28/12/2023
หลังจากที่โลกของเรา ต้องเผชิญกับภัยพิบัติมากมาย อันมีผลมาจาก “ก๊าซเรือนกระจก” นั่นจึงทำให้ทุกฝ่ายทั่วโลก เริ่มให้ความสำคัญกับเป้าหมาย Net Zero ในปี ค.ศ. 2050 กันมากขึ้น ทั้งในด้านนโยบาย การผลิต หรือการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ อย่าง “Green Hydrogen”
“Green Hydrogen” หรือ ไฮโดรเจนสีเขียวนั้น คือเชื้อเพลิงทางเลือก ที่สามารถผลิตขึ้นได้จากแหล่งพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานลม แสงอาทิตย์ หรือน้ำ โดยการนำไปผ่านกระบวนการ “อิเล็กโทรไลซิส” ที่เป็นการผ่านไฟฟ้ากระแสตรง จากภายนอกเข้าไปในสารละลายอิเล็กโทรไลต์ แล้วทำให้เกิดปฏิกิริยาเคมี จนเกิดเป็น “ก๊าซไฮโดรเจนที่ปราศจากคาร์บอน” นั่นเอง
และนั่นจึงทำให้ Green Hydrogen เป็นหนึ่งในรูปแบบของพลังงานแห่งอนาคตที่มีประสิทธิภาพ และมีศักยภาพในการเข้ามาทดแทนการใช้พลังงานดั้งเดิม อย่างพลังงานฟอสซิลได้ ซึ่งถือว่ามีส่วนสำคัญ ที่จะช่วยลดการปล่อยมลภาวะต่าง ๆ ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศอีกด้วย
นอกจากนี้ Green Hydrogen ยังมีข้อดีอื่น ๆ ที่สามารถตอบโจทย์ในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น
- คุณสมบัติที่สามารถใช้ได้กับหลาย ๆ อุตสาหกรรมการผลิต เช่น การผลิตเหล็ก คอนกรีต สารเคมี ปุ๋ย เชื้อเพลิงการขนส่ง และไฟฟ้า เป็นต้น
- สามารถใช้โครงสร้างการผลิตเดิมได้ เพราะต้องใช้แรงดันในการเคลื่อนย้าย ไม่ว่าจะเป็นการส่งผ่านท่อของโรงกลั่น การขนส่งทางเรือ หรือรถบรรทุก ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นโครงสร้างพื้นฐานเดิมที่มีอยู่แล้ว จึงทำให้ไม่จำเป็นต้องทุ่มงบในการตั้งโรงงาน หรือเครื่องจักรใหม่ ๆ เพื่อใช้ในการผลิต
- สามารถจัดเก็บไว้ใช้ในภายหลังได้ ซึ่งถือว่าตอบโจทย์ในเรื่องการนำไปใช้เป็นพลังงานสำรอง ในกรณีที่แหล่งพลังงานหมุนเวียนมีความต้องการสูง หรือไม่สามารถผลิตได้ทัน
และด้วยคุณสมบัติ รวมถึงจุดเด่นที่ว่ามา จึงทำให้ทั่วโลก เริ่มมีการลงทุน และตั้งเป้าในการนำ Green Hydrogen มาใช้งานกันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งสังเกตได้จากข้อมูลของสำนักข่าว AP ที่ได้รายงานการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ไว้ว่า ตลาด Green Hydrogen ทั่วโลก จะมีมูลค่าสูงถึง 410 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี ค.ศ. 2030 ซึ่งสูงกว่ามูลค่าในปัจจุบันถึง 2 เท่าเลยทีเดียว
นอกจากนี้ ก็ยังมีอีกหลายประเทศที่เริ่มผลักดันเรื่อง Green Hydrogen แล้วเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นอินเดีย ที่ได้เปิดตัว “ศูนย์นวัตกรรมไฮโดรเจนสีเขียว” เมื่อต้นปี ค.ศ. 2023 ที่ผ่านมา และยังมีการอนุมัติงบ 2.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับการผลิต และส่งออก Green Hydrogen อีกด้วย หรือรัฐบาลกลางของออสเตรเลียเอง ก็ได้มีการสนับสนุนงบกว่า 1.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ* สำหรับการผลิต Green Hydrogen ให้ได้ 110,000 ตันต่อปี ภายในปี ค.ศ. 2030 นี้ เมื่อช่วงสิ้นปี ค.ศ. 2022 ที่ผ่านมา
(*อ้างอิงค่าเงิน 1 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ที่ 0.66 ดอลลาร์สหรัฐ ณ วันที่ 30 พ.ย. 2023)
จะเห็นได้ว่า Green Hydrogen ถือเป็นนวัตกรรมแห่งโลกอนาคตอย่างแท้จริง แต่พลังงานชนิดนี้เอง ก็ถือว่ายังอยู่ในกระบวนการเริ่มต้นเท่านั้น
ซึ่งเราเองยังคงต้องพึ่งพาพลังงานทดแทนอื่น ๆ ในการวางรากฐานด้าน Net Zero ให้กับเราตั้งแต่วันนี้ และนั่นจึงเป็นเหตุผลที่ ทำไม EDL-Gen ยังคงมุ่งมั่นในการผลิต และส่งออกไฟฟ้า ที่ผลิตขึ้นจากพลังงานน้ำอย่างสม่ำเสมอ
นอกจากนี้ เพื่อผลักดันการสร้างสังคมสีเขียว EDL-Gen ยังคงมุ่งมั่นในการขยายการผลิตไฟฟ้า ด้วยการใช้พลังงานน้ำ ผ่านการร่วมทุนกับเขื่อนภาคเอกชน (IPP) เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้า ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญคือ การสร้างกำลังการผลิตติดตั้งให้ได้ รวมกันทั้งหมด 2,452 MW ภายในปี ค.ศ. 2030 อีกด้วย ซึ่งการผลิตไฟฟ้าสะอาด จากการใช้พลังงานน้ำที่มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง นั่นหมายความว่า เราเองก็จะได้พึ่งพิงพลังงานฟอสซิลน้อยลงนั่นเอง
และนี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ EDL-Gen ได้เริ่มลงมือทำเท่านั้น โดย EDL-Gen ยังมีแผนการที่ได้เริ่มลงมือทำแล้ว และกำลังจะเริ่มลงมือต่อ เพื่อช่วยผลักดันความเป็น Engine of Decarbonization ต่อไปอย่างยั่งยืน และตอบสนองกับความต้องการพลังงานสะอาดในตลาดโลก ที่เพิ่มสูงขึ้น เพื่อการก้าวเข้าสู่โลกยุค Net Zero อย่างยั่งยืนในปี ค.ศ. 2050 ตามคำมั่นสัญญา Paris Agreement ที่ EDL-Gen ได้ให้ไว้
ติดตามข่าวสารและข้อมูล จากทาง EDL-Gen เพิ่มเติมได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/EDLGenerationPublicCompanyPortalforThaiInvestors
Website : https://edlgen.com.la/?lang=en
#โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ #สปปลาว #ไทย #เขื่อน #กฟผ