Nexzter Brake Thailand

Nexzter Brake Thailand ตัวแทน จำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด ตัวแทนจำหน่าย ผ้าเบรคดีสเบรค Nexzter , N-Brake

จาก VTEC สู่ e:HEV วิวัฒนาการของ Honda จากยุค 90s ถึงปัจจุบัน 🚗⚙️--------------------------หากพูดถึง Honda ในสายตาคอรถยุ...
19/05/2026

จาก VTEC สู่ e:HEV วิวัฒนาการของ Honda จากยุค 90s ถึงปัจจุบัน 🚗⚙️
--------------------------
หากพูดถึง Honda ในสายตาคอรถยุค 90s ถึง 2000s หนึ่งในคำที่แทบจะกลายเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์เลยก็คือ "VTEC" เทคโนโลยีวาล์วแปรผันที่ทำให้เครื่องยนต์ขนาดเล็กของ Honda มีบุคลิกแตกต่างจากรถบ้านทั่วไปในยุคนั้นอย่างชัดเจน เพราะในขณะที่รถหลายรุ่นเน้นความเรียบง่าย ประหยัด และใช้งานทั่วไป Honda กลับสร้างภาพจำว่าเครื่องยนต์เล็กก็สามารถให้ความรู้สึกแรง ขับสนุก และมีช่วงรอบสูงที่จัดจ้านเร้าใจ โดยเฉพาะในตระกูล Civic ที่ทำให้คำว่า VTEC ไม่ได้เป็นแค่เทคโนโลยีวาล์วเครื่องยนต์ แต่ได้กลายเป็น Signature ของลัทธิชาว H
ซึ่งต้องบอกว่าในประเทศไทยภาพจำของ VTEC ในรถกลุ่ม Compact เริ่มชัดขึ้นอย่างมากกับรุ่น Civic ในยุค 90s อย่าง EG (3 ประตูและ 4 ประตู) และ EK (ทั้ง 4 ประตูและคูเป้) ซึ่งแม้รถบ้านที่จำหน่ายทั่วไปหลายรุ่นจะใช้เครื่องยนต์ตระกูล D-Series VTEC เช่น D15 หรือ D16 เป็นหลัก แต่ชื่อของ B16 และ B18 ก็ได้มีอิทธิพลต่อภาพจำของ Honda ในยุคนั้น เนื่องจากมันคือตระกูลเครื่องยนต์ DOHC VTEC ที่ทำให้โลกได้เห็นว่า เครื่องยนต์ความจุไม่มากก็สามารถให้พละกำลังสูง รอบจัด และมีบุคลิกสปอร์ตได้อย่างจริงจัง!!🔥 โดย B16A ถูกจดจำมาจาก EK9 Type R กับ CR-X CR-X EF8 SiR ส่วน B18C ถูกจดจำมาจาก Integra ตระกูล Type R โดยเฉพาะ Integra Type R DC2 ซึ่งแม้เครื่องยนต์เหล่านี้อาจไม่ได้อยู่ในรถ Honda สเปคบ้านทั่วไป แต่พวกมันคือ เครื่องยนต์สที่สร้างชื่อเสียงให้ VTEC จนกลายเป็นตำนาน
เสน่ห์ของ VTEC ยุคแรกคือ ในรอบต่ำมันยังใช้งานได้เหมือนรถบ้านทั่วไป แต่เมื่อรอบเครื่องไต่ขึ้นสูงถึงช่วงที่ระบบเปลี่ยนโปรไฟล์แคม เครื่องยนต์จะเสมือนมีอีกบุคลิกที่ถูกปลุกขึ้นมาจนทำให้เสียงเครื่องนั้นเปลี่ยนไป ทำให้ได้การตอบสนองเร้าใจขึ้น และแรงปลายรอบเริ่มไหลต่อเนื่อง จนกลายเป็นที่มาของวลีติดปากชาว Honda คือ “เทคเปิด โลกเปลี่ยน” ที่ทำให้มันพิเศษและต่างไปจากรถ Compact ยี่ห้ออื่นๆ
ส่วน VTEC ในเครื่องตระกูล D-Series อย่าง D15 และ D16 ที่พบใน Civic รถบ้านยุค 90s หลายรุ่น แม้จะไม่ใช่เครื่องตัวแรงระดับ B16 หรือ B18 แต่กลับเป็นเครื่องที่พาเสน่ห์ของ VTEC เข้าถึงคนใช้รถทั่วไปได้อย่างแท้จริง เพราะมันยังคงเป็นรถบ้านที่ใช้งานง่าย เครื่องไม่ใหญ่ ดูแลไม่ยาก แต่มีความสด รอบจัด และให้อารมณ์วัยรุ่นสปอร์ตแบบ Honda ได้ชัดเจน
VTEC ยุคแรก (90s) ถือว่ามีเสน่ห์มาก เพราะมันเกิดขึ้นในยุคที่เครื่องยนต์ถือเป็นพระเอกของรถอย่างแท้จริง ที่ความแรงของรถถ่ายทอดผ่านขนาดของเครื่องยนต์ รอบเครื่อง ระบบวาล์ว แคมชาฟท์ เสียงไอดี เสียงท่อ และอารมณ์ตอนรอบสูง ทำให้พอพูดถึง Honda คนจำนวนมากก็จะลิงค์ถึง VTEC ทันที จนกลายเป็นคำที่ทรงพลังทางการตลาดและความรู้สึกของลูกค้า
เมื่อเข้าสู่ยุค 2000s บทบาทของ VTEC ได้ขยายไปสู่ไลน์ B-Segment (Compact ขนาดเล็ก) อย่าง Honda City Type Z และCity ZX รวมถึง Jazz รุ่นแรกที่เข้ามาทำตลาดในไทย ล้วนทำให้คำว่า VTEC เข้ามาใกล้ผู้ใช้รถทั่วไปมากกว่าเดิม โดยเฉพาะ City และ Jazz ที่เป็นรถขนาดเล็ก เน้นใช้งานในเมือง แต่เมื่อมีรุ่น VTEC เข้ามา ก็ช่วยเพิ่มบุคลิกให้รถเหล่านี้ดูขับสนุกขึ้น มีแรงปลายดีขึ้น และให้ความรู้สึกเป็น Honda มากขึ้น และในยุคนั้น Honda ยังมีการแบ่งคาแรกเตอร์ชัดเจน เช่น รุ่น i-DSI ที่เน้นประหยัด ใช้งานง่ายในเมือง กับรุ่น VTEC ที่ดูมีชีวิตชีวามากกว่า เหมาะกับคนที่อยากได้รถเล็กแต่ยังอยากสนุกกับขับสไตล์สปอร์ต
ส่วน Civic ยังคงเป็นรุ่นหลักของ VTEC ผ่าน Civic Dimension (Civic ES) ที่เริ่มขยับบุคลิกจากความดิบแบบ EG/EK ไปสู่ความเป็นรถบ้านยุคใหม่มากขึ้น เครื่องยนต์ VTEC ใน Civic Dimension ไม่ได้ถูกเล่าในแบบรอบจัดจัดจ้าน เท่ากับยุค B-Series (90s) แต่เน้นความลงตัวในการใช้งานจริงมากกว่า ทั้งการตอบสนองที่ดีขึ้น ความประหยัด และการขับขี่ที่นุ่มนวลกว่าเดิม
จุดเปลี่ยนแปลงใหญ่ของ VTEC ครั้งแรก เกิดขึ้นในครึ่งหลังของยุค 2000s ที่คำว่า i-VTEC กลายเป็นภาพจำหลักของ Civic ยุคใหม่ในไทย โดยเฉพาะเครื่อง 1.8 i-VTEC กับ Civic โฉม FD จนกลายเป็นรถ C-Segment (Compact ระดับกลาง) ที่ใช้งานง่าย ขับดี และยังมีความเป็น Honda VTEC อยู่ครบถ้วน ถือเป็นยุคที่ VTEC อยู่ตรงกลางระหว่าง “ความแรง” และ “การใช้งานจริง” อย่างชัดเจน
i-VTEC มีบทบาทอย่างมากในยุคตั้งแต่ยุค 2000s ช่วงปลาย จนถึงยุค 2010s ในครึ่งแรก โดยเป็นการเปลี่ยนบทบาทของเทคโนโลยีวาล์วแปรผันจากความรู้สึกดิบๆ แบบ VTEC ยุคแรก ไปสู่ความฉลาดและสมดุลมากขึ้น เพราะ i-VTEC ไม่ได้ขายแค่ความแรงปลายรอบ แต่ขายภาพของเครื่องยนต์ที่ฉลาดขึ้น ประหยัดขึ้น ตอบสนองดีขึ้น และเหมาะกับการใช้งานจริงมากขึ้น ซึ่งใน Civic, City และ Jazz คำว่า i-VTEC จึงกลายเป็นเหมือนตราประจำตัวของเครื่องยนต์ Honda รถบ้านยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Civic FD, Civic FB, City GM2 /GM6 หรือ Jazz GE/GK ที่แม่เน้นขายความสนุกในการขับ แต่ก็เริ่มลดความดิบแบบยุค 90s ลง เพื่อให้เป็นรถใช้งานได้ดีในประจำวันที่สมบูรณ์แทน
และเมื่อมาถึงยุค Civic FC การเปลี่ยนแปลงด้านการตลาดก็มีความชัดเจนอย่างมากครับ เนื่องจาก Honda จะไม่ได้ใช้คำว่า i-VTEC มาเป็นคำหลักบนชื่อรุ่นเพื่อการขายอีกต่อไป เหตุผลไม่ใช่เพราะ i-VTEC หมดความสำคัญ แต่เพราะมันได้กลายเป็นสิ่งที่ฝังอยู่ในภาพลักษณ์ของ Honda จนลูกค้ารับรู้อยู่แล้วว่ารถ Honda ต้องมี i-VTEC อยู่ภายใน ฉะนั้นการนำ i-VTEC มาใส่ในชื่อรุ่นเหมือนยุคที่ผ่านๆ มา จึงไม่ได้กระตุ้นความรู้สึกใหม่ให้ผู้ซื้อเท่ากับคำที่สามารถสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย
โดย Honda เลือกดันคำว่า Turbo, CVT และ RS แทน i-VTEC เพราะ “Turbo” สามารถสื่อสารกับลูกค้าได้ทันทีว่าเครื่องยนต์เล็กลงแต่แรงขึ้น ทันสมัยขึ้น และแตกต่างจาก Civic ยุคก่อน ส่วนคำว่า “CVT” ก็ถูกใส่ไว้ในชื่อรุ่นเพื่อบอกความชัดเจนเรื่องเกียร์อัตโนมัติ ความนุ่มนวล และความประหยัด เพราะในช่วงนั้น CVT ยังเป็นคำที่ Honda ต้องการใช้สื่อกับลูกค้าว่านี่คือ Civic ยุคใหม่ที่ขับง่ายและสมูธกว่าเดิม ขณะที่คำว่า “RS” ถูกใช้เพื่อสร้างภาพจำของรุ่นท็อปที่มีบุคลิกสปอร์ตมากขึ้น ทั้งในแง่หน้าตา ออปชัน และอารมณ์ของตัวรถ แม้จะไม่ใช่รหัสสมรรถนะระดับ Type R แต่ RS ก็ช่วยทำให้ Civic ดูพิเศษกว่า Civic รุ่นปกติ และกลายเป็นคำที่ลูกค้ารับรู้ได้ทันทีว่านี่คือรุ่นที่แต่งเต็มกว่า สปอร์ตกว่า และมีภาพลักษณ์สูงกว่าในไลน์อัป
ทำให้ Civic FC ใช้ชื่อรุ่นว่า 1.8 E CVT, 1.8 EL CVT, 1.5 Turbo CVT หรือ 1.5 Turbo RS CVT โดยไม่จำเป็นต้องชู “i-VTEC” เป็นพระเอกอีกต่อไป เพราะคนรู้ว่ามีอยู่แล้ว ขณะที่คำว่า “Turbo”, “CVT” และ “RS” มีพลังในการสื่อสารกับตลาดมากกว่า เพราะบอกประสบการณ์ใหม่ที่ลูกค้าจะได้รับอย่างชัดเจน โดย Turbo ทำให้รู้สึกถึงความแรงที่ก้าวออกจากภาพเครื่อง NA แบบเดิม, CVT สื่อถึงการขับขี่ที่นุ่มนวล ใช้งานง่าย และประหยัดกว่าเดิม ส่วน RS เติมภาพลักษณ์ความสปอร์ตและความเป็นรุ่นท็อปให้ชัดขึ้น ทำให้ Civic FC ไม่ได้ขายแค่เครื่องยนต์ แต่ขายทั้งความแรง ความสบาย และบุคลิกสปอร์ตที่จับต้องได้ง่ายกว่าเดิม
พูดง่ายๆ คือ Turbo ขายความแรง, CVT ขายความสมูธ ส่วน RS ขายภาพลักษณ์ความสปอร์ต นี่คือเหตุผลที่ Civic FC ไม่จำเป็นต้องใช้ i-VTEC เป็นคำหลักบนชื่อรุ่นอีกต่อไป.
จนมาถึง Civic FE และ Honda รุ่นอื่นๆ ในปัจจุบัน ที่ i-VTEC ก็ไม่กลับมาปรากฎบนสเปครุ่นอีกต่อไปแล้ว เพราะถือเป็นระบบพื้นฐานของ Honda ที่ต้องมีทุกรุ่น เช่นเดียวกับคำว่า CVT ที่เคยถูกใช้เป็นส่วนหนึ่งของชื่อรุ่นในยุค Civic FC เพื่อสื่อถึงความนุ่มนวลและความประหยัด แต่เมื่อมาถึงยุค FE เกียร์ CVT ก็กลายเป็นเรื่องปกติของรถบ้านยุคใหม่ที่ต้องมี ทาง Honda เลยไม่จำเป็นต้องนำคำว่า CVT หรือ i-VTEC มาวางไว้ในชื่อรุ่นในยุคปัจจุบัน แต่ Honda ได้เลือกคำที่มีพลังมากกว่าคือ "e:HEV" มาใช้เป็นเรือธงในการทำตลาด
โดย e:HEV ไม่ได้สื่อถึงเรื่องเครื่องยนต์หรือเกียร์ แต่บอกถึงระบบขับเคลื่อนทั้งคัน ที่ทำให้ลูกค้าสามารถเข้าใจทันทีว่า นี่คือ Honda ยุคไฮบริดอย่างแท้จริงไม่ได้พึ่งพาเครื่องยนต์ทีมีระบบ i-VTEC เพียงอย่างเดียว แต่มีมอเตอร์ไฟฟ้าเข้ามาเป็นตัวสร้างแรงบิด ความลื่นไหล ความประหยัด และภาพลักษณ์ความทันสมัยของรถยุคใหม่
ซึ่งนี่คือจุดที่ทำให้ปัจจุบัน e:HEV มีพลังทางการตลาดมากกว่า i-VTEC เพราะพฤติกรรมของตลาดเปลี่ยนไป ยุค B16A, B18C หรือ K20A ที่คนรัก Honda จะตื่นเต้นกับเสียงเครื่อง การลากรอบสูง และจังหวะ "เทคเปิด" แต่ลูกค้ารถบ้านยุคใหม่จำนวนมากไม่ได้มองหาความเร้าใจแบบนั้นเป็นหลักเหมือนแต่ก่อน สิ่งที่ผู้ใช้รถส่วนใหญ่ให้ความสำคัญมากขึ้นคือความประหยัดน้ำมัน แรงบิดต้นที่ดี การขับในเมืองที่ลื่นไหล ความเงียบ ความนุ่มนวล ความคุ้มค่า มาตรฐานไอเสีย และภาพลักษณ์ความทันสมัยที่สอดคล้องกับยุคไฟฟ้า
ความน่าสนใจของ e:HEV คือ มันอธิบายประสบการณ์ขับขี่ใหม่ได้ชัดกว่า i-VTEC มาก เพราะในยุค VTEC หรือ i-VTEC เดิม ถ้าจะอธิบายความพิเศษของรถ Honda ต้องพูดถึงแคมชาฟท์ วาล์วไอดี วาล์วไอเสีย รอบเครื่อง และจังหวะที่ระบบวาล์วแปรผันเริ่มทำงาน แต่กับ e:HEV ลูกค้าไม่จำเป็นต้องเข้าใจรายละเอียดเชิงกลไกเหล่านั้น ก็สามารถรับรู้ได้ทันทีจากการขับว่า รถออกตัวนุ่มกว่า แรงบิดมาไวกว่า ขับในเมืองลื่นกว่า และประหยัดกว่าเดิม เพราะระบบ e:HEV ของ Honda ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นกำลังหลักในหลายจังหวะ โดยเฉพาะช่วงความเร็วต่ำถึงกลางที่เป็นการใช้งานจริงในเมือง ส่วนเครื่องยนต์ i-VTEC จะทำหน้าที่ปั่นไฟ หรือเข้ามาขับเคลื่อนโดยตรงในบางช่วงที่เหมาะสมกับประสิทธิภาพมากกว่า
แนวคิดนี้ทำให้ Civic e:HEV และ City e:HEV ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนรถเครื่องยนต์สันดาปเดิมที่เพิ่มระบบไฮบริดเข้าไปเฉยๆ แต่ให้ความรู้สึกเหมือนรถที่มีมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นตัวกำหนดบุคลิกการขับขี่ในหลายสถานการณ์
อีกเหตุผลของ Honda ที่เลือกใช้ "e:HEV" ก็คือ ปัจจุบัน Toyota นั้นสร้างภาพลักษณ์ความเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน Hybrid ที่แข็งแกร่งมาก ซึ่งหาก Honda ยังคงชูเพียงคำว่า i-VTEC ภาพที่ตลาดรับรู้อาจยังเป็นแค่เครื่องยนต์สันดาปที่ฉลาดขึ้น แต่เมื่อใช้คำว่า e:HEV ไปเลยและเลี่ยงคำว่า i-VTEC ที่ถือเป็นพื้นฐานไปแล้ว มันเท่ากับเป็นการประกาศศักดาว่า Honda ก็มีระบบไฮบริดยุคใหม่เป็นของตัวเอง แต่ไม่ได้ต้องการขายแค่ความประหยัดเท่านั้น แต่ยังพยายามรักษาคาแรกเตอร์การขับสนุกแบบ Honda เอาไว้ด้วย
พูดอีกอย่างก็คือ การที่ Honda ดัน e:HEV ขึ้นมาเป็นพระเอก ไม่ได้แปลว่า Honda เลิกใช้ i-VTEC หรือทิ้งรากฐานเดิมของตัวเองไปทั้งหมด เพราะเครื่องยนต์ของระบบ e:HEV ก็ยังมีเทคโนโลยีวาล์วแปรผันนี้ เพียงแต่ Honda เขาไม่ได้นำมันมาเป็นชื่อหลักบนป้ายหน้าโชว์รูมเหมือนยุคก่อนอีกแล้ว เพราะบทบาทของ i-VTEC ได้เปลี่ยนไปจากคำโฆษณาหน้าเวที กลายไปเป็นชิ้นส่วนหนึ่งในระบบ ขณะที่ e:HEV คือ แพ็กเกจประสบการณ์ขับขี่ทั้งหมดใน Honda ยุคใหม่
ซึ่งเมื่อมองผ่าน City e:HEV และ Civic e:HEV จะเห็นชัดว่า Honda กำลังเปลี่ยนวิธีเล่าเรื่องความสนุกของตัวเอง จากเดิมที่ผู้คนเคยจดจำ Honda ผ่านเสียงเครื่อง รอบปลาย และจังหวะเทคเปิด มาสู่ยุคที่ความสนุกถูกส่งผ่านแรงบิดของมอเตอร์ไฟฟ้า การออกตัวที่นุ่มนวล การตอบสนองที่ต่อเนื่อง พร้อมวาล์วแปรผันภายในที่ยังคอยช่วยในเรื่องสมรรถนะ และความประหยัดที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน พูดง่ายๆ คือ i-VTEC ในเครื่องยนต์ยังมีความสำคัญ แต่ไม่ได้ยืนเป็นพระเอกเดี่ยวๆ เหมือนกับยุค 90s, 2000s และช่วงต้น 2010s อีกต่อไปแล้ว เพราะพระเอกของยุคนี้คือระบบขับเคลื่อนทั้งชุดที่ชื่อ e:HEV นั่นเอง
สรุปช่วงท้าย
VTEC ในปัจจุบัน ไม่ได้แปลว่า รอบจัด, เทคเปิดกระชาก แบบ B16A / B18C / K20A เพราะมันไม่ได้ถูกใช้เพื่อสร้างคาแรกเตอร์รถซิ่งแบบยุค 90s, 2000s แต่ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการควบคุมประสิทธิภาพเครื่องยนต์ ช่วยเรื่องความประหยัด ลดมลพิษ เพิ่มความยืดหยุ่นในการทำงาน และทำงานร่วมกับเทอร์โบหรือระบบไฮบริดได้ดีขึ้น
ถ้าเอาตาม Timeline คือ จากยุค VTEC ที่คนจำเรื่องความสนุกและรอบจัดจ้าน มาสู่ i-VTEC ที่เป็นมาตรฐานของรถบ้านคุณภาพดีบาลานซ์ความแรงและการใช้งานทั่วไป ตามด้วย Turbo, CVT ยุค FC ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ในการเพิ่มความแรงและนุ่มนวล และสุดท้ายคือ e:HEV ในยุค FE ที่ระบบไฮบริดมาเป็นพระเอก
Honda ไม่ได้ทิ้งจิตวิญญาณเดิมของตัวเองไปทั้งหมด เพียงแต่เปลี่ยนวิธีส่งมอบมันให้เข้ากับยุคสมัย เมื่อก่อนความสนุกของ Honda มาจากเครื่องยนต์ที่ต้องลากรอบ ต้องรอจังหวะ ต้องฟังเสียงเครื่อง และต้องสัมผัสแรงปลายรอบ แต่ปัจจุบันความสนุกถูกแปลใหม่เป็นแรงบิดที่มาไว การตอบสนองที่ลื่นขึ้น และความประหยัดที่ใช้งานได้จริงในทุกวัน
ครั้งหนึ่ง VTEC🔥 เป็นคำที่ทำให้ผู้คนเชื่อว่า Honda สร้างเครื่องยนต์ที่พิเศษกว่าใคร วันนี้ e:HEV⚡กำลังรับบทนั้นต่อในยุคใหม่ เพียงแต่เปลี่ยนจากการปลุกพลังผ่านแคมและวาล์ว ไปสู่การปลุกประสบการณ์ขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าและระบบขับเคลื่อนทั้งคัน
และพบกันได้ใหม่ บทความต่อไปครับ

"หยุดมั่นใจได้ทุกจังหวะเบรก 💪จานเบรก NEXZTER PRO SPEC🔥 สำหรับรถสมรรถนะสูงและรถแต่ง"🛞 High Carbon Rotor + Heat Treatmentแ...
01/09/2025

"หยุดมั่นใจได้ทุกจังหวะเบรก 💪
จานเบรก NEXZTER PRO SPEC
🔥 สำหรับรถสมรรถนะสูงและรถแต่ง"
🛞 High Carbon Rotor + Heat Treatment
แข็งแรง ทนต่อการแตกร้าว และกระจายความร้อนได้ดีกว่า
🛞 ผ่านการ Dynamic Balancing ทุกใบ�มั่นใจไม่มีสั่น แม้เบรกที่ความเร็วสูง
🛞 พร้อม Slotting Design ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเบรก และลดโอกาส Brake Fade

UNLEASH POWER DAILY. TRUST EVERY BRAKING MOMENT.
แรงได้ทุกวัน...มั่นใจทุกจังหวะเบรก

#จานเบรกแต่ง

จานเบรก NEXZTER MU SPECBRAKE WITH CONFIDENCE. SMOOTH. SAFE. EVERY DAY. เบรกมั่นใจ...ใช้งานทุกวัน เพื่อความนุ่มนวลและปลอด...
27/08/2025

จานเบรก NEXZTER MU SPEC
BRAKE WITH CONFIDENCE. SMOOTH. SAFE. EVERY DAY.
เบรกมั่นใจ...ใช้งานทุกวัน เพื่อความนุ่มนวลและปลอดภัยทุกการเดินทาง

✅ ผลิตจากเหล็กหล่อคุณภาพสูง ที่ผ่านขบวนการ Heat Treatment ช่วยเพิ่มความทนทาน ลดการบิดตัวเมื่อร้อน
✅ ผ่านการ Dynamic Balancing ทุกใบ�มั่นใจไม่มีสั่น แม้เบรกที่ความเร็วสูง
🛞 เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองและทางไกล
ที่ต้องการเพิ่มความปลอดภัย และความนุ่มนวล
Smooth. Safe. Every Day.

#จานเบรค

18/08/2025
Subaru XV ปี 2019🔸ผ้าเบรก Nexzter รุ่น ProSpec ( หน้า - หลัง )NEXZTER รุ่น PRO SPEC เหมาะสำหรับรถยนต์นั่งขนาดกลาง - ใหญ่...
06/05/2025

Subaru XV ปี 2019
🔸ผ้าเบรก Nexzter รุ่น ProSpec ( หน้า - หลัง )

NEXZTER รุ่น PRO SPEC เหมาะสำหรับรถยนต์นั่งขนาดกลาง - ใหญ่ , และรถแต่งที่ชอบความเร็ว
👍🏻 คุณสมบัติ :
- ระยะเบรคดี ทำงานเต็มที่ทุกช่วงอุณหภูมิ
- ช่วยการควบคุมการขับขี่ในช่วงความเร็วสูงได้ดี
- ทนความร้อนสูงถึง 600 องศาเซลเซียส
- ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน (Friction Coefficient) อยู่ที่ 0.43-0.48

🙏🏻 ขอบคุณ​ลูกค้า​ ที่วางใจใช้บริการ กับ นครไทยยนต์ -​ NKT Brake
นัดคิวติดตั้ง - สอบถามเพิ่มเติม ได้ที่
☎️ Tel: 027311550
☎️ Tel: 0834768000
📱 Line : (มี @ ด้วยนะครับ)
🚏58 ซอยลาดพร้าว 101/1 ถนนลาดพร้าว บางกะปิ กทม.
🕣 เปิดบริการ จันทร์ - เสาร์ เวลา 8.30 - 18.00 น.

#ผ้าเบรค #เปลี่ยนผ้าเบรค #ร้านทำเบรค #อะไหล่ซูบารุ

Mercedes Benz GLA200 X156🔸ผ้าเบรค Nexzter รุ่น MuSpec ( หน้า - หลัง )🔸สายเซนเซอร์เบรค🙏🏻 ขอบคุณ​ลูกค้า​ ที่วางใจใช้บริการ...
24/03/2025

Mercedes Benz GLA200 X156
🔸ผ้าเบรค Nexzter รุ่น MuSpec ( หน้า - หลัง )
🔸สายเซนเซอร์เบรค

🙏🏻 ขอบคุณ​ลูกค้า​ ที่วางใจใช้บริการ กับ นครไทยยนต์ -​ NKT Brake
นัดคิวติดตั้ง - สอบถามเพิ่มเติม ได้ที่
☎️ Tel: 027311550
☎️ Tel: 0834768000
📱 Line : (มี @ ด้วยนะครับ)
🚏58 ซอยลาดพร้าว 101/1 ถนนลาดพร้าว บางกะปิ กทม.
🕣 เปิดบริการ จันทร์ - เสาร์ เวลา 8.30 - 18.00 น.

#ผ้าเบรคเบนซ์ #ผ้าเบรกGLA

🇯🇵✨บรรยากาศจากทริป งานจัดแสดงรถแต่งสวยงามระดับโลก "Osaka Auto Messe 2025" 大阪オートメッセ (OAM 2025) 🚗 ระหว่างวันที่ 7 - 9 กุมภ...
17/02/2025

🇯🇵✨บรรยากาศจากทริป งานจัดแสดงรถแต่งสวยงามระดับโลก "Osaka Auto Messe 2025" 大阪オートメッセ (OAM 2025) 🚗 ระหว่างวันที่ 7 - 9 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ณ INTEX Osaka (ศูนย์การประชุมและจัดนิทรรศการเมืองโอซาก้า)
สำหรับงานนี้แบรนด์ของเรา NEXZTER ยังได้รับเกียรติให้มาร่วมออกบูธจัดแสดงโชว์เทคโนโลยีเบรกระดับสูงที่ถูกพัฒนาขึ้นมาซัพพอร์ทระบบเบรกรถยนต์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดตามสไตล์การขับขี่ที่ต่างกันออกไป ทั้งรถสายสตรีทและรถในสนามแข่งขัน ด้วยเทคโนโลยีคุณภาพจากประเทศญี่ปุ่น
https://maps.app.goo.gl/9QevjQbrUNJdaRDy6
https://www.automesse.jp/en/
----------------------

นับถอยหลังกับทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟแห่งปี!! 🇯🇵✨NEXZTER พาลูกค้าและแฟนคลับบินลัดฟ้าร่วมชมงานจัดแสดงรถแต่งสวยงามระดับโลกใน "O...
05/02/2025

นับถอยหลังกับทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟแห่งปี!! 🇯🇵✨
NEXZTER พาลูกค้าและแฟนคลับบินลัดฟ้าร่วมชมงานจัดแสดงรถแต่งสวยงามระดับโลกใน "Osaka Auto Messe 2025" (OAM 2025) 🚗 ระหว่างวันที่ 7 - 9 กุมภาพันธ์ นี้ ณ INTEX Osaka (ศูนย์การประชุมและจัดนิทรรศการเมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น) พร้อมร่วมแสดงโชว์เทคโนโลยีเบรก High Performance ของทางแบรนด์ที่ครอบคลุมทุกสไตล์การขับขี่ทั้งสายสตรีทและสนามแข่งขัน รวมถึงยังมีสินค้า Souvenir Limited Collection ที่บูธให้แฟนคลับทุกท่านได้จับจองเป็นเจ้าของ
ใครอยู่โอซาก้าช่วงสุดสัปดาห์นี้ แวะมาพบกับพวกเราได้ที่บูธ NEXZTER ครับ
https://maps.app.goo.gl/9QevjQbrUNJdaRDy6
https://www.automesse.jp/en/
----------------------


ชุดเบรค Nexzter สำหรับ Honda HR-V🔸ผ้าเบรก Nexzter รุ่น ProSpec ( หน้า - หลัง )🔸จานดีสเบรก Nexzter ( หน้า - หลัง )NEXZTER...
04/02/2025

ชุดเบรค Nexzter สำหรับ Honda HR-V
🔸ผ้าเบรก Nexzter รุ่น ProSpec ( หน้า - หลัง )
🔸จานดีสเบรก Nexzter ( หน้า - หลัง )

NEXZTER รุ่น PRO SPEC เหมาะสำหรับรถยนต์นั่งขนาดกลาง - ใหญ่ , และรถแต่งที่ชอบความเร็ว
👍🏻 คุณสมบัติ :
- ระยะเบรคดี ทำงานเต็มที่ทุกช่วงอุณหภูมิ
- ช่วยการควบคุมการขับขี่ในช่วงความเร็วสูงได้ดี
- ทนความร้อนสูงถึง 600 องศาเซลเซียส
- ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน (Friction Coefficient) อยู่ที่ 0.43-0.48

🙏🏻 ขอบคุณ​ลูกค้า​ ที่วางใจใช้บริการ กับ นครไทยยนต์ -​ NKT Brake
นัดคิวติดตั้ง - สอบถามเพิ่มเติม ได้ที่
☎️ Tel: 027311550
☎️ Tel: 0834768000
📱 Line : (มี @ ด้วยนะครับ)
🚏58 ซอยลาดพร้าว 101/1 ถนนลาดพร้าว บางกะปิ กทม.
🕣 เปิดบริการ จันทร์ - เสาร์ เวลา 8.30 - 18.00 น.

#จานเบรกแต่ง

Hyunda H-1 🔸ผ้าเบรก Nexzter รุ่น ProSpec ( หน้า - หลัง )🔸จานดีสเบรก Nexzter ( หน้า - หลัง )NEXZTER รุ่น PRO SPEC เหมาะสำ...
10/01/2025

Hyunda H-1
🔸ผ้าเบรก Nexzter รุ่น ProSpec ( หน้า - หลัง )
🔸จานดีสเบรก Nexzter ( หน้า - หลัง )

NEXZTER รุ่น PRO SPEC เหมาะสำหรับรถยนต์นั่งขนาดกลาง - ใหญ่ , และรถแต่งที่ชอบความเร็ว
👍🏻 คุณสมบัติ :
- ระยะเบรคดี ทำงานเต็มที่ทุกช่วงอุณหภูมิ
- ช่วยการควบคุมการขับขี่ในช่วงความเร็วสูงได้ดี
- ทนความร้อนสูงถึง 600 องศาเซลเซียส
- ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน (Friction Coefficient) อยู่ที่ 0.43-0.48

🙏🏻 ขอบคุณ​ลูกค้า​ ที่วางใจใช้บริการ กับ นครไทยยนต์ -​ NKT Brake
นัดคิวติดตั้ง - สอบถามเพิ่มเติม ได้ที่
☎️ Tel: 027311550
☎️ Tel: 0834768000
📱 Line : (มี @ ด้วยนะครับ)
🚏58 ซอยลาดพร้าว 101/1 ถนนลาดพร้าว บางกะปิ กทม.
🕣 เปิดบริการ จันทร์ - เสาร์ เวลา 8.30 - 18.00 น.

#จานเบรก #ผ้าเบรก

"Driving professionalism to new heights with our parts."NEXZTER : Speed Under Control
12/12/2024

"Driving professionalism to new heights with our parts."
NEXZTER : Speed Under Control

ที่อยู่

Bangkok
10240

เบอร์โทรศัพท์

+66854085888

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Nexzter Brake Thailandผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Nexzter Brake Thailand:

แชร์