหลัก


https://www.facebook.com/share/17dsvPLMBW/?mibextid=wwXIfr
07/12/2025

https://www.facebook.com/share/17dsvPLMBW/?mibextid=wwXIfr


แก้เกม EV ล้นตลาด! บอร์ดอีวีงัดสูตรใหม่ "ส่งออก 1 นับ 1.5" ดันไทยเป็น Hub ส่งออกเต็มตัว พร้อมโชว์ยอด BEV 9 เดือน โตทะลุ 59%

หมดเวลา "นำเข้า" ถึงเวลา "ผลิตจริง" และ "ส่งออก"!
บอร์ดอีวีชุดใหม่เคาะปรับมาตรการ EV3 และ EV3.5 ครั้งใหญ่! ไม่ใช่แค่ยืดหยุ่น แต่คือการ **"จัดระเบียบ"** เพื่อป้องกันปัญหารถล้นตลาด (Oversupply) และบีบให้ค่ายรถต้องใช้ไทยเป็นฐานส่งออกอย่างจริงจัง

เจาะลึกมติบอร์ดอีวีล่าสุด (25 พ.ย. 68) กับการปรับเงื่อนไขที่ "Win-Win" ทั้งผู้ผลิตและเศรษฐกิจไทย:

📉 1. แก้โจทย์ Oversupply: ยิ่งส่งออก ยิ่งได้แต้ม
จากเดิมที่ต้องผลิตคืนขายในประเทศ ซึ่งเสี่ยงทำให้รถล้นตลาด รัฐปรับเกมใหม่:
- สูตรใหม่: หากผลิตเพื่อ **"ส่งออก"** ให้นับเป็นยอดผลิตชดเชยได้ถึง 1.5 เท่า (ส่งออก 1 คัน = ชดเชย 1.5 คัน)
- ผลที่ได้: จูงใจให้ค่ายรถเร่งระบายรถออกสู่ตลาดโลก ลดสงครามราคาในไทย และยืนยันสถานะ "Detroit of Asia"

🔧 2. ยืดหยุ่นแต่ไม่อะลุ่มอล่วย (Flexibility with Discipline)
- ขยายเวลาจดทะเบียน: ให้เวลาถึง ม.ค. ของปีถัดไป สำหรับรถที่ขายช่วงปลายปี
- ทางออกคนถอดใจ: สำหรับค่ายรถที่นำเข้ามาแล้วแต่ "ไปต่อไม่ไหว" เปิดช่องให้ "คืนภาษี+ค่าปรับ" แล้วออกจากมาตรการได้ ดีกว่าปล่อยให้ตั้งโรงงานผีหลอก
- เข้มงวด HEV: รถไฮบริดที่จะได้สิทธิ ต้องผ่านเกณฑ์ CO2, ใช้ชิ้นส่วนในประเทศ และติดตั้งระบบความปลอดภัย ADAS ขั้นสูง

📈 3. ตลาด EV ไทยยังสดใส (Market Update)
แม้จะมีดราม่าเรื่องราคา แต่ตัวเลขไม่โกหก:
- ยอดจดทะเบียน BEV 9 เดือนแรกปี 68 (ม.ค.-ก.ย.) อยู่ที่ 87,112 คัน เติบโตขึ้น 59% เมื่อเทียบกับปีก่อน
- เม็ดเงินลงทุนสะสมกว่า 1.4 แสนล้านบาท ครอบคลุมทั้งรถ แบตเตอรี่ และสถานีชาร์จ

📊 TDR Analysis: อ่านเกมขาด...ทำไมต้องปรับสูตรตอนนี้?

1. เปลี่ยน "วิกฤต Oversupply" เป็น "แต้มต่อส่งออก" การให้แต้มการผลิตชดเชยจากการส่งออกถึง 1.5 เท่า คือกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดในการระบายสต็อกรถที่เริ่มล้นตลาดในประเทศ และเป็นการ "บีบกลายๆ" ให้ค่ายรถ (โดยเฉพาะค่ายจีน) ต้องใช้ไทยเป็นฐานส่งออกไปตลาดโลกจริงๆ ไม่ใช่แค่มาประกอบเพื่อแย่งเค้กตลาดในไทยเพียงอย่างเดียว

2. Reality Check: ยอมรับความจริงเรื่อง Supply Chain การขยายเวลาผ่อนผันการนับมูลค่าแบตเตอรี่ สะท้อนว่า Supply Chain ต้นน้ำในไทยยังโตไม่ทันกับความต้องการรถสำเร็จรูป การยืดหยุ่นตรงนี้ช่วยให้ไลน์ผลิตเดินหน้าต่อได้ ดีกว่าดันทุรังใช้กฎเดิมจนผู้ผลิตต้องหยุดชะงัก ซึ่งจะเสียหายต่อเศรษฐกิจมากกว่า

3. ตะแกรงร่อน "ตัวจริง vs ตัวปลอม" การเปิดช่องทางออก (Exit Strategy) ให้ค่ายรถที่นำเข้ามาแล้วแต่ "ไปต่อไม่ไหว" สามารถคืนเงินภาษีพร้อมค่าปรับแล้วจบกันได้ จะช่วยคัดกรองเฉพาะผู้ผลิตที่มีศักยภาพจริงให้อยู่ในตลาด ลดความเสี่ยงที่จะเกิด "โรงงานร้าง" หรือลอยแพลูกค้าในอนาคต

Conclusion:
การปรับมาตรการครั้งนี้ คือการเปลี่ยนเกียร์จาก "กระตุ้นผู้ซื้อ" มาเป็น "คัดกรองผู้ผลิต"
รัฐบาลกำลังส่งสัญญาณชัดเจนว่า "ใครตัวจริงให้อยู่ต่อ ใครไม่พร้อมให้ถอยไป" และเป้าหมายสูงสุดไม่ใช่แค่ขายคนไทย แต่ต้องพา "Made in Thailand" ไปขายโลก

เพื่อนๆ คิดว่ามาตรการ "ส่งออก 1 ได้ 1.5" จะช่วยดึงดูดให้ค่ายรถตั้งฐานผลิตส่งออกในไทยเพิ่มขึ้นได้จริงหรือไม่? คอมเมนต์คุยกันครับ 👇

#รถยนต์ไฟฟ้า #บอร์ดอีวี #เศรษฐกิจไทย

Mazda ประกาศลงทุนใหญ่ในไทย ขยายฐานผลิต EV • Mazda ประกาศลงทุนกว่า 5,000 ล้านบาท ในประเทศไทย เพื่อสร้าง “ฐานผลิต xEVs” โด...
01/12/2025

Mazda ประกาศลงทุนใหญ่ในไทย ขยายฐานผลิต EV

• Mazda ประกาศลงทุนกว่า 5,000 ล้านบาท ในประเทศไทย เพื่อสร้าง “ฐานผลิต xEVs” โดยตั้งเป้าผลิต Compact electric SUVs (รถ SUV ไฟฟ้าขนาดคอมแพ็ค) จำนวน 100,000 คันต่อปี เพื่อรองรับตลาดในประเทศ และส่งออกไปทั้งตลาดญี่ปุ่น–อาเซียน 
• แผนนี้สะท้อนว่า Mazda มองไทยเป็น “ศูนย์กลาง EV” ในภูมิภาค และเตรียมขยับจากรถเครื่องยนต์สันดาปค่อนข้างเดิม ไปสู่อนาคตยานยนต์ไฟฟ้าอย่างจริงจัง

แผนเปิดตัวหลายรุ่นในช่วงปี 2025–2028 (BEV, PHEV, HEV) เป็นไปตามกลยุทธ์ 3 เฟสของ Mazda ที่ออกแบบมาเพื่อปรับตัวตามกระแสยานยนต์ไฟฟ้าในตลาดโลก
และอาเซียน 



วันนี้ EV CaR 360 องศา พามาดูข้อมูลผลการทดสอบระบบความปลอดภัยของ Toyota BZ4X ว่าเป็นอย่างไร ✅ สรุปภาพรวมคะแนนความปลอดภัย ...
30/11/2025

วันนี้ EV CaR 360 องศา
พามาดูข้อมูลผลการทดสอบ
ระบบความปลอดภัยของ Toyota BZ4X ว่าเป็นอย่างไร

✅ สรุปภาพรวมคะแนนความปลอดภัย
• bZ4X ได้คะแนน 5 ดาว จาก Euro NCAP (European New Car Assessment Programme) ในการทดสอบปี 2022 และยังได้รับ 5 ดาวอีกครั้งสำหรับรุ่นอัปเดตในปี 2025 
• คะแนนรายละเอียด: ผู้โดยสารผู้ใหญ่ (Adult Occupant) 88%, เด็ก (Child Occupant) 87%, บุคคลบนถนนกลุ่มอ่อนแอ (Vulnerable Road Users — VRU) 79%, และระบบช่วยเหลือความปลอดภัย (Safety Assist) 91% 
• รุ่นล่าสุด (หลังปรับโฉม 2025) ได้รับการรับรอง “Top Safety Pick+” จาก IIHS (Insurance Institute for Highway Safety, สหรัฐฯ) — หมายความว่าผ่านเกณฑ์ทดสอบหลายด้านที่เข้มงวดมาก 

🔍 ผลการทดสอบการชน & ความปลอดภัยเชิงโครงสร้าง
• ในการทดสอบ frontal-overlap (ชนด้านหน้าแบบครึ่งคัน) ด้านผู้ขับ — IIHS ให้คะแนน “G” (Good) ทั้งโครงสร้างตัวถัง (structure/safety cage) และการป้องกันผู้ขับ (driver injury measures) 
• การทดสอบด้านข้าง (side-impact) และ side-curtain + curtain-airbag ทำได้ดี — ปกป้องส่วนหัว หน้าอก และสะโพกของผู้โดยสารด้านหน้าได้เป็นอย่างดี 
• ระบบถุงลมนิรภัยรอบคัน + เข็มขัดนิรภัย + ระบบป้องกันการกระแทก ทำงานสัมพันธ์กัน ทำให้ “พื้นที่รอดชีวิต (survival space)” ภายในห้องโดยสารยังคงอยู่ดีหลังการชนใหญ่ 
• ในกรณี rear-end collision (รถถูกชนท้าย) — ที่นั่งและ head-rest ก็ให้การปกป้อง whiplash injury ได้ดีทั้งเบาะหน้าและเบาะหลัง 

🛡 ระบบความปลอดภัยเชิงป้องกัน & ระบบช่วยเหลือผู้ขับ (Active & Passive Safety)
• bZ4X ติดตั้งชุดระบบความปลอดภัยของ Toyota Safety Sense เป็นมาตรฐาน — ประกอบด้วยระบบเตือนมุมอับ (Blind-Spot Monitor), ระบบช่วยเมื่อเปิดประตู (Safe Exit Assist), ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ AEB, ระบบช่วยควบคุมรถและช่วยขับบนทางด่วน/ไฮเวย์ (ตามที่ Euro NCAP ประเมิน) 
• ในการทดสอบ “Assisted Driving” รุ่น 2025 — Euro NCAP ให้การจัดอันดับ “Very Good” แสดงว่าระบบช่วยขับและระบบช่วยหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุของ bZ4X ทำงานได้ในระดับดีมาก 
• ความสามารถในการป้องกันผู้ใช้ถนนกลุ่ม “เปราะบาง” (ผู้เดินถนน เด็ก จักรยาน/motorcycle) อยู่ในเกณฑ์ที่โอเค — แม้คะแนน VRU จะยังต่ำกว่า adult/child occupant แต่ถือว่า bZ4X มีระบบช่วยลดความเสี่ยงในระดับที่ยอมรับได้สำหรับรถ EV-SUV รุ่นนี้ 


ค่ายญี่ปุ่น บุก EV CAR อย่างค่อยเป็นค่อยไป จับตาปี 2026 ที่เริ่มเห็นความเคลื่อนไหวชัดเจนขึ้น Honda เปิดตัว Super-ONE Pro...
24/11/2025

ค่ายญี่ปุ่น บุก EV CAR อย่างค่อยเป็นค่อยไป
จับตาปี 2026 ที่เริ่มเห็นความเคลื่อนไหวชัดเจนขึ้น

Honda เปิดตัว Super-ONE Prototype รถ EV ขนาดกะทัดรัด ในงาน Japan Mobility Show 2025 เมื่อ 29 ตุลาคม 2568 ซึ่งเป็นต้นแบบของรถ EV รุ่นใหม่ที่คาดว่าจะเปิดตัวผลิตจริงใน “ปี 2026” ในญี่ปุ่น และขยายไปยังภูมิภาคเอเชีย/ยุโรป ต่อไป. 

จุดเด่นของรุ่นนี้คือ การใช้แพลตฟอร์มรถเล็ก-น้ำหนักเบา (มาจากรุ่น N Series) และมีโหมด “Boost Mode” ที่เพิ่มแรงขับและเสียงสัมผัสแบบรถสปอร์ต เพื่อสร้างประสบการณ์ “ความสนุกในการขับขี่”
ในรถ EV ขนาดเล็ก

สำหรับธุรกิจในไทย: ถ้า Honda นำรุ่นนี้เข้ามาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก็เป็นโอกาสในตลาดรถ EV ราคาหมื่น-หลายแสนบาท ที่จะเน้นความคล่องตัว ใช้งานในเมือง และเสริมอุปกรณ์เสริม/บริการหลังการขายที่ดี



อัปเดตล่าสุด! รถยนต์ไฟฟ้า Toyota ในประเทศไทย — ปี 2025 เดินเกม EV จริงจังแล้วในที่สุดค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นที่คนไทยไว้ใจที่สุ...
22/11/2025

อัปเดตล่าสุด! รถยนต์ไฟฟ้า Toyota ในประเทศไทย — ปี 2025 เดินเกม EV จริงจังแล้ว

ในที่สุดค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นที่คนไทยไว้ใจที่สุดอย่าง Toyota ก็เริ่มเดินหน้ารุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทยแบบชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะในปี 2025 ที่ถือว่าเป็น “ปีเปลี่ยนผ่าน” ของ Toyota จากยุครถไฮบริด สู่ยุค EV 100% อย่างเป็นทางการ

เปิดตัว Toyota bZ4X Minor Change 2025 ในไทย

รุ่นใหม่ของ bZ4X เปิดตัวพร้อมราคาอย่างเป็นทางการ
• 1,529,000 – 1,649,000 บาท
• นำเข้า CBU จากญี่ปุ่น
• ได้รับสิทธิ์ภาษีนำเข้า 0% + เงินสนับสนุน EV จากรัฐ ~75,000 บาท

จุดเด่น
• มอเตอร์ไฟฟ้า 224–343 แรงม้า (ตามรุ่น)
• แบตเตอรี่ 73.1 kWh
• วิ่งได้ไกลสุด 600 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (NEDC)
• ระบบขับเคลื่อน FWD / AWD
• อัปเกรดเทคโนโลยีใหม่ทั้งระบบความปลอดภัยและประสิทธิภาพการขับขี่

Toyota ตั้งเป้ายอดขายในไทยปีแรกที่ 6,000 คัน ถือว่าเป็นตัวเลขที่มั่นใจมากในตลาด EV ไทย

ทำไม “ไทย” สำคัญกับ Toyota ในยุค EV?

Toyota เลือกประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศเปิดตัวรถ EV รุ่นใหม่ของภูมิภาค เช่น
• NEW bZ4X (รุ่น Minor Change)
• NEW Yaris Ativ HEV

การเลือกไทยเป็นเวทีเปิดตัวสำคัญ แสดงให้เห็นว่า ไทยคือศูนย์กลาง EV ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งด้านการขาย การผลิต และเครือข่ายซัพพลายเชน
รัฐบาลไทยปรับนโยบาย EV รอบใหม่ — Toyota ได้ประโยชน์เต็มๆ

รัฐบาลประกาศปรับเงื่อนไขโครงการ EV 3.5 ให้ยืดหยุ่นมากขึ้น เช่น
• อนุญาตให้รถที่ผลิตในไทยและ ส่งออก สามารถนับเป็นการผลิตทดแทนได้
• ช่วยลดภาระผู้ผลิตที่มีฐานการผลิตรถน้ำมัน/ไฮบริดเดิมอยู่แล้ว

นโยบายนี้ถูกมองว่า “เข้าทาง Toyota” เพราะบริษัทมีโรงงานอยู่แล้วในไทย และสามารถใช้กำลังการผลิตเดิมปรับเข้าสู่ EV ได้ง่ายขึ้น

⚠️ สถานการณ์การแข่งขัน — Toyota ต้องเร่งมือ

แม้ Toyota จะเริ่มเดินหน้า EV แต่
• แบรนด์จีน เช่น BYD, AION, MG ได้รุกตลาดเร็วกว่า
• ราคาของแบรนด์จีนอยู่ในระดับเข้าถึงง่ายกว่า
• ผู้บริโภคไทยเริ่มคุ้นชินกับ EV ที่ราคา 5–8 แสนบาท

ดังนั้น bZ4X ซึ่งอยู่ที่ 1.5–1.6 ล้านบาท จะต้องชูจุดแข็งในเรื่อง คุณภาพ ความทนทาน ความเชื่อมั่น และบริการหลังการขาย

⭐ สรุปภาพรวม Toyota EV ในไทยตอนนี้
• Toyota เริ่มลงสนาม EV 100% อย่างจริงจัง
• bZ4X 2025 ได้รับการอัปเกรดและตั้งราคาที่แข่งขันได้มากขึ้น
• ไทยคือฐานยุทธศาสตร์ EV ของ Toyota ในอาเซียน
• ภาครัฐมีนโยบายสนับสนุนที่ช่วยผลักดันค่ายญี่ปุ่นให้เดินหน้า EV เร็วขึ้น
• การแข่งขันกับแบรนด์จีนยังคงดุเดือด แต่ Toyota มีความแข็งแกร่งในด้านความน่าเชื่อถือ

สำหรับแอดมิน มั่นใจใน Japan brand แบบสุดๆ และเชื่อ
มั่นว่ารถยนต์ค่ายญี่ปุ่นจะทำยอดขายรถ EV ได้ดี



กระแสรถยนต์ ไฟฟ้าปี 2025 ยังมาแรงไม่หยุด และหนึ่งรุ่นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในงาน Motor Show ปีนี้ คือ MG IM6 รถ EV สายพรี...
19/11/2025

กระแสรถยนต์ ไฟฟ้าปี 2025 ยังมาแรงไม่หยุด และหนึ่งรุ่นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในงาน Motor Show ปีนี้ คือ MG IM6 รถ EV สายพรีเมียมสมรรถนะสูง ที่เข้ามาเขย่าตลาดแบบเต็มตัว ด้วยดีไซน์ล้ำ ออปชันแน่น และพลังแรงแบบ “รถสปอร์ตในร่าง SUV ไฟฟ้า”

⸻

🔥 จุดเด่นที่ทำให้ MG IM6 เป็นรุ่นท็อปของปีนี้

✓ ดีไซน์ล้ำสมัย

ตัวรถยาวเกือบ 5 เมตร ไฟหน้า-ท้ายแบบเส้น LED ทั้งเส้น ให้ความรู้สึกพรีเมียมแบบรถยุโรป

✓ สมรรถะแรงขั้นสุด

🔹 รุ่น RWD (ขับหลัง)
• 295 แรงม้า
• ระยะทางวิ่งสูงสุดประมาณ 550 กม.
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ราว 5.9 วินาที

🔹 รุ่น AWD (ขับสี่) – ตัวแรง!
• แรงม้าพุ่งถึง 778-787 แรงม้า
• วิ่งไกลสุด 634 กม.
• ทำ 0-100 กม./ชม. เพียง 3.4 วินาที (เร็วเท่ารถสปอร์ต)

⸻

⚡ แบตเตอรี่ & ชาร์จเร็วแบบ 800V
• แบต 75 kWh และ 100 kWh ตามรุ่น
• รองรับ ชาร์จเร็ว DC สูงสุดเกือบ 400 kW
• มีระบบ V2L สำหรับให้ไฟอุปกรณ์ภายนอก เช่น แคมป์ปิ้ง / ชาร์จอุปกรณ์

⸻

🛡 เทคโนโลยีจัดเต็ม
• ระบบเลี้ยว 4 ล้อ ทำให้เลี้ยวแคบ และเกาะถนนดีมาก
• ชุด ADAS ฉลาดขึ้น ปลอดภัยในการเดินทางระยะไกล
• โครงสร้าง Digital Chassis พัฒนาเพื่อรถ EV โดยเฉพาะ

⸻

💸 ราคาเปิดตัวในไทย
• รุ่น RWD เริ่มราว 1.3 ล้านบาท
• รุ่น AWD ตัวท็อป 1.7–1.8 ล้านบาท

ถือว่าครอบคลุมทั้งกลุ่มครอบครัวและคนที่ต้องการรถ EV พรีเมียมที่ขับสนุกแบบ “รถแรง” จริงจัง


แบรนด์ AION คือใคร?เป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าภายใต้กลุ่ม GAC Group (จีน) โฟกัสรถ BEV เต็มรูปแบบ และมีซับแบรนด์ Hyper สำหรับรุ...
25/08/2025

แบรนด์ AION คือใคร?
เป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าภายใต้กลุ่ม GAC Group (จีน) โฟกัสรถ BEV เต็มรูปแบบ และมีซับแบรนด์ Hyper สำหรับรุ่นสมรรถนะสูง (เช่น Hyper GT/HT/SSR)  

การเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย
เปิดตัว Aion Y Plus ในไทยครั้งแรกปี 2023 (นำเข้า) ก่อนขยายไลน์สินค้าต่อเนื่อง และเริ่มพรีเซล Hyper HT ช่วงมี.ค. 2024.  
เปิดโรงงานแห่งแรกนอกประเทศจีนในไทย เดือน ก.ค. 2024 (Thai Smart Factory) เพื่อผลิตรุ่นหลักสำหรับตลาดไทย/อาเซียน และเริ่มเพิ่มอัตรา Local content อย่างต่อเนื่อง (ปี 2025 ระบุอัตรา Localize ~51% พร้อมแผนเพิ่มดีลเลอร์)   

รุ่นที่จำหน่าย/พบในไทย (อัปเดตช่วงปี 2024–2025)

ราคามีการเปลี่ยนตามรุ่นย่อย/โปรโมชัน โปรดตรวจสอบหน้าร้านอีกครั้ง

• Aion Y Plus – ครอสโอเวอร์ไฟฟ้า
• ราคาในไทยที่ปรากฏปัจจุบัน: ฿769,900–829,900 (รุ่น 410 / 490 Premium) 
• สเปกไทย (ตัวอย่างรุ่น 490): มอเตอร์ PMSM 1 ตัว, แบต LFP ~50.66 kWh, รองรับรีเจนฯ, สายชาร์จพกพา ฯลฯ 
• หมายเหตุ: ตอนเปิดตัวนำเข้าใหม่ ๆ (ก.ย. 2023) เคยประกาศราคา ฿1.069–1.299 ล้าน ก่อนมีการปรับกลยุทธ์ราคา/สเปกในเวลาต่อมา.  
• Aion V – SUV ไฟฟ้าไซส์คอมแพค ราคาอ้างอิงในไทย ~฿999,900 
• Hyper HT (หรือ Hyptec HT ในบางสื่อไทย) – SUV ไฟฟ้ากลุ่มพรีเมียม ราคาที่พบ ~฿1.449–1.749 ล้าน; มีการพรีเซลในไทยตั้งแต่ 2024.  
• Aion ES / Aion UT – ซีดาน/ครอสโอเวอร์ที่เริ่มทำตลาดและโชว์ในงานใหญ่ของไทย (UT มีแผนผลิตในประเทศตามข่าวภาคอุตสาหกรรม). ราคาที่พบ ~฿846,000 (ES) / UT เปิดตัวตามอีเวนต์พร้อมแผนส่งมอบกลางปี (ข้อมูลตลาดช่วงแรก).   

ภาพรวมยอดจดทะเบียนเดือน ม.ค. 2025: AION แจ้งว่ามีจดทะเบียน BEV 1,037 คัน
(HT ~406, Y Plus ~360, V ~268, ES ~3)

เทคโนโลยี/สเปกเด่นโดยย่อ
แพลตฟอร์ม BEV พร้อมแบต LFP/NMC แล้วแต่รุ่นย่อย (Y Plus ไทยระบุ LFP ~50.66 kWh ในรุ่น 490); รุ่น Hyper บางรุ่นใช้สถาปัตยกรรม 800V รองรับชาร์จเร็วและระยะทาง CLTC สูง.  
ชุดช่วยขับ/ความปลอดภัยสมัยใหม่ (ADAS), รีเจนเนอเรทีฟเบรก, OTA และฟีเจอร์เชื่อมต่อภายในรถในรุ่นใหม่ ๆ. 

บริการหลังการขาย/การรับประกัน (ตัวอย่างแพ็กเกจที่สื่อไทย–ผู้ให้บริการเช่าระบุ)
• รับประกันตัวรถ สูงสุด 8 ปี/160,000 กม.
• รับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง สูงสุด 8 ปี/200,000 กม.
• มอเตอร์/ระบบไฟฟ้าควบคุม มีแพ็กเกจรับประกันเฉพาะทาง (ขึ้นกับรุ่น/เงื่อนไขผู้แทนจำหน่าย) 

ทิศทางธุรกิจในไทย
• AION ระบุยุทธศาสตร์ “Thailand Action” และการเพิ่ม โชว์รูม/ดีลเลอร์ ~80 แห่ง เพื่อยึดหัวหาดตลาด EV ไทย พร้อมเดินหน้าผลิตในประเทศและทยอยเพิ่มรุ่นทุกปี. 

คำแนะนำเวลาเปรียบเทียบ/ตัดสินใจ
1. ตรวจสเปกจริงของรุ่นย่อยไทย (แบต, มอเตอร์, ฟีเจอร์ ADAS) เพราะแตกต่างจากสเปกจีน/สากลในบางจุด. 
2. เช็กเงื่อนไขรับประกันและศูนย์บริการในพื้นที่ โดยเฉพาะแบตเตอรี่และอุปกรณ์ชาร์จในบ้าน (Wallbox). 
3. ตรวจราคาอัปเดต – ช่วง 2024–2025 มีการปรับราคาหลายครั้งจากการย้ายฐานผลิต/โปรโมชัน.  

#ประกันรถยนต์ไฟฟ้า

#ประกันรถผ่อนได้

คันนี้เป็น HEV  ( รถ EV ประเภทนึง ที่ไม่ต้องเสียบปลั๊กชาร์จ ) ที่มีลุ้นจะเข้ามาขายในประเทศไทย
14/08/2025

คันนี้เป็น HEV
( รถ EV ประเภทนึง ที่ไม่ต้องเสียบปลั๊กชาร์จ )
ที่มีลุ้นจะเข้ามาขายในประเทศไทย

ที่อยู่

Beunhkum
Bangkok
10230

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ EV CAR 360 องศา โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์