20/10/2026
AUTOBACS SUPER GT 2026
ROUND 7 — AUTOPOLIS GT 3HOURS RACE
3 ชั่วโมงที่เปลี่ยนเกมลุ้นแชมป์! Honda PRELUDE-GT คว้าชัย GT500 ขณะที่คู่หูรุ่นเก๋าพา Lexus กลับสู่จุดสูงสุดใน GT300
การแข่งขัน AUTOBACS SUPER GT 2026 สนามที่ 7 ณ AUTOPOLIS ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา กลายเป็นอีกหนึ่งการแข่งขันที่พิสูจน์ว่า ความเร็วเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอสำหรับชัยชนะ
ตลอดการแข่งขัน 3 ชั่วโมง ทั้งสองรุ่นต้องเผชิญกับการเปลี่ยนตำแหน่งผู้นำ กลยุทธ์เข้าพิตที่แตกต่างกัน และการปรากฏตัวของ Safety Car ถึงสองครั้ง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อแผนการแข่งขันของหลายทีม
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อฤดูกาลเดินทางเข้าสู่ช่วงตัดสิน ทุกคะแนนจาก AUTOPOLIS จึงมีความหมายมากกว่าที่เคย
GT500 | STANLEY TEAM KUNIMITSU เดิมพันด้วยกลยุทธ์ ก่อนคว้าชัยครั้งสำคัญ
การแข่งขันเริ่มต้นด้วยความได้เปรียบของ Honda HRC PRELUDE-GT หมายเลข 64 Modulo ซึ่งออกสตาร์ตจาก Pole Position แต่เพียงรอบที่ 7 หมายเลข 17 Astemo HRC PRELUDE-GT ก็อาศัยจังหวะการเจอรถ GT300 แซงขึ้นเป็นผู้นำ
หลังจากนั้นการแข่งขันเริ่มเปลี่ยนรูปแบบ เมื่อทีมต่าง ๆ ทยอยเลือกจังหวะเข้าพิต โดยเฉพาะรถหมายเลข 100 STANLEY HRC PRELUDE-GT ของ Naoki Yamamoto และ Tadasuke Makino ที่เลือกเดินเกมแตกต่างจากคู่แข่ง
Yamamoto ยืดช่วงการขับแรกออกไปถึงรอบที่ 45 พร้อมบริหารการใช้เชื้อเพลิงอย่างระมัดระวัง ก่อนส่งต่อรถให้ Makino ทำหน้าที่ในช่วงที่เหลือ
กลยุทธ์ดังกล่าวมีความสำคัญอย่างมาก เพราะช่วยลดระยะเวลาการเติมเชื้อเพลิงในการเข้าพิตครั้งสุดท้าย ทำให้หมายเลข 100 กลับลงสนามด้วยความได้เปรียบด้านตำแหน่ง
แม้ช่วงท้ายจะถูกกดดันจากหมายเลข 38 KeePer CERUMO GR Supra แต่ Makino ยังคงรักษาความเร็วได้อย่างสม่ำเสมอ ก่อนนำรถผ่านธงตาหมากรุกเป็นคันแรก หลังแข่งขันครบ 98 รอบ
ชัยชนะครั้งที่ 2 ของฤดูกาลสำหรับ STANLEY TEAM KUNIMITSU พร้อมสร้างสถิติ Honda HRC PRELUDE-GT คว้าชัย GT500 ติดต่อกันเป็นสนามที่ 4
อันดับ 2 เป็นของหมายเลข 38 KeePer CERUMO GR Supra ตามหลังผู้ชนะเพียง 1.363 วินาที ส่วนอันดับ 3 ตกเป็นของหมายเลข 23 MOTUL Niterra Z จาก NISMO
แต่เรื่องราวสำคัญยังไม่จบเพียงเท่านั้น
หมายเลข 36 au TOM’S GR Supra ซึ่งเป็นผู้นำคะแนนสะสมก่อนการแข่งขัน ต้องรับโทษ Drive-through จากการทำผิดขั้นตอนการเติมเชื้อเพลิง ส่งผลให้จบการแข่งขันในอันดับ 8
จากเดิมที่มีคะแนนนำค่อนข้างปลอดภัย สถานการณ์กลับเปลี่ยนไปทันที เมื่อคู่หู Yamamoto และ Makino ขยับขึ้นสู่อันดับ 2 ของตารางคะแนนสะสม โดยตามหลังผู้นำเหลือเพียง 3 คะแนน!
GT300 | ชัยชนะของประสบการณ์ กับการกลับมาของคู่หูระดับตำนาน
ในรุ่น GT300 การแข่งขันเริ่มต้นอย่างดุเดือดระหว่างหมายเลข 61 SUBARU BRZ R&D SPORT, หมายเลข 52 Green Brave GR Supra GT และหมายเลข 2 HYPER WATER INGING GR86 GT
หมายเลข 61 รักษาตำแหน่งผู้นำจาก Pole Position ในช่วงแรก ก่อนที่หมายเลข 2 จะค่อย ๆ ไล่แซงคู่แข่งและขึ้นนำได้ในรอบที่ 17
แต่การแข่งขันระยะเวลา 3 ชั่วโมงกลับมีจุดเปลี่ยนสำคัญตั้งแต่ช่วงต้นเรซ
ในรอบที่ 22 หมายเลข 31 apr LC500h GT ประสบอุบัติเหตุหลังล้อหน้าขวาหลุดขณะวิ่งอยู่บนสนาม ทำให้รถเสียหลักออกนอกเส้นทาง และต้องมี Safety Car ออกมาควบคุมการแข่งขัน
ต่อมาในรอบที่ 47 หมายเลข 52 Green Brave GR Supra GT ซึ่งกำลังต่อสู้ในกลุ่มหน้า เสียการควบคุมหลังขึ้นไปบนขอบทาง ก่อนชนกำแพงด้านขวาจนรถได้รับความเสียหาย และเป็นสาเหตุให้ Safety Car ออกมาเป็นครั้งที่สอง
อุบัติเหตุทั้งสองครั้งไม่เพียงทำให้ทีมที่เกี่ยวข้องต้องออกจากการแข่งขัน แต่ยังส่งผลต่อโอกาสลุ้นแชมป์ของพวกเขาอีกด้วย
ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง หมายเลข 96 K-tunes RC F GT3 ของ Morio Nitta และ Shinichi Takagi กลับเป็นทีมที่บริหารสถานการณ์ได้อย่างยอดเยี่ยม
จากกริดสตาร์ตอันดับ 7 Nitta เลือกขับอย่างมีวินัย ควบคุมการใช้เชื้อเพลิง ก่อนเข้าพิตในรอบที่ 40 เพื่อส่งรถให้ Takagi
จากนั้นทีมตัดสินใจใช้กลยุทธ์ไม่เปลี่ยนยางในการเข้าพิตครั้งที่สองรอบที่ 64 ช่วยลดเวลาที่ต้องเสียใน Pit Lane และส่ง Takagi กลับลงสนามในอันดับ 2
Takagi ใช้เวลาเพียง 3 รอบในการไล่ตามและแซงหมายเลข 360 RUNUP × SOL GT-R ขึ้นเป็นผู้นำ ก่อนรักษาตำแหน่งไปจนจบการแข่งขัน
ชัยชนะครั้งแรกในรอบ 7 ปีของ K-tunes Racing จึงเกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันระหว่างประสบการณ์ของนักแข่งและการตัดสินใจของทีม
สำหรับ Morio Nitta วัย 59 ปี ชัยชนะครั้งนี้ทำให้เขาขยายสถิติผู้ชนะมากที่สุดในประวัติศาสตร์ GT300 เป็น 23 ครั้ง ขณะที่ Shinichi Takagi วัย 56 ปี เพิ่มสถิติของตัวเองเป็น 22 ครั้ง
ทั้งคู่ยังสร้างประวัติศาสตร์ในฐานะนักแข่งที่มีอายุมากที่สุดที่คว้าชัยชนะในรุ่น GT300 โดย Nitta ยังทำลายสถิติอายุผู้ชนะสูงสุดของ SUPER GT ทุกคลาสที่ Kunimitsu Takahashi เคยทำไว้
GT300 | ธงตาหมากรุกยังไม่ใช่บทสรุปสุดท้าย
อีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นหลังจบการแข่งขัน
แม้หมายเลข 666 seven × seven PORSCHE GT3R EVO จะผ่านเส้นชัยเป็นอันดับ 2 แต่กลับถูกบวกเวลา 100 วินาที เนื่องจากทำ Mandatory Pit Stop ไม่ครบตามข้อกำหนด ส่งผลให้อันดับตกลงไปอยู่ที่ 11
เช่นเดียวกับหมายเลข 88 VENTENY Lamborghini GT3 ที่ถูกบวกเวลา 100 วินาทีจากการเปลี่ยนตัวนักแข่งระหว่างการเข้าพิตภายใต้ Safety Car ทำให้อันดับเปลี่ยนจากที่ 4 เป็นที่ 12
ผลดังกล่าวส่งให้หมายเลข 360 RUNUP × SOL GT-R ขยับขึ้นเป็นอันดับ 2 และหมายเลข 65 LEON PYRAMID AMG ขึ้นมาคว้าอันดับ 3
นอกจากนี้ หมายเลข 777 D’station Vantage GT3 ยังถูกลงโทษหัก 2 รอบ หลังเกิดเหตุชนหมายเลข 7 CARGUY Ferrari ภายหลังผ่านธงตาหมากรุก ทำให้อันดับตกลงไปอยู่ที่ 22
เหตุการณ์เหล่านี้ย้ำให้เห็นว่า ในการแข่งขัน SUPER GT ผลลัพธ์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเร็วในสนามเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการปฏิบัติตามกติกาและการตัดสินใจของทีมตลอดการแข่งขัน
ก่อนถึง MOTEGI | เกมลุ้นแชมป์ยังเปิดกว้าง
หลังจบ AUTOPOLIS สถานการณ์ GT500 กลายเป็นการต่อสู้ที่เข้มข้นระหว่างสองทีม
หมายเลข 36 au TOM’S GR Supra ยังคงนำคะแนนสะสม แต่มีคะแนนเหนือหมายเลข 100 STANLEY HRC PRELUDE-GT เพียง 3 คะแนน
ขณะที่ GT300 หมายเลข 56 REALIZE NISSAN MECHANIC CHALLENGE GT-R แม้จะจบเพียงอันดับ 14 แต่ยังรักษาตำแหน่งผู้นำคะแนนสะสมเอาไว้ได้ โดยมี Zak O’Sullivan จากหมายเลข 7 CARGUY Ferrari ตามหลัง 15 คะแนน
การแข่งขันที่ AUTOPOLIS จึงไม่ใช่เพียงบทสรุปของชัยชนะสองคลาส แต่ยังเป็นสนามที่เปลี่ยนทิศทางของการลุ้นแชมป์ทั้งฤดูกาล
และเมื่อทุกทีมเตรียมเดินทางสู่ Mobility Resort Motegi ระหว่างวันที่ 6–8 พฤศจิกายน สำหรับการแข่งขันสองเรซสุดท้ายของปี ทุกคะแนน ทุกตำแหน่ง และทุกการตัดสินใจ จะมีความหมายมากกว่าที่เคย
เพราะใน SUPER GT ความเร็วอาจพาคุณขึ้นนำ แต่การเป็นแชมป์ต้องอาศัยความสมบูรณ์แบบตลอดทั้งฤดูกาล