AJ SPEED สายไหม 39

โทร เส้นทาง

AJ SPEED สายไหม 39 เซอร์วิสและซ่อมมอเตอร์ไซค์ออโต้
เช็กโค้ด ECU/ABS 🔑ทำกุญแจ/รีโมท
📧ทักแชทส่งรุ่นรถและอาการได้เลยครับ🧑‍🔧 จุดรวมพลคนรักรถมอเตอร์ไซค์ เซอร์วิสรถออโต้

03/10/2026

3/10/69 ในซอยลดแล้วจ้า มีนองๆแค่หน้าร้านนี่แหละฮะ ใครจะมาจองคิวก่อนน้า น้ำลดใครๆอยากอยากทำรถจ้า ทางร้านก็สู้เต็มที่ ลูกค้าที่จองได้ทำ 💯% แต่นอน ท่านใดไม่จองอาจจะรอนานนิดนึงน้า 🙏

02/10/2026

เซอร์วิส โช้คหน้าNmax
ชอบทัก รักโทร.
0917751008
ตอนนี้โช้คหน้าหลัง ทำได้หมดครบทั้งระบบ
จองคิวล่วงหน้านะครับ ช่างลีลาเยอะพอสมควร🤦
*มีโปรฯน้ำท่วมด้วยนะ สอบถามเพิ่มเติมทักแชท

ล้างชุดข้าง จำเป็นจริงไหม?ช่วงนี้เห็นคนโพสต์หาร้าน “ล้างชุดข้าง” กันเยอะ วันนี้เลยอยากแชร์สาระเกี่ยวกับการดูแลชุดข้างกัน...
01/10/2026

ล้างชุดข้าง จำเป็นจริงไหม?

ช่วงนี้เห็นคนโพสต์หาร้าน “ล้างชุดข้าง” กันเยอะ วันนี้เลยอยากแชร์สาระเกี่ยวกับการดูแลชุดข้างกันครับ

ก่อนอื่น คำว่า “ล้างชุดข้าง” แต่ละคนแต่ละร้านอาจเข้าใจไม่เหมือนกัน

ที่ร้านเราจะใช้คำว่า
“เช็ก ล้างชุดข้าง อัดจาระบี”

เพราะสำหรับผม สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่คำว่า “ล้าง” แต่คือ การตรวจเช็กความสึกหรอของอะไหล่ทุกชิ้นในห้องสายพาน

อะไรสึกถึงจุดที่ควรเปลี่ยนก็เปลี่ยน
อะไรยังใช้ได้ก็ใช้ต่อ แล้วกลับมาตรวจใหม่ในระยะถัดไป

ระยะที่แนะนำประมาณ 12,000 กม. และควรเช็กเร็วขึ้นหากใช้งานหนัก ลุยน้ำบ่อย หรือมีการปรับแต่งชุดข้าง

อีกจุดสำคัญคือ การอัดจาระบีชุดขับสายพานด้านหลัง หรือที่บางคนเรียกชามหลัง/พูเลย์หลัง

ตรงนี้ต้องดูทั้งสภาพซีลและเลือกจาระบีให้เหมาะกับงาน ไม่จำเป็นต้องแพงที่สุด แต่ต้องใช้ให้ถูกประเภท ไม่ใช่จาระบีอะไรก็ใช้แทนกันได้

แล้วการล้างสำคัญไหม?

สำคัญครับ แต่ ไม่ใช่หัวใจหลัก

หัวใจคือ
เช็กให้เป็น รู้ว่าอะไรสึก อะไรเสีย อะไรควรเปลี่ยน และอัดจาระบีให้ถูกจุด

ทุกวันนี้บางครั้งการดูแลชุดข้างถูกโฟกัสไปที่ “ร้านไหนล้างสะอาดกว่า” จนลืมสิ่งที่สำคัญกว่า เช่น

เครื่องมือที่ใช้ต้องไม่ทำให้รถช้ำ
รู้ค่าความสึกหรอของอะไหล่
ประกอบกลับถูกต้อง
และใช้จาระบีให้เหมาะกับงาน

แล้ว AJ SPEED ทำไมยังล้าง?

เพราะเมื่อแกะรถลูกค้าแล้ว เราก็อยากทำงานให้เรียบร้อยและคุ้มกับเงินที่ลูกค้าจ่ายครับ แต่เราไม่ได้ให้ความสำคัญกับแค่คำว่า “ล้างสะอาด”

แล้วไม่ล้างได้ไหม?

ได้ครับ

ถ้าซีลปกติ ไม่มีน้ำมันหรือจาระบีรั่ว และไม่ได้สกปรกมากจนมีผลต่อการทำงาน บางคันแค่เปิดตรวจและเป่าฝุ่นให้สะอาดก็เพียงพอแล้ว

กรณีที่ควรล้างจริง ๆ เช่น
ซีลแตก
จาระบีหรือน้ำมันรั่ว
มีคราบสกปรกมาก
หรือมีน้ำมัน/จาระบีไปปนเปื้อนในจุดที่ไม่ควรมี

ถ้าซีลแตกก็ควรเปลี่ยนซีลไปพร้อมกัน เพราะล้างสะอาดแต่ยังใช้ซีลรั่ว เดี๋ยวจาระบีก็ออกมาเลอะใหม่เหมือนเดิม

แล้วรถที่เพิ่งลุยน้ำล่ะ?

ไม่จำเป็นว่าลุยน้ำมาแล้วต้อง “ล้างชุดข้าง” ทุกครั้ง

สิ่งสำคัญคือเปิดตรวจ เอาน้ำและความชื้นออก เป่าให้แห้ง ตรวจสายพาน ผ้าคลัตช์ ลูกปืน ซีล และจุดที่ต้องมีจาระบี

ถ้าทุกอย่างยังปกติ ก็ไม่จำเป็นต้องล้างใหญ่ครับ

เพราะช่วงน้ำท่วมแบบนี้ วันนี้ล้าง พรุ่งนี้ลุยอีก ถ้าต้องเสียเงินล้างทุกวันก็คงไม่ไหว

ห้องสายพานอยู่ค่อนข้างต่ำ น้ำเข้าได้ง่าย รถอาจไม่ดับ แต่พอบิดแล้วฟรีหรือไม่ค่อยไป เพราะสายพานและผ้าคลัตช์เปียกน้ำ

ดังนั้นถ้าถามว่า
“ลุยน้ำมา ต้องล้างทุกคันไหม?”

คำตอบของผมคือ
ไม่จำเป็น ต้องดูก่อนว่าปัญหาเกิดจากอะไร

อีกเรื่องที่เจอบ่อยคือ อะไหล่สึกแล้วไม่เปลี่ยน แต่เลือกที่จะล้าง

ถ้าผ้าคลัตช์หมด ล้างสิบรอบมันก็ไม่ได้กลับมาหนาเหมือนเดิม
ถ้าอะไหล่ในชามหน้าสึกหรือเสีย ล้างอีกร้อยรอบก็ไม่ได้ซ่อมตัวเอง

การล้างช่วยได้เมื่อปัญหาเกิดจาก ฝุ่น ความสกปรก น้ำมัน หรือจาระบีปนเปื้อน

แต่ถ้าต้นเหตุคืออะไหล่สึกหรือชำรุด ก็ต้องแก้ที่ต้นเหตุครับ

การดูแลชุดข้าง ไม่ใช่การแข่งขันว่าใครล้างสะอาดที่สุด แต่คือการตรวจให้เจอว่าอะไรควรดูแล อะไรควรเปลี่ยน และทำทุกอย่างให้ถูกต้อง

สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมช่วงนี้ ถ้ารถมีอาการสั่น บิดไม่ไป หรือฟรีหลังลุยน้ำ และทำเองเป็น ให้เปิดตรวจ เอาน้ำออก เป่าให้แห้ง และตรวจอะไหล่ก่อน

จาระบีต้องใส่เฉพาะจุดที่กำหนด ห้ามโดนสายพาน หน้าสัมผัสชาม หรือผ้าคลัตช์

สำหรับที่ร้านช่วงนี้

เช็กฟรี
เปิดเป่าแห้งฟรี
ค่าแรงถอดประกอบฟรี

ส่วนการล้าง ผมจะประเมินก่อนว่าจำเป็นหรือไม่ ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ล้างครับ

คิดเฉพาะค่าอะไหล่ที่สึกหรอและควรเปลี่ยนจริง ๆ
ส่วนจาระบี หลอดละ 50 บาท ใช้ไม่หมดเอากลับไปใช้ต่อได้ครับ

AJ SPEED สายไหม 39

เราไม่ได้อยากให้รถแค่ “สะอาด”
แต่อยากให้แก้ปัญหาได้ตรงจุดครับ

30/09/2026

NMAX สตาร์ตติด แต่เดินเบาไม่ได้ ต้องเช็กอะไรบ้าง?

อาการ สตาร์ตติด แต่พอปล่อยคันเร่งแล้วดับ / เดินเบาไม่ได้ / รอบเดินเบาไม่นิ่ง อย่าเพิ่งรีบฟันธงว่า ISC เสีย เพราะจริง ๆ แล้วมีหลายจุดที่ทำให้เกิดอาการคล้ายกันได้

ถ้าจะตรวจให้จบ แนะนำให้ไล่เช็กเป็นระบบครับ

ระยะห่างวาล์ว

ถ้ารถวิ่งมาเกิน 20,000 กม. และยังไม่เคยตรวจหรือปรับตั้งวาล์ว ผมแนะนำให้เริ่มจากจุดนี้ก่อนเลย

เพราะเมื่อใช้งานไปนาน ๆ ระยะห่างวาล์วสามารถเปลี่ยนได้ โดยเฉพาะกรณีวาล์วแน่นหรือ “วาล์วยัน” อาจทำให้กำลังอัดไม่สมบูรณ์ ส่งผลต่อการสตาร์ตและรอบเดินเบาได้

ไหน ๆ ก็ถึงระยะเซอร์วิสแล้ว ควรตรวจให้เรียบร้อยก่อนที่จะไปวิเคราะห์จุดอื่น เพราะต่อให้แก้ระบบเรือลิ้นเร่งหรือระบบจ่ายน้ำมันเสร็จ แต่ระยะวาล์วยังผิดอยู่ อาการบางอย่างก็อาจยังไม่หาย หรือมีอาการอื่นตามมาได้

เรือลิ้นเร่ง + ISC

ถ้ารถ สตาร์ตติดง่าย แต่ปล่อยคันเร่งแล้วดับ จุดนี้ถือว่าน่าสนใจมาก

สิ่งแรกคือเสียบเครื่องวิเคราะห์ เช็ก DTC ก่อน ว่ามีความผิดปกติเกี่ยวกับระบบควบคุมรอบเดินเบาหรือไม่

ใน NMAX ทาง Yamaha เรียกชุดควบคุมรอบเดินเบาว่า ISC – Idle Speed Control

ถ้าพบความผิดปกติ ค่อยถอดตรวจดูว่าตัว ISC เคลื่อนที่ได้ปกติหรือไม่ มีคราบเขม่า สิ่งสกปรก หรือการติดขัดจนทำให้ตัววาล์วทำงานไม่ได้เต็มช่วงหรือเปล่า รวมถึงตรวจความสกปรกภายในเรือลิ้นเร่งและทางเดินอากาศด้วย

หลังทำความสะอาดและประกอบกลับ ต้องทำ การเรียนรู้/รีเซ็ต ISC และค่าที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอนของรถแต่ละรุ่น แล้วจึงตรวจรอบเดินเบาใหม่อีกครั้ง

หัวเทียน + ปลั๊กหัวเทียน + ระบบจุดระเบิด

สองอย่างนี้อย่ามองข้าม

หัวเทียนที่เสื่อม จุดระเบิดไม่สมบูรณ์ หรือปลั๊กหัวเทียนมีความต้านทานผิดปกติ สามารถทำให้เครื่องยนต์เดินเบาไม่เรียบ สะดุด หรือดับได้เหมือนกัน

ถ้ารถมีอาการร่วม เช่น เจอความชื้นแล้วดับ สะเทือนแล้วสะดุด หรือมีอาการจุดระเบิดขาด ๆ หาย ๆ ก็ควรตรวจปลั๊กหัวเทียน ขั้วต่อ และระบบจุดระเบิดไปพร้อมกัน

อย่าดูแค่ว่า “ยังมีประกายไฟ” แล้วสรุปว่าใช้ได้ ต้องดูด้วยว่ามันทำงานได้สมบูรณ์หรือไม่

หัวฉีดและระบบจ่ายน้ำมัน

หัวฉีดที่สกปรก อุดตันบางส่วน หรือเริ่มเสื่อม ก็สามารถทำให้อาการคล้ายกันได้

บางคันเดินเบาไม่ได้ บางคันเดินเบาได้แต่พอบิดคันเร่งแล้ววืด เครื่องสะดุด หรือการตอบสนองไม่ต่อเนื่อง

จึงควรตรวจการทำงานของหัวฉีด ลักษณะการฉีด ปริมาณการจ่าย รวมถึงระบบเชื้อเพลิงที่เกี่ยวข้องด้วย ก่อนที่จะสรุปว่า “หัวฉีดเสีย”

สรุป

NMAX เดินเบาไม่ได้ ไม่ได้แปลว่า ISC เสียเสมอไป

อาการเดียวกันสามารถเกิดได้จากหลายระบบ ทั้งระยะวาล์ว เรือลิ้นเร่งและ ISC หัวเทียน ปลั๊กหัวเทียน หัวฉีด รวมถึงระบบไอดีและระบบเชื้อเพลิงที่เกี่ยวข้อง

เพราะฉะนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือ อย่าเดาแล้วเปลี่ยนอะไหล่ แต่ให้ตรวจเป็นระบบ

รถที่ระยะเกิน 20,000 กม. และยังไม่เคยเซอร์วิสวาล์ว ผมแนะนำให้เริ่มจากการตรวจระยะวาล์วก่อน จากนั้นค่อยไล่ตรวจระบบเรือลิ้นเร่ง ISC ระบบจุดระเบิด และระบบจ่ายน้ำมัน

เช็กให้ครบก่อนเปลี่ยนอะไหล่ จะได้แก้ตรงจุดและไม่เสียเงินฟรีครับ

AJ SPEED สายไหม 39
REAL MOTORCYCLE SERVICE

คู่มือเอาตัวรอด เมื่อต้องใช้รถออโตเมติกลุยน้ำจากสถานการณ์น้ำท่วมในช่วงนี้ ผู้ใช้รถหลายท่านคงเจอปัญหาเหมือนกันก่อนอื่นต้อ...
30/09/2026

คู่มือเอาตัวรอด เมื่อต้องใช้รถออโตเมติกลุยน้ำ

จากสถานการณ์น้ำท่วมในช่วงนี้ ผู้ใช้รถหลายท่านคงเจอปัญหาเหมือนกัน

ก่อนอื่นต้องบอกตรงๆ ว่า ผมไม่แนะนำให้เอารถออโตเมติกลุยน้ำ ถ้าเลี่ยงได้ควรเลี่ยง

รถไม่ได้ถูกออกแบบมาให้วิ่งจมน้ำ แต่ในชีวิตจริงบางครั้งมันก็ไม่มีทางเลือก ต้องไปทำงาน ต้องกลับบ้าน หรือติดอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม

ถ้าจำเป็นต้องลุยจริงๆ อย่างน้อยควรรู้ว่าต้องทำอย่างไร เพื่อเพิ่มโอกาสให้ทั้งคนและรถรอดกลับออกมาได้

1. เช็กสภาพรถให้พร้อมก่อนลุย

ลำพังขี่ถนนแห้ง เจอฝนนิดหน่อย รถก็เริ่มสะดุด ดับ หรือเครื่องเดินไม่ปกติ แบบนี้อย่าเพิ่งเอาไปลุยน้ำครับ

เดินลุยน้ำก็หนักแล้ว
เดินเข็นรถกลางน้ำหนักกว่าเยอะ

ถ้าโดนน้ำแล้วรถชอบสะดุด ควรตรวจสอบอย่างน้อย

หัวเทียน

ปลั๊กหัวเทียน

ระบบจุดระเบิด

กรองอากาศ

ระบบไฟและขั้วปลั๊กต่างๆ

ถ้ารถเดิมๆ ยังไม่ค่อยมีกำลัง ขึ้นสะพานสูงยังลำบาก อย่าหวังว่าเมื่อเจอแรงต้านจากน้ำแล้วรถจะผ่านไปได้ง่ายๆ

รถต้องสมบูรณ์ก่อน แล้วค่อยคิดเรื่องลุยน้ำ

2. ประเมินระดับน้ำก่อนลง

กฎง่ายๆ ที่ผมใช้คือ

มองไม่เห็นฟุตบาท — ไม่ไป
มองไม่เห็นเส้นแบ่งถนน — ไม่ไป

เพราะปัญหาไม่ได้มีแค่เรื่องเครื่องยนต์

ใต้ผิวน้ำอาจมีทั้งหลุม ฝาท่อที่เปิดอยู่ เศษวัสดุ ขอบทาง หรือพื้นถนนที่มองไม่เห็น

หากสามารถหาทางอ้อมได้ อ้อมดีที่สุด

และถ้าระดับน้ำสูงจนรู้สึกว่าเสี่ยงเกินไป การไม่ไปต่อคือคำตอบที่ดีที่สุด

ถ้าจำเป็นต้องเข็นรถผ่านน้ำลึกและดับเครื่องอยู่ การป้องกันไม่ให้น้ำเข้าทางกรองอากาศและท่อไอเสียสามารถช่วยได้ แต่ต้องเอาสิ่งที่อุดออกให้เรียบร้อยก่อนสตาร์ทเครื่องอีกครั้ง

ที่สำคัญกว่ารถคือ ความปลอดภัยของคน ถ้าน้ำไหลแรง มองพื้นไม่เห็น หรือมีความเสี่ยงเรื่องไฟฟ้า อย่าฝืนลงไปเด็ดขาด

3. จุดอ่อนสำคัญของรถออโตเมติกคือ “ชุดสายพาน”

รถออโตเมติกใช้ระบบ CVT หรือชุดสายพานในการส่งกำลังจากเครื่องยนต์ไปยังล้อหลัง

ตำแหน่งของชุดนี้อยู่ค่อนข้างต่ำ

เมื่อมีน้ำเข้าไปมาก สายพานและหน้าสัมผัสของชุดคลัตช์เปียก การส่งกำลังจะลดลง

อาการที่เจอง่ายคือ

บิดเครื่องดัง รอบขึ้น แต่รถไม่ค่อยไป

หากเริ่มมีอาการนี้ อย่าฝืนเร่งหนัก

ให้หาจุดที่พ้นน้ำก่อน แล้วระบายน้ำออกจากห้องสายพาน

รถบางรุ่นจะมีจุกระบายน้ำอยู่บริเวณด้านล่างของชุดสายพาน ต้องถอดจุกออกจึงจะระบายน้ำได้สะดวก

อีกวิธีหนึ่งคือเอียงรถไปทางซ้ายเพื่อช่วยให้น้ำไหลออก

วิธีที่ควบคุมรถได้ง่ายคือ

ตั้งขาตั้งคู่ → กางขาตั้งข้าง → ค่อยๆ เอียงรถไปทางซ้าย

เมื่อน้ำออกพอสมควรแล้ว ให้วางรถตั้งขาตั้งคู่ ตรวจสอบให้แน่ใจว่า ล้อหลังลอยจากพื้น

สตาร์ทเครื่อง
กำเบรกหน้า
จับแฮนด์ให้มั่น
แล้วค่อยๆ เปิดคันเร่งเบาๆ

ไม่ต้องเร่งแรง

จุดประสงค์คือช่วยให้ชุดสายพานหมุนและไล่ความชื้นออก ไม่ใช่เร่งเครื่องให้สุด

ตรวจดูด้วยว่าล้อหลังลอยจริง เพราะถ้าล้อติดพื้น รถอาจพุ่งออกจากขาตั้งได้

เมื่อการส่งกำลังเริ่มกลับมาเป็นปกติ ค่อยเดินทางต่อ

4. ระหว่างลุย อย่าหยุดกลางน้ำถ้าไม่จำเป็น

ก่อนลงน้ำมองรถคันหน้าให้ดี และอย่าขี่จี้ติดกัน

เว้นระยะไว้เยอะๆ

เพราะถ้าคันหน้าดับ แล้วเราต้องหยุดตาม โอกาสที่รถเราจะดับกลางน้ำก็เพิ่มขึ้น

ระหว่างลุยพยายามรักษาความเร็วและรอบเครื่องให้คงที่

ไม่ต้องเร่งสุด
ไม่ต้องกระแทกคันเร่ง

ถ้าจำเป็นต้องหยุดชั่วคราว ให้กำเบรกไว้และรักษารอบเครื่องสูงกว่ารอบเดินเบาเล็กน้อย

สิ่งสำคัญคือ อย่าให้เครื่องดับกลางน้ำ

5. ถ้ารถดับกลางน้ำ “อย่าฝืนสตาร์ท”

ข้อนี้สำคัญมาก

ถ้ารถดับในน้ำลึก

อย่ากดสตาร์ทซ้ำทันที

ให้เข็นรถออกจากน้ำก่อน

เพราะเราไม่รู้ว่าสาเหตุที่ดับคืออะไร

อาจเป็นเพียงระบบไฟเปียก
อาจมีน้ำเข้ากรองอากาศ
หรือที่หนักที่สุดคือ น้ำถูกดูดเข้าไปในห้องเผาไหม้

น้ำอัดตัวไม่ได้เหมือนอากาศ

ถ้าลูกสูบพยายามวิ่งขึ้นในขณะที่มีน้ำอยู่เต็มห้องเผาไหม้ อาจเกิดสิ่งที่เรียกว่า Hydrolock

ผลที่ตามมาอาจมีตั้งแต่

ก้านสูบคด
ลูกสูบเสียหาย
วาล์วเสียหาย
ข้อเหวี่ยงหรือชิ้นส่วนภายในเสียหาย

จากรถที่อาจแค่เปียกน้ำ อาจกลายเป็นงานรื้อเครื่องได้ทันที

6. เครื่องมือพื้นฐานควรมีติดรถ

ช่วงน้ำท่วม ร้านซ่อมไม่ได้เปิดทุกร้าน

บางร้านเองก็ถูกน้ำท่วมเหมือนกัน

ดังนั้นคนที่จำเป็นต้องขี่ผ่านพื้นที่น้ำท่วมบ่อยๆ ควรมีเครื่องมือพื้นฐานติดรถไว้

อย่างน้อยควรสามารถ

เปิดกรองอากาศได้

ถอดหัวเทียนได้

ถ้าสามารถเปิดฝาชุดสายพานหรือจุดระบายน้ำของรถรุ่นตัวเองได้ด้วย จะยิ่งช่วยได้มาก

รถหลายรุ่นมีเครื่องมือพื้นฐานมาใต้เบาะอยู่แล้ว ลองเปิดดูและเรียนรู้วิธีใช้ไว้ก่อนเกิดเหตุ

7. ถ้ารถดับแล้ว จะลองสตาร์ทอีกครั้งได้เมื่อไหร่?

ถ้าเป็นน้ำตื้น รถไม่ได้ล้มหรือจมน้ำ และมั่นใจว่าไม่มีน้ำเข้าทางกรองอากาศหรือห้องเผาไหม้ อาจตรวจระบบต่างๆ แล้วจึงลองสตาร์ทได้

แต่ถ้าเปิดกรองแล้วเจอน้ำ

หรือรถล้มในน้ำ
น้ำสูงถึงบริเวณกรองอากาศ
รถจมครึ่งคัน
หรือดับทันทีขณะลุยน้ำลึก

อย่าเสี่ยงเดาสตาร์ท

ควรถอดหัวเทียนและตรวจให้แน่ใจก่อนว่ามีน้ำเข้าไปในกระบอกสูบหรือไม่

ถ้ามีน้ำอยู่ในห้องเผาไหม้ ต้องเอาน้ำออกก่อน

เพราะการกดสตาร์ททั้งที่ยังมีน้ำอยู่ข้างใน อาจเปลี่ยนจากงานเล็กเป็นงานใหญ่ได้ทันที

ถ้าไม่มีเครื่องมือและไม่มั่นใจ วิธีที่ปลอดภัยต่อเครื่องยนต์ที่สุดคือ ยกรถไปตรวจ

8. ตรวจน้ำมันเครื่องและน้ำมันเฟืองท้ายบ่อยกว่าปกติ

รถที่ต้องลุยน้ำทุกวัน ควรตรวจ

น้ำมันเครื่อง + น้ำมันเฟืองท้าย

บ่อยกว่าปกติ

ถ้าน้ำมันเริ่มเปลี่ยนเป็นสีขุ่น สีครีม หรือคล้ายกาแฟใส่นม แสดงว่ามีโอกาสที่น้ำเข้าไปผสมกับน้ำมันแล้ว

ควรถ่ายออกทันที

ช่วงที่ต้องลุยน้ำต่อเนื่อง ผมมองว่าไม่จำเป็นต้องใช้น้ำมันแพงมาก เพราะถ้าน้ำเข้า เราก็ต้องเปลี่ยนทิ้งอยู่ดี

บางคันต้องลุยน้ำหนักๆ ทุกวัน อาจต้องตรวจหรือเปลี่ยนกันถี่มากในช่วงนั้น

ถามว่าไม่เปลี่ยนได้ไหม?

ได้ครับ รถอาจไม่ได้พังทันที

แต่เมื่อน้ำผสมกับน้ำมันเครื่อง คุณสมบัติในการหล่อลื่นจะลดลงอย่างมาก

ชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์จะสึกหรอเร็วขึ้น เกิดสนิมและการกัดกร่อนได้

วันนี้อาจยังขี่ได้
แต่อายุการใช้งานเครื่องยนต์กำลังลดลงโดยที่เราไม่รู้ตัว

9. รถกัน “น้ำสาด” ไม่ได้หมายความว่ากัน “น้ำท่วม”

เรื่องนี้อยากให้เข้าใจกันใหม่

ปลั๊กไฟ ขั้วสายไฟ กล่องต่างๆ หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าบนรถจำนวนมากถูกออกแบบให้ทนฝนและน้ำกระเด็นได้ระดับหนึ่ง

แต่ไม่ได้หมายความว่าสามารถ จมน้ำหรือแช่น้ำเป็นเวลานาน ได้

เมื่อน้ำเข้าไปอยู่ในปลั๊กไฟเป็นเวลานาน จะเกิด

คราบออกไซด์
สนิมขาว
สนิมเขียว
และการกัดกร่อนของขั้วไฟ

ปัญหาคืออาการพวกนี้อาจไม่ได้เกิดทันที

วันนี้ลุยน้ำกลับบ้านได้ตามปกติ
อีกหนึ่งสัปดาห์หรือหนึ่งเดือน รถอาจเริ่มมีไฟโชว์ สตาร์ทยาก เครื่องสะดุด หรือระบบไฟรวน

จนเจ้าของรถไม่คิดด้วยซ้ำว่าต้นเหตุมาจากวันที่เคยลุยน้ำ

10. หลังน้ำลด ควรเซอร์วิสรถ

หลังผ่านช่วงน้ำท่วมไปแล้ว อย่าคิดว่า

“รถยังวิ่งได้ แสดงว่าไม่เป็นอะไร”

อย่างน้อยควรตรวจ

กรองอากาศ
หัวเทียน
น้ำมันเครื่อง
น้ำมันเฟืองท้าย
ชุดสายพานและคลัตช์
ลูกปืนและจุดหมุนต่างๆ
ระบบเบรก
ขั้วปลั๊กและระบบไฟ
รวมถึงจุดที่เคยจมน้ำ

เพราะความเสียหายจากน้ำจำนวนมาก ไม่ได้แสดงอาการทันที

สุดท้ายนี้ ผมยังยืนยันเหมือนเดิมครับ

ถ้าเลี่ยงได้ ให้เลี่ยง
รถไม่ใช่เรือ

ไม่มีเทคนิคไหนรับประกันได้ว่ารถจะผ่านน้ำลึกแล้วไม่เสียหาย

แต่ถ้ามันจำเป็นจริงๆ การรู้ข้อจำกัดของรถ ประเมินสถานการณ์ให้เป็น และรู้ว่าเมื่อรถดับแล้วอะไร “ห้ามทำ” อย่างน้อยก็ช่วยลดโอกาสจากเรื่องเล็ก ให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ครับ

AJ SPEED สายไหม 39

29/09/2026

ของเก่ายังไม่ลดเลย ของใหม่จะมาเพิ่มอีกแล้ว🥹💦
ช่วงนี้เดือดร้อนกันถ้วนหน้ากับปัญหาน้ำท่วม ทางร้านก็เป็น 1 ในผู้ประสบภัยเช่นกันครับ จากระดับน้ำ ณ ปัจจุบัน ยังไม่แนะนำให้ลูกค้าขี่มาที่ร้านครับ ถ้าขนใส่กะบะมาแบบนี้ได้ครับ และร้านยังคงเปิดบริการและทำการซ่อมให้ได้
แต่ถ้าจะขี่มาเพื่อซ่อม ขี่กลับออกไปก็พังเหมือนเดิมครับ🥹
สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม รายการไหนลดได้ทำส่วนลดให้ครับ รายการไหนทำฟรีได้ทำให้ อยากให้ทางร้านช่วยเหลือเรื่องอะไร ทักมาครับ ช่วยได้เราช่วยแน่นอน

28/09/2026

โช้ก YSS G-Series เป็นโช้กแบบน้ำมันร่วมกับแก๊ส เป็นโช้กระดับเริ่มต้นของ YSS ที่ราคาไม่สูงมาก จับต้องได้ และให้ประสิทธิภาพดีกว่าโช้กเดิมติดรถในหลาย ๆ ด้าน

แต่ด้วยความที่เป็นโช้กระดับเริ่มต้น โครงสร้างบางส่วนจึงไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เปิดเซอร์วิสได้ง่ายเหมือนโช้กรุ่นสูง ๆ

จุดที่เห็นได้ชัดคือบริเวณกระบอกโช้กจะใช้วิธี “พับขอบ” เพื่อยึดชุดซีลเฮดเอาไว้ ไม่ได้ใช้ฝาเกลียวหรือแหวนล็อกแบบที่สามารถเปิด-ปิดเพื่อเซอร์วิสได้สะดวก

พูดง่าย ๆ คือ ถ้าถามว่า “ซ่อมได้ไหม?”

ซ่อมได้ครับ

แต่ขั้นตอนจะยากกว่าโช้กที่ออกแบบมาเผื่อการเซอร์วิสตั้งแต่แรก

เพราะการเปิดกระบอกต้องทำให้ขอบที่พับอยู่คลายออก โดยพยายามไม่ทำให้ตัวกระบอกเสียรูป และหลังจากเซอร์วิสเสร็จแล้ว ก็ต้องพับกลับให้แน่นและเรียบร้อยเหมือนเดิม

ถ้าใช้วิธีงัด ตอก หรือบีบแบบไม่ถูกต้อง ตัวกระบอกอาจเป็นรอย เสียรูป หรือปิดกลับได้ไม่สมบูรณ์

ทางร้านเราจึงใช้เครื่องมือที่ทำขึ้นมาเฉพาะสำหรับงานลักษณะนี้ ทำให้สามารถเปิดและพับกลับได้ค่อนข้างเรียบเนียน ลดความเสียหายกับตัวกระบอกให้น้อยที่สุด

แล้วทำไมโช้กแบบนี้ถึงยังควรเซอร์วิส?

เพราะภายในโช้กไม่ได้มีแค่สปริงครับ

น้ำมันโช้กต้องทำหน้าที่สร้างแรงหน่วงตลอดเวลาที่โช้กยุบและคืนตัว เมื่อใช้งานไปนาน ๆ น้ำมันย่อมเสื่อมสภาพจากความร้อนและการทำงาน ซีลต่าง ๆ ก็มีการสึกตามอายุการใช้งาน รวมถึงแรงดันแก๊สภายในที่อาจเปลี่ยนไปได้

เมื่อระบบภายในเริ่มเสื่อม อาการที่เจอได้ก็เช่น

โช้กยวบกว่าปกติ
เด้งเร็ว คุมการคืนตัวไม่อยู่
ขี่แล้วท้ายโยนหรือกระด้างผิดปกติ
มีคราบน้ำมันรั่วบริเวณแกน
หรือรู้สึกว่าโช้กไม่เหมือนตอนซื้อมาใหม่

การเซอร์วิสจึงไม่ใช่แค่การถ่ายน้ำมันเก่าแล้วเติมน้ำมันใหม่เข้าไป

ตัวโช้กควรถูกถอดออกมาตรวจสอบเป็นชิ้น ๆ ทั้งแกนโช้ก ลูกสูบ ชุดวาล์ว ซีล โอริง ผิวกระบอก และชิ้นส่วนที่มีการเสียดสี

น้ำมันเก่าจะถูกนำออก ทำความสะอาดภายใน ตรวจสอบชิ้นส่วนที่สึกหรอ ก่อนประกอบกลับด้วยน้ำมันใหม่และเติมแรงดันแก๊สให้เหมาะสม

สิ่งสำคัญอีกอย่างคือ “ก่อนซ่อมต้องประเมินก่อน”

โช้กทุกต้นไม่ได้หมายความว่าซ่อมแล้วจะคุ้มเสมอไป

ถ้าแกนเป็นสนิมลึก แกนคด ผิวกระบอกเสียหายหนัก หรือชิ้นส่วนสำคัญบางอย่างเสียจนไม่สามารถหาอะไหล่ทดแทนได้ เราก็จะแจ้งลูกค้าตรง ๆ ว่าควรซ่อมหรือควรเปลี่ยนใหม่

เพราะเป้าหมายของการเซอร์วิสไม่ใช่แค่ทำให้โช้ก “ไม่รั่ว”

แต่ต้องทำให้กลับไปทำหน้าที่ของมันได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย

และสำหรับ YSS G-Series ถึงแม้โครงสร้างเดิมจะไม่ได้ทำให้เปิดเซอร์วิสง่ายเหมือนโช้กรุ่นใหญ่ แต่ถ้ามีเครื่องมือที่เหมาะสม มีวิธีการที่ถูกต้อง และเข้าใจระบบภายในจริง ๆ

มันก็สามารถเซอร์วิสและนำกลับมาใช้งานต่อได้ครับ

AJ SPEED สายไหม 39
ซ่อม • เซอร์วิส • เซ็ตอัพระบบกันสะเทือนมอเตอร์ไซค์

แจ้งลูกค้าทุกท่านตอนนี้ในซอยร้าน น้ำยังท่วมอยู่นะคะ เดี๋ยวรอน้ำลดทางร้านจะอัปเดทอีกทีค่ะ
28/09/2026

แจ้งลูกค้าทุกท่าน
ตอนนี้ในซอยร้าน น้ำยังท่วมอยู่นะคะ เดี๋ยวรอน้ำลดทางร้านจะอัปเดทอีกทีค่ะ

เลี่ยงได้ เลี่ยง รถไม่ใช่เรือ 🌧️🌊ช่วงนี้หลายพื้นที่มีน้ำท่วม น้ำรอระบาย บางเส้นทางเราอาจหลีกเลี่ยงได้ แต่บางครั้งก็มีควา...
26/09/2026

เลี่ยงได้ เลี่ยง รถไม่ใช่เรือ 🌧️🌊

ช่วงนี้หลายพื้นที่มีน้ำท่วม น้ำรอระบาย บางเส้นทางเราอาจหลีกเลี่ยงได้ แต่บางครั้งก็มีความจำเป็นต้องผ่านจริง ๆ

สิ่งแรกที่อยากฝากคือ อย่าเห็นคันอื่นผ่านได้ แล้วคิดว่ารถเราจะผ่านได้เหมือนกัน

รถแต่ละรุ่นความสูงไม่เท่ากัน ตำแหน่งกรองอากาศ ปากทางดูดอากาศ ระบบไฟ และสภาพรถก็ไม่เหมือนกัน

ถ้าประเมินแล้วว่าน้ำสูงเกินความสามารถของรถ อย่าฝืน

เพราะจากแค่ต้องอ้อมทาง อาจกลายเป็นเครื่องยนต์เสีย รถล้ม หรือเกิดอันตรายกับตัวเราเองได้

ถ้าจำเป็นต้องลุย ควรขี่ยังไง?

ก่อนลงน้ำ ให้มองระดับน้ำและกระแสน้ำก่อน

ถ้าน้ำไหลแรง มองไม่เห็นพื้นถนน ไม่รู้ว่ามีหลุม ฝาท่อ หรือขอบฟุตปาธอยู่ตรงไหน ไม่ควรเสี่ยง

ถ้าประเมินแล้วว่ายังผ่านได้

ใช้ความเร็วต่ำ ขี่ให้สม่ำเสมอ

รักษารอบเครื่องให้คงที่ อย่าเร่ง ๆ ผ่อน ๆ

เว้นระยะจากรถคันหน้า เพราะคลื่นจากรถคันอื่นอาจซัดน้ำเข้ารถเราได้

อย่าขี่เร็วเพื่อหวังให้ผ่านน้ำไว ๆ ยิ่งเร็ว ยิ่งสร้างคลื่นน้ำสูงขึ้น

หลีกเลี่ยงการหยุดกลางน้ำถ้าไม่จำเป็น

มองรถคันหน้าและสภาพพื้นตลอดเวลา อย่าตามกันติดเกินไป

และสิ่งสำคัญคือ อย่าดูแค่ระดับปลายท่อไอเสีย

หลายคนเข้าใจว่า น้ำยังไม่ถึงปลายท่อก็ลุยได้ ซึ่งจริง ๆ แล้วจุดที่ต้องระวังมากกว่าคือ ช่องทางดูดอากาศเข้ากรองอากาศและเครื่องยนต์

ถ้าน้ำถูกดูดเข้าเครื่องยนต์ เรื่องจะใหญ่กว่ารถดับธรรมดามาก

แล้วถ้าลุยไปแล้วรถดับกลางน้ำล่ะ?

สิ่งแรกที่ต้องทำคือ

อย่าเพิ่งกดสตาร์ตซ้ำ

โดยเฉพาะถ้าดับตอนที่ระดับน้ำค่อนข้างสูง

เพราะเราไม่รู้ว่าน้ำเข้าไปถึงกรองอากาศ หรือเข้าไปในกระบอกสูบแล้วหรือยัง

ถ้ามีน้ำอยู่ในกระบอกสูบแล้วเราฝืนสตาร์ต เครื่องยนต์อาจเกิดอาการ Hydrolock หรือน้ำอัดอยู่ในกระบอกสูบ

น้ำอัดตัวแทบไม่ได้เหมือนอากาศ แรงจากลูกสูบจึงอาจทำให้ก้านสูบคด ลูกสูบ วาล์ว หรือชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์เสียหายได้

จากที่อาจจะแค่ไล่น้ำ กลายเป็นต้องเปิดเครื่องซ่อมใหญ่ได้เลย

รถดับแล้วควรทำยังไง?

ถ้าทำได้ ให้เข็นรถหรือหาวิธีนำรถออกจากบริเวณน้ำก่อน

จากนั้นควรตรวจเช็กอย่างน้อย

1. กรองอากาศและหม้อกรอง

เปิดดูว่ามีน้ำเข้าไปหรือไม่
ถ้ากรองเปียกหรือมีน้ำอยู่ในหม้อกรอง อย่าเพิ่งสตาร์ตเครื่อง

2. ตรวจหัวเทียนและภายในกระบอกสูบ

ถ้าสงสัยว่าน้ำเข้าเครื่อง ควรถอดหัวเทียนและตรวจว่ามีน้ำอยู่ในกระบอกสูบหรือไม่

ถ้ามีน้ำ ต้องเอาน้ำออกให้หมดก่อนที่จะพยายามสตาร์ตเครื่องอีกครั้ง

ขั้นตอนนี้ถ้าไม่มีเครื่องมือหรือไม่มีความชำนาญ แนะนำให้ให้ช่างทำครับ

3. ตรวจน้ำมันเครื่อง

ถ้าน้ำเข้าไปปะปนกับน้ำมันเครื่อง น้ำมันอาจมีสีขุ่นคล้ายนม หรือระดับผิดปกติ

กรณีนี้ไม่ควรขี่ต่อ ควรเปลี่ยนน้ำมันและตรวจหาสาเหตุก่อน

4. รถออโตเมติกควรตรวจชุดสายพาน

รถสกู๊ตเตอร์ที่ลุยน้ำสูง น้ำสามารถเข้าไปในห้องสายพาน CVT ได้

อาการที่พบได้คือ รถออกตัวกระตุก สายพานลื่น มีเสียงผิดปกติ หรือรถเร่งไม่ขึ้น

ควรถอดเปิดทำความสะอาด เป่าให้แห้ง และตรวจลูกปืน ชาม คลัตช์ และจุดที่มีจาระบี

5. ตรวจระบบไฟและปลั๊กต่าง ๆ

ถึงรถจะกลับมาสตาร์ตติดแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีปัญหาตามมา

น้ำและความชื้นที่ค้างอยู่ในปลั๊กไฟ เซ็นเซอร์ ขั้วต่อ หรือระบบ ABS อาจทำให้เกิดสนิมหรือปัญหาไฟฟ้าภายหลังได้

ผ่านน้ำมาแล้ว รถยังไม่ดับ ต้องทำอะไรไหม?

ควรทำครับ โดยเฉพาะถ้าลุยน้ำมาค่อนข้างสูง

หลังออกจากน้ำ ค่อย ๆ ทดลองเบรก เพราะผ้าเบรกและจานเบรกเปียก ประสิทธิภาพช่วงแรกอาจลดลง

จากนั้นสังเกตว่า

เครื่องยนต์เดินผิดปกติไหม
มีไฟเตือนขึ้นหรือไม่
รถออกตัวกระตุกไหม
เสียงเครื่อง เสียงลูกปืน หรือเสียงชุดข้างเปลี่ยนไปหรือเปล่า

ถ้าลุยน้ำสูงมากหรือแช่น้ำนาน แนะนำให้ตรวจเช็กเพิ่มเติม ไม่ควรรอจนรถเริ่มมีอาการแล้วค่อยซ่อม

สรุปง่าย ๆ

เลี่ยงได้ เลี่ยง รถไม่ใช่เรือ

แต่ถ้าจำเป็นต้องลุยจริง ๆ ให้ประเมินทั้ง ระดับน้ำ กระแสน้ำ สภาพถนน และความสามารถของรถตัวเองก่อน

และจำไว้อีกข้อหนึ่ง

รถดับในน้ำ อย่ารีบสตาร์ตซ้ำ

เอารถขึ้นจากน้ำ ตรวจให้แน่ใจก่อนว่าน้ำไม่ได้เข้าไปในทางเดินอากาศหรือเครื่องยนต์

เสียเวลาตรวจสักหน่อย
ดีกว่าจากเรื่องเล็ก กลายเป็นเครื่องพังครับ

AJ SPEED สายไหม 39

25/09/2026

บิด-วอด บิด-ดับ เร่งไม่ขึ้น
Scoopy i คันนี้เป็นเพราะอะไรเชิญรับชมในวีดีโอ อย่างละเอียดได้เลยครับ
คลิปยาวใครยังไม่มีเวลาดูแชร์หรือเซฟไว้ดูภายหลังได้ครับ
#สายไหม39

ที่อยู่

สายไหม
Bangkok
10220

เวลาทำการ

จันทร์ 10:00 - 20:00
อังคาร 09:00 - 20:00
พุธ 09:00 - 19:00
พฤหัสบดี 09:00 - 20:00
ศุกร์ 09:00 - 20:00
เสาร์ 09:00 - 19:00

เบอร์โทรศัพท์

+66817751008

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ AJ SPEED สายไหม 39 โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์