05/06/2026
เจาะลึกตลาดยานยนต์เวียดนาม: คณะผู้แทนไทยพบ ‘SAIC - BYD’ ชี้ผู้บริโภคยุคใหม่มุ่งหาไฮบริดและฟังก์ชันอัจฉริยะ
เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 นายชาลี ขันศิริ ผู้อำนวยการกองเศรษฐกิจอุตสาหกรรมระหว่างประเทศ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม พร้อมด้วย ดร. เกรียงศักดิ์ วงศ์พร้อมรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ และ นายสุโรจน์ แสงสนิท นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย นำคณะเข้าพบหน่วยงานเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวทางการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ ณ กรุงโฮจิมินห์ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ภายใต้การดำเนินโครงการ “The State of Preparedness of the Lancang-Mekong Region’s Market Adoption for New Energy Vehicles (NEVs) and Smart Mobility” (โครงการประเมินความพร้อมของตลาดในภูมิภาคล้านช้าง-แม่โขง สำหรับการใช้งานยานยนต์พลังงานใหม่ และยานยนต์อัจฉริยะ)
คณะได้เข้าพบผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ 2 แห่ง ได้แก่ SAIC Motor Vietnam และ BYD Vietnam เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์ตลาดยานยนต์ของประเทศเวียดนาม โดยภาพรวม เวียดนามจำหน่ายรถยนต์ได้ปีละประมาณ 600,000 คัน โดยมี Toyota เป็นเจ้าตลาด กรณีรถยนต์ไฟฟ้ามี Vinfast เป็นผู้ครองตลาดหลัก ตลาดรถยนต์ของเวียดนามนิยมรถยนต์กลุ่ม SUV เนื่องจากสามารถรองรับสมาชิกครอบครัวที่มีจำนวนมากได้
ซึ่งในช่วงเช้าคณะได้เข้าพบ SAIC Motor Vietnam ผู้ดำเนินธุรกิจยานยนต์ภายใต้แบรนด์ MG ซึ่งการเข้าพบในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากคุณ Nguyen Duy Binh ผู้จัดการด้านการตลาด และคุณ Zheng Jie ผู้จัดการด้านการเงิน ให้การต้อนรับ จากการร่วมประชุมหารือพบว่า กลุ่ม SUV ที่เป็นรถยนต์สันดาปภายใน (ICE) ที่นำเข้ามาจากประเทศไทย ยังคงเป็นผลิตภัณฑ์หลักของบริษัท ขณะที่แผนระยะต่อไปมุ่งขยายการตลาดไปยังรถยนต์ไฮบริด (HEV) และรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของประเทศที่ให้ความสำคัญกับยานยนต์ไฟฟ้า และพฤติกรรมของผู้บริโภครุ่นใหม่ ที่ต้องการยานยนต์ที่มีฟังก์ชั่นการทำงานอัจฉริยะ
และช่วงบ่ายคณะได้เข้าพบ BYD Oway Saigon ซึ่งการเข้าพบในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากคุณ Scofield Zhou ผู้อำนวยการฝ่ายเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย คุณ Liao Weihong ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และคุณ Ford Zheng ผู้จัดการฝ่ายบริการหลังการขาย ให้การต้อนรับ บริษัท BYD ก่อตั้งในประเทศเวียดนามในปี ค.ศ. 2024 โดยจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) และปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ที่นำเข้าจากประเทศไทย บริษัทได้ให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์ผ่านประสบการณ์ของผู้ใช้งานจริง รวมทั้งขยายศูนย์ให้บริการ และเครือข่ายสถานีชาร์จความเร็วสูงเพื่อลดข้อกังวลด้านการชาร์จ
ทั้งสองบริษัทนำเข้ารถยนต์จากฐานการผลิตในประเทศไทยเพื่อจำหน่ายในตลาดเวียดนาม สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ของภูมิภาค และเป็นโอกาสสำคัญในการขยายการส่งออกยานยนต์และชิ้นส่วนจากประเทศไทยไปยังตลาดเวียดนามในอนาคต