BTS Autopart จำหน่ายและรับจัดหาอะไหล่เบ๊นซ์ Mercedez

จำหน่ายไส้กรองต่างๆ ปั๊มน้ำ และอะไหล่รถยนต์ Mercedes-Benz ของแท้ Genuine และของเทียบ OEM นำเข้าจากประเทศเยอรมนี รวมทั้งรับจัดหาอะไหล่เบ๊นซ์ตามต้องการ

น่าสนใจ...มาดูประวัติศาสตร์ผ่านกระจังหน้าในแต่ละยุคของ Mercedes-Benz กันครับ...
08/09/2022

น่าสนใจ...
มาดูประวัติศาสตร์ผ่านกระจังหน้าในแต่ละยุคของ Mercedes-Benz กันครับ...

เจาะลึกกระจังหน้าแต่ละยุคของ Mercedes-Benz จากซี่โครเมียม สู่ดีไซน์เรียบหรู แต่แฝงด้วยเซ็นเซอร์
ในอดีต กระจังหน้ารถยนต์ หรือ Grille ถูกทำขึ้นมาเพื่อรับอากาศ และป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับหม้อน้ำ และเครื่องยนต์ แต่ปัจจุบันรถยนต์ไฟฟ้าเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ซึ่งรถยนต์แบบดังกล่าวไม่มีเครื่องยนต์ และหม้อน้ำ ทำให้การออกแบบกระจังหน้าไม่จำเป็นต้องติดอยู่ในกรอบเดิม ๆ อีกต่อไป
Mercedes-Benz หนึ่งในค่ายผู้ผลิตรถยนต์เก่าแก่ของโลกจึงรวบรวมการเปลี่ยนแปลงของกระจังหน้าของแต่ละรุ่น แต่ละยุค เพื่อชี้ให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงนี้ พร้อมเปิดเผยรายละเอียดของกระจังหน้ารถยนต์ไฟฟ้าที่ไม่ได้มีไว้แค่รับลม หรือป้องกันความเสียหาย แต่คือศูนย์รวมของเซ็นเซอร์จำนวนมากเพื่อช่วยเหลือการขับขี่
1) จากระบบหม้อน้ำ สู่กระจังหน้าเอกลักษณ์
จุดเริ่มต้นในการออกแบบกระจังหน้าของ Mercedes-Benz คือ การต่อยอดมาจากการออกแบบหม้อน้ำรถยนต์ โดยในปี 1900 ทางค่ายได้ออกแบบหม้อน้ำทรงรังผึ้งขนาดใหญ่ที่ภายในมีท่อขนาดเล็กกว่า 8,000 ชิ้น เพื่อช่วยระบายอากาศ และนั่นคือมาตรฐานใหม่ของวงการรถยนต์ ผ่านการที่หลายค่ายนำการออกแบบนี้ไปประยุกต์ใช้
อย่างไรก็ตามการจะปล่อยให้หม้อน้ำแผงรังผึ้งติดไว้ที่หน้าตัวรถเลยก็คงไม่ปลอดภัยในการขับขี่ ทำให้ปี 1931 ทาง Mercedes-Benz ได้ออกแบบกระจังหน้าโครเมียมเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับหม้อน้ำ ซึ่งการออกแบบดังกล่าวถูกใช้มาต่อเนื่องมากกว่า 50 ปี จนกลายเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของ Mercedes-Benz
ถ้าเอาที่คนทั่วไปรู้จักมีตั้งแต่ W 110 หรือฉายา เบนซ์หางปลา, W115 หรือ เบนซ์ตาตั้ง และ W124 หรือ เบนซ์โลงจำปา ที่ต่างมีกระจังหน้าขนาดใหญ่กว่ารถยนต์แบรนด์อื่น มากับการชุบโครเมียมจนเงา จนเมื่อเห็นแค่กระจังหน้าหลายคนก็รู้ว่านี่คือรถยนต์ของแบรนด์ Mercedes-Benz
2) เปลี่ยนผ่านสู่ยุค 2000s ที่ใช้ความโมเดิร์นเข้าแทน
จนกระทั่งถึงยุค 2000s การออกแบบกระจังหน้าของ Mercedes-Benz เริ่มเปลี่ยนไป จะอยู่แค่ดีไซน์รังผึ้งขนาดใหญ่คงไม่ได้ โดยทางแบรนด์เลือกลดขนาดความใหญ่ของกระจังหน้า และปรับเหลือเพียงเส้นยาวแนวขวางแทน โดยช่วงแรกอาจมากับ 5 เส้น แต่สุดท้ายค่อย ๆ ลดลงจนเหลือ 1-2 เส้น
ขณะเดียวกันการทำตลาดของ Mercedes-Benz ในเวลานั้นค่อย ๆ เพิ่มความชัดเจนระหว่างรถยนต์หรูแบบดั้งเดิม และรถยนต์แบบสปอร์ต ทำให้กระจังหน้าในเวลานั้นมีความหลากหลาย ผ่านการออกแบบเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม
จนเมื่อยุค 2010s การออกแบบเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง เพราะ Mercedes-Benz มากับกระจังหน้าใหม่ในชื่อ Diamond Grille ที่โดดเด่นกว่ารถยนต์หรู และมีแบรนด์อื่น ๆ ได้แรงบันดาลใจไปปรับใช้ ส่วนฝั่งรถสปอร์ตก็มีกระจังหน้าแบบ Mercedes-AMG ที่มากับเส้นยาวแนวดิ่ง เพิ่มความดุดัน และยกระดับสมรรถนะได้จริง
3) เข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าที่กระจังหน้าไม่ใช่แบบเดิม
ตอนนี้ค่ายผู้ผลิตรถยนต์ต่าง ๆ รวมถึง Mercedes-Benz ได้เข้ามาสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัว ทำให้ประโยชน์ดั้งเดิมของกระจังหน้าที่ใช้ป้องกันหม้อน้ำ และรับอากาศไม่มีอีกต่อไป ซึ่ง Mercedes-Benz เลือกยกเครื่องกระจังหน้าใหม่ทั้งหมด โดยทำเป็นกระจังหน้าทึบสีดำ และมากับชื่อ Black Panel
กระจังหน้าแบบทึบช่วยให้การขับขี่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพราะถ้าคิดตามหลักอากาศพลศาสตร์ หรือ Aerodynamic อากาศจะวิ่งขึ้นไป และกดตัวรถได้ทันที ไม่ได้ลอดเข้าไปในเครื่องยนต์เหมือนในอดีต แต่ใช่ว่า Mercedes-Benz จะปิดไว้แค่นั้น เพราะภายใน Black Panel เต็มไปด้วยเซ็นเซอร์ช่วยเหลือการขับขี่
ตั้งแต่กล้อง, ระบบอัลตราซาวด์ และเรดาร์ กับไลดาร์ ที่ตัวรถจะนำข้อมูลต่าง ๆ มาคำนวณเพื่อประยุกต์ใช้ในระบบรถยนต์ไร้คนขับ และระบบแจ้งเตือนการขับขี่ แต่ถึงจะเปลี่ยนแปลงแค่ไหน Mercedes-Benz ยังแทรกดีไซน์ในอดีตไว้ใน Black Panel เช่น เส้นขีดขวาง และ Diamond Grille อีกด้วย
กระจังหน้าถือเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ และสัญลักษณ์ของรถยนต์แต่ละแบรนด์ เพราะถ้าออกแบบดี ๆ เพียงแค่มองก็รู้ว่าคือรถยนต์แบรนด์อะไร ซึ่ง Mercedes-Benz คือหนึ่งในผู้สร้างมาตรฐาน และได้รับการจดจำจากผู้บริโภคมาตลอด ซึ่งในยุค Black Panel ก็คงไม่ยากที่ทางแบรนด์จะประสบความสำเร็จเหมือนในอดีตเช่นกัน

https://brandinside.asia/mercedes-benz-all-grille/

05/11/2020
12/09/2018
Mercedes-Benz A-Class น้องใหม่กับรหัสตัว W177 เปิดตัวและมีการทำรีวิวไปแล้วในต่างประเทศ Highlight ของ W177 ใหม่คงหนีไม่พ้...
14/08/2018

Mercedes-Benz A-Class น้องใหม่กับรหัสตัว W177 เปิดตัวและมีการทำรีวิวไปแล้วในต่างประเทศ Highlight ของ W177 ใหม่คงหนีไม่พ้นระบบ AI หรือปัญญาประดิษฐ์ที่ทางค่ายดาวสามแฉกให้ชื่อว่า "LingualTronic" จะเป็นยังไงเมื่อคนคุยกับรถได้เหมือนเราคุยกับ SIRI ใน iPhone ลองเลื่อนไปดูที่ 0:50 แล้วจะรู้ว่าเด็ดดวงจริงๆ

นอกจานี้ MB A-Class ตัวล่าสุดยังมาพร้อมกับแผงหน้าปัดดิจิตอลขนาดใหญ่แบบใหม่ที่ปกติจะมีมาให้เฉพาะรถรุ่นใหญ่ของค่ายเท่านั้น แต่ตอนนี้ MB ให้ความสำคัญและมุ่งทำตลาด Compact สู่จุดสูงสุดของคลาส แถมอัดแน่นไปด้วยระบบความปลอดภัยเต็มพิกัดอีกต่างหาก ซึ่งรวมถึง DisTronic ที่ใครหลายคนรอคอยว่าเมื่อไร MB จะจัดให้ในรุ่นน้องเล็กบ้าง ตอนนี้มีมาให้แล้ว แต่เป็นของเมืองนอกเค้านะ ของไทยคงต้องรอดู และแอบหวังกันต่อไปว่าจะอัดออพชั่นมาให้เต็มพิกัดแบบเค้าบ้างมั้ย

Credit: Mercedes-Benz

Everything you need to know about the Mercedes-Benz A-Class (2018), presented by YouTuber MrJWW. For more information visit: http://mb4.me/explore-a-class_yt...

Mercedes-Benz S-Class รุ่นปี 2018 ปรับโฉมใหม่ทั้งภายนอกภายใน มาในลุคที่ดูภูมิฐานขึ้นสมาร์ทขึ้น พร้อมด้วยระบบส่งกำลังรุ่น...
12/05/2017

Mercedes-Benz S-Class รุ่นปี 2018 ปรับโฉมใหม่ทั้งภายนอกภายใน มาในลุคที่ดูภูมิฐานขึ้นสมาร์ทขึ้น พร้อมด้วยระบบส่งกำลังรุ่นใหม่และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกภายในห้องโดยสารใหม่หมดจด แต่นั่นก็ยังไม่เท่าระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันก่อนเกิดเหตุ (Active Safety) ที่ Mercedes-Benz ตั้งใจอัพเกรดมาแบบเต็มพิกัด
ระบบความปลอดภัยรุ่นใหม่หรือ Intelligent Drive จะใช้ชุดกล้องและเรดาร์ที่สามารถมองเห็นได้ไกลกว่าเดิม ซึ่งประกอบไปด้วยระบบต่างๆ ดังนี้

Active Distance Assist Distronic:
ระบบนี้เป็นเวอร์ชั่นอัพเกรดจาก Distronic เดิมซึ่งทำหน้าที่ควบคุมความเร็วรถให้คงที่โดยอัตโนมัติหรือที่รู้จักกันในชื่ครูสท์คอนโทรล โดยระบบใหม่ได้รับการพัฒนาให้ทำงานร่วมกับแผนที่และข้อมูลระบบนำทางเพื่อช่วยคนขับควบคุมรถได้ดีขึ้นและปรับความเร็วรถให้เหมาะสมกับเส้นทางที่กำหนดไว้ นอกจากนี้ตัวระบบยังช่วยลดความเร็วรถเมื่อเข้าใกล้ทางโค้ง ทางร่วมทางแยก วงเวียน หรือแม้แต่ด่านเก็บเงินบนทางด่วนได้อีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้นตัวระบบยังถูกปรับให้ทำงานร่วมกับระบบเกียร์และโหมดการขับขี่ต่างๆ ทั้ง Eco, Comfort, Sport และ Individual โดยสามารถปรับตั้งความเร็วได้ละเอียดขึ้นกว่า S-Class เดิมเมื่อเข้าโค้งและขับตามหลังรถคันหน้าเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพเส้นทางที่ใช้

Active Lane Change Assist:
เมื่อคนขับใช้งานสวิตช์ไฟเลี้ยว ระบบจะตรวจเช็คว่าด้านหน้าด้านหลังและด้านข้างรถว่าปลอดภัยสำหรับเปลี่ยนเลนหรือไม่ เมื่อปลอดภัยระบบจะแจ้งคนขับผ่านทางชุดแผงหน้าปัดและ Head-Up Display แล้วจึงเปลี่ยนเลน

Active Speed Limit Assist:
จะควบคุมความเร็วรถให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด โดยจะทำงานร่วมกับระบบนำทางและสื่อสารกับป้ายสัญญาณจราจร เพื่อปรับความเร็วให้เหมาะสม

Active Steering Assist: จะบังคับรถโดยอัตโนมัติเพื่อให้รถอยู่ในเลน ระบบนี้ได้รับการปรับปรุงให้สามารถรักษาระยะห่างและเลี้ยวได้ปลอดภัยกว่าเดิม

Active Emergency Stop Assist:
จะเข้าแทรกแทรงการทำงานเมื่อระบบตรวจพบว่าคนขับไม่ได้ควบคุมรถอยู่ จากนั้นระบบ,

Active Braking:
จะหยุดรถให้อยู่ในเลน เปิดไฟฉุกเฉิน และปลดล็อคประตู เพื่อให้คนด้านนอกทำการช่วยเหลือได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นระบบ Active Steering Assist จะต้องทำงานอยู่และตรวจพบว่าคนขับไม่สามารถควบคุมรถได้อีกต่อไป

Active Brake Assist พร้อม Cross-Traffic Function:
เป็นระบบเบรกฉุกเฉินที่ตรวจจับรถและคนเดินถนนทางด้านหน้า ระบบจะส่งเสียงและกะพริบไฟเตือนให้คนขับทราบ พร้อมกับทำการเบรกเพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดความรุนแรงของการชนปะทะ
ถ้ายังไม่พอ ระบบ Evasive Steering Assist: เป็นอีกตัวช่วยหนึ่ง แต่ระบบไม่ได้ทำงานอัตโนมัติ ตัวระบบจำช่วยเสริมแรงหมุนพวงมาลัยเมื่อคนขับหักหลบคนเดินถนนที่ระบบตรวจจับได้

ท้ายสุดคือ Car-to-X:
เป็นระบบสื่อสารที่ทำหน้าที่แจ้งเตือนคนขับถึงสภาพการจราจรที่จะมาถึงผ่านข้อมูลที่ได้รับจาก Live Traffic และระบบ COMAND โดยรถที่มีระบบเดียวกันนี้ติดตั้งอยู่สามารถแชร์ข้อมูลที่มีอยู่ระหว่างกันได้

ทั้งหมดทั้งมวลนี้คือความพยายามของ Mercedes-Benz ที่จะทำให้ยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติค่อยๆ เป็นรูปเป็นร่างขึ้นและใช้งานได้จริง Mercedes-Benz ยังคงศึกษา ค้นคว้า และพัฒนาเทคโนโลยีอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อให้ถึงวันที่อุบัติเหตุเป็นศูนย์เกิดขึ้นจริงบนโลกใบนี้ ซึ่ง S-Class รุ่นปี 2018 ก็เป็นอีกก้าวสำคัญในการทำภารกิจนี้ให้สำเร็จในอนาคต

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.motorauthority.com

รับจัดหาอะไหล่เบ๊นซ์ตามต้องการ
แวะชมสินค้าของเราได้ที่ http://www.btsautopart.com/
หรือโทร 096-052-9997 ตลอดเวลาครับ

#รถเบนซ์ #อะไหล่เบนซ์แท้

07/03/2017

อยากด้ายยยยยยยยย อะ!
McLaren มีแล้ว อีกหน่อยน่าจะมีใน Meพcedes-Benz บ้างนะครับ
ใครเห็นด้วยยกมือขึ้น...

Easy Ride, Easy Drive... What's yours?https://www.youtube.com/watch?v=BvHFM8c7cPM
24/02/2017

Easy Ride, Easy Drive... What's yours?

https://www.youtube.com/watch?v=BvHFM8c7cPM

Riding on the open road with Steppenwolf's "Born to be Wild" playing in your head. How do you make this experience any better? Hint: The legendary Peter Fond...

17/01/2017

หลายคนอาจรู้หรือยังไม่รู้ว่าปุ่มและลวดลายบนทางเท้ามีความสำคัญมากกว่าที่คิด เพราะมันช่วยให้ผู้พิการทางสายตาสามารถเดินบนทางเท้าได้อย่างปลอดภัย ลวดลายแต่ละอย่างมีความหมายอย่างไรนั้น เรามาดูกัน

ลายปุ่มเรียง: บ่งบอกว่าข้างหน้าเป็นทางลาดเอียงและเป็นทางข้ามถนน ปกติจะปูเพื่อนำทางไปยังทางข้ามในลักษณะรูปตัว L

ลายปุ่มวางสลับไม่เรียงตัว: เตือนให้ใช้ความระมัดระวังเพราะบ่งบอกว่าบริเวณนั้นและข้างหน้าเป็นทางรถไฟ

ส่วนลายปุ่มนูนยาว: บ่งบอกว่าบริเวณข้างหน้าเป็นทางรถราง

ลายนูนเส้นตรงยาวที่วางตัวขั้นทางเท้า: จะเตือนผู้พิการทางสายตาว่าข้างหน้าเป็นขั้นบันได และในบางครั้งก็เป็นตัวแยกระหว่างทางเดินเท้ากับทางจักรยาน โดยทางจักรยานจะเป็นลายนูนเส้นตรงยาวแนวตั้ง ในขณะที่ทางเดินเท้าจะเป็นลายนูนเส้นตรงยาวแนวนอน

อีกหนึ่งคอมเม้นท์การันตีว่าหน้าเว็บเราดูง่าย ไม่สับสน ได้ของที่ต้องการแน่นอน ขอขอบคุณคำชมจากคุณลูกค้าอีกครั้งนะครับ
28/11/2016

อีกหนึ่งคอมเม้นท์การันตีว่าหน้าเว็บเราดูง่าย ไม่สับสน ได้ของที่ต้องการแน่นอน ขอขอบคุณคำชมจากคุณลูกค้าอีกครั้งนะครับ

13/10/2016

ที่อยู่

155 Taksin 22 Trok Somdejprapinklao 15 Bukkalo Thonburi
Bangkok
10600

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ BTS Autopartผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์