AutoZwap ให้บริการซื้อและฝากขายรถยนต์มือสอ?

AutoZwap ผู้ให้บริการซื้อและฝากขายรถยนต์มือสองระดับพรีเมียมหลากหลายรุ่น หลากหลายยี่ห้อ โดยคัดสรรเฉพาะรถยนต์คุณภาพดีที่ผ่านการตรวจสภาพทุกคัน และให้บริการในการซื้อขายแบบครบวงจร เพื่อมอบประสบการณ์ใหม่และสะดวกสบายที่สุดสำหรับลูกค้าทุกคน

For Sale: 2021 Audi RS5 Coupe Quattro 🇩🇪ราคา: 4,990,000 บาท 💰*สามารถเปลี่ยนสัญญาผ่อนได้*ชื่อรุ่น: 2021 RS5 Coupe Quattro...
01/06/2023

For Sale: 2021 Audi RS5 Coupe Quattro 🇩🇪

ราคา: 4,990,000 บาท 💰
*สามารถเปลี่ยนสัญญาผ่อนได้*

ชื่อรุ่น: 2021 RS5 Coupe Quattro
เครื่องยนต์: 2.9L TFSI V6 Twin-turbo 450 แรงม้า 600 นิวตัน เมตร
เกียร์: Tiptronic 8 จังหวะ
เลขไมล์: 19,### กม
สี: Daytona Gray
วารันตี (Warranty): 28 กุมภาพันธ์ 2569 (28/02/2026) 150,000 กิโลเมตร
สถานที่ดูรถ: พหลโยธิน 11

Options:
ระบบเบรค RS พร้อมคสลิปเปอร์สีแดง
ชุดแต่งรอบคันสไตล์ RS พร้อมล้อขนาด 20 นิ้ว Gloss Black
ระบบท่อไอเสีย RS Sport
ไฟหน้า Matrix LED ปรับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติ
เบาะหนัง RS Honeycomb เดินด้ายสีแดง
Trim ภายใน Carbon fiber + หนัง Alcantara
เครื่องเสียง Bang&Oulfsen
หน้าปัด Digital (Virtual cockpit plus) พร้อม Heads up display

สนใจหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ
Line: https://lin.ee/MOuQhkm
☎️: 089-205-9597 (วินเนอร์)
Facebook: https://www.facebook.com/AutoZwap

For Sale: 2013 Mercedes-Benz CLA 250 AMG 🇩🇪ราคา: 949,000 บาท ฟรีดาวน์ ✨ขวัญใจวัยรุ่นอีกคันกับ Mercedes Benz CLA 250 AMG ...
22/06/2022

For Sale: 2013 Mercedes-Benz CLA 250 AMG 🇩🇪

ราคา: 949,000 บาท ฟรีดาวน์ ✨

ขวัญใจวัยรุ่นอีกคันกับ Mercedes Benz CLA 250 AMG (CBU) ปี 2013 Compact Sedan หลังคาตัดขนาดกระทัดรัดแต่เต็มไปด้วย Options อำนวยความสะดวกมากมาย และยังมีการตกเเต่งทั้งภายใน-ภายนอก ยกระดับความเป็น AMG ได้อย่างลงตัวพร้อมให้คุณสัมผัสและเป็นเจ้าของแล้ววันนี้ 🔥

มีใบตรวจสภาพโครงสร้าง ภายนอก ภายใน และเครื่องยนต์ ตรวจเช็คมากสูงสุดถึง 344 จุด ตามมาตรฐานที่กำหนดโดย JAAA ของประเทศญี่ปุ่น

ชื่อรุ่น: CLA 250 AMG W117
เครื่องยนต์: 2.0L Turbo 211 แรงม้า
เกียร์: 7 จังหวะ Dual Clutch Transmission
ปี: 2013
เลขไมล์: 148,### กม
สี: Universal Blue Metallic
สถานที่ดูรถ: พุทธมณฑลสาย 3/4 หรือใกล้เคียง

Options:
- ระบบ Cruise Control
- พวงมาลัย Multi Functions + Paddle Shifter
- หลังคาแก้ว Panoramic Sunroof
- จอ​ Andriod 10.25 นิ้ว
- ชุดลำโพง + Amp Focal
- กล้องถอยหลัง​พร้อม​ Parking Sensor พร้อมระบบเครื่อง
เสียง Bluetooth
- เบาะ​ Alcantara เดินด้ายแดงพร้อม Memory Seat 3 จุด
- ไฟ Daytime Running Light

สนใจหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ
Line: https://lin.ee/MOuQhkm
☎️: 089-205-9597 (วินเนอร์)
Facebook: https://www.facebook.com/AutoZwap

#รถบ้าน #รถบ้านมือ2

ในครั้งนี้ทาง AutoZwap ยินดีนำเสนอรถยนต์หรู 4 คันที่น่าสนใจในช่วงราคาและลักษณะที่หลากหลาย โดยทุกท่านสามารถอ่านรายละเอียด...
21/05/2022

ในครั้งนี้ทาง AutoZwap ยินดีนำเสนอรถยนต์หรู 4 คันที่น่าสนใจในช่วงราคาและลักษณะที่หลากหลาย โดยทุกท่านสามารถอ่านรายละเอียดประสิทธิภาพ รวมถึงผลสรุปรายละเอียดทางการเงิน* อย่างคร่าวๆ เพื่อเป็นตัวช่วยในการประกอบการตัดสินใจได้ข้างใต้เเละในรูป

Specification:

Mercedes-Benz C220D AMG
เครื่องยนต์ (Engine): OM 654 2.0 ลิตร Turbo + EQ Boost 200 แรงม้า 440 นิวตัน เมตร
อัตตราเร่ง (Acceleration) 0-100: 7.3 วินาที
ความเร็วสูงสุด (Top speed): 245 กิโลเมตร/ชั่วโมง

Porsche Cayman T
เครื่องยนต์ (Engine): MA2.2 2.0 ลิตร Turbo 296 แรงม้า 380 นิวตัน เมตร
อัตตราเร่ง (Acceleration) 0-100: 4.7 วินาที
ความเร็วสูงสุด (Top speed): 275 กิโลเมตร/ชั่วโมง

BMW M4 Competition
เครื่องยนต์ (Engine): S58 3.0 ลิตร Twin-Turbo 503 แรงม้า 650 นิวตัน เมตร
อัตตราเร่ง (Acceleration) 0-100: 3.9 วินาที
ความเร็วสูงสุด (Top speed): 255 กิโลเมตร/ชั่วโมง

Ferrari 296 GTB
เครื่องยนต์ (Engine): F163 3.0 ลิตร Twin-Turbo + มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว 818 แรงม้า 740 นิวตัน เมตร
อัตตราเร่ง (Acceleration) 0-100: 2.9 วินาที
ความเร็วสูงสุด (Top speed): 330 กิโลเมตร/ชั่วโมง

*การคำนวณเงินดาวน์ของรถยนต์ทั้ง 4 นั้นถูกคิดที่ 25% ของราคาขายปลีกแนะนำรถยนต์แต่ละคัน รายละเอียดการผ่อนนั้นมีระยะเวลา 60 งวด ที่ดอกเบี้ยคงที่ 2.9% ตัวเลขทั้งหมดเป็นการคำนวนเบื้องต้น โปรดตรวจสอบกับตัวแทนจำหน่ายรถยนต์แต่ละคันสำหรับรายละเอียดอย่างเป็นทางการ*

For Sale: 2013 Mercedes Benz C180 AMG Sport Plus Coupe 🇩🇪ราคา: 1,099,000 บาท 💰ดาวน์เริ่มต้น ~ 200,000 บาท ✨ทาง AutoZwap ...
08/05/2022

For Sale: 2013 Mercedes Benz C180 AMG Sport Plus Coupe 🇩🇪

ราคา: 1,099,000 บาท 💰
ดาวน์เริ่มต้น ~ 200,000 บาท ✨

ทาง AutoZwap ขอนำเสนอรถ Mercedes Benz C180 Amg Sport Plus Coupe คันนี้ โดนรถรุ่นนี้เป็นรุ่น Minorchange ที่ได้รับเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร Turbo เเละเกียร์ 7G-Tronic รุ่นใหม่ล่าสุดใน Generation W204 โดยตัวรถได้รับการตกเเต่งสไตล์ AMG แบบเต็มรูปแบบทั้งภายใน และภายนอก รถคันนี้ได้ทำการเซอร์วิสในส่วนของช่วงล่าง, ยางและทำการเปลี่ยนอะไหล่ต่างๆ มาเรียบร้อย ตัวรถอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์และพร้อมให้คุณเป็นเจ้าของเเล้ววันนี้ 🔥

รถคันนี้มีใบตรวจสภาพโครงสร้าง ภายนอก ภายใน และเครื่องยนต์ ตรวจเช็คมากสูงสุดถึง 344 จุด ตามมาตรฐานที่กำหนดโดย JAAA ของประเทศญี่ปุ่น

ชื่อรุ่น: C180 AMG Sport Plus Coupe
เครื่องยนต์: M274 1,600cc Turbo
เกียร์: 7G-Tronic 7 จังหวะ
ปี: 2013
เลขไมล์: 92,### กิโลเมตร
สี: White (ขาว)
สถานที่ดูรถ: เรียบทางด่วนรามอินทรา

Options:
- การตกแต่งภายในด้วยการเดินด้ายสีแดงและ Alcantara
- ชุดเเต่ง AMG รอบคัน
- ล้อ AMG 18 นิ้ว ลายเฉพาะรุ่น AMG Sport Plus
- เบรคสไตล์ AMG แบบมีรูระบายความร้อน
- พวงมาลัย Multifuction AMG พร้อมระบบ Paddle Shifter
- ปุ่มกด Push Start
- เครื่องเสียง Harman Kardon
- เบาะปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง พร้อมระบบความจำ Memory Seat
- หลังคาแก้ว Panormic Glass Roof
- ระบบขับขี่ Comfort-Sport-Manual
ระบบปรับอากาศ Dual Zone

สนใจหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ
Line: https://lin.ee/MOuQhkm
☎️: 089-205-9597 (วินเนอร์)
Facebook: https://www.facebook.com/AutoZwap
Messenger: m.me/autozwap

Designed by: Panida Peekanone
Photo by: Akaranan Suppipat

#รถบ้านมือ2

AutoZwap Comparison: Mercedes-Benz C200 Coupé Vs BMW 430i Coupé vs Audi A5 CoupéMERCEDES-BENZ C 200 Coupe AMG Dynamic คื...
03/05/2022

AutoZwap Comparison: Mercedes-Benz C200 Coupé Vs BMW 430i Coupé vs Audi A5 Coupé

MERCEDES-BENZ C 200 Coupe AMG Dynamic คือยนตรกรรมที่มาพร้อมกับความสปอร์ตด้วย ชุดเเต่ง AMG Bodystyling เเบบรอบคัน กับ รูปทรง Coupe สองประตูที่เป็นเอกลักษณ์ กับขุมพลังของเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1,991 ซีซีที่ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า ให้แรงบิดสูงสุด 300 นิวตันเมตร ที่ 1,600-4,000 รอบต่อนาที และมาพร้อมกับเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะแบบ 9G-TRONIC อันทรงพลังที่ช่วยลดอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันลงได้ถึง 6.5% พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวล

BMW 430i Coupe (G22)
เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบแถวเรียง ขนาด 2.0 ลิตร TwinPower Turbo รุ่นใหม่ มีความรุนแรงพอตัวที่ 258 แรงม้า กับอีก 400 นิวตันเมตร ที่ 1,550-4,400 รอบต่อนาที ทำอัตราเร่ง 0-100 ได้ภายในระยะเวลา 5.8 วินาที มาพร้อมระบบท่อไอเสียแบบ M Sport ที่เพิ่มเติมความดุดันกังวาล เครื่องยนต์เทอร์โบ 2.0 ลิตร ใน 430i ตอบสนองเร็วทันใจ ไม่ว่าจะในหรือนอกเมือง ECO Pro เป็นโหมดประหยัดที่ปรับการทำงานของชุดส่งกำลังให้เน้นไปในแนวประหยัดเชื้อเพลิง คันเร่งและเกียร์ที่ยืดหยุ่นเหมาะกับการขับในเมืองที่ไม่เร่งรีบเร่าร้อน เเละ ระบบเกียร์อัตโนมัติ Steptronic 8 สปีด พร้อม Paddle Shift ที่มาพร้อมกับฟังก์ชั่น Sprint ที่ช่วยปรับค่าเครื่องยนต์และอัตราทดเกียร์เพื่อเสริมการควบคุมที่รวดเร็วทันใจมากขึ้น

Audi A5 Coupe 45 TFSI Quattro S-Line 45 TFSI ใช้เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร Turbo +48V Mild Hybrid โดยมีแรงม้ามากถึง 249 แรงม้า ที่ 5,000 – 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 370 นิวตันเมตร ที่ 1,600 – 4,500 รอบ/นาที พร้อมกลไกการขับเคลื่อน 4 ล้อ เวอร์ชั่นล่าสุดจาก Audi หรือที่รู้จักกันในช่ือ Quattro พร้อมระบบส่งกำลัง เกียร์ออโต้ทวินคลัตช์ S-Tronic 7 สปีด ขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro with ultra technology ความจุถังน้ำมัน 58 ลิตร กับการตกแต่งในรูปแบบ S Line Black Edition เป็นอุปกรณ์มาตรฐานมาจากโรงงาน สิ่งที่ทำให้ A5 รุ่นปรับโฉม มีความน่าสนใจก็คือ เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบรอบจัดกับแรงบิดแบบจัดเต็ม 370 นิวตันเมตร ที่ทำให้ตัวเลขอัตราเร่ง 0-100 ของ A5 45TFSI อยู่ในอันดับหัวแถวของรถคูเป้เยอรมันราคาไม่เกิน 4 ล้านบาท

AutoZwap Showcase: Audi e-tron Sportback S-Line 🇩🇪 Specificationเครื่องยนต์ (Engine): มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว หน้า-หลัง 408 แ...
15/04/2022

AutoZwap Showcase: Audi e-tron Sportback S-Line 🇩🇪

Specification
เครื่องยนต์ (Engine): มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว หน้า-หลัง 408 แรงม้า 664 นิวตัน เมตร
ระบบเกียร์ (Transmission): ระบบเกียร์อัตโนมัติ (Single gear)
อัตตราเร่ง (Acceleration) 0-100: 5.7 (6.6) วินาที
ความเร็วสูงสุด (Top speed): 200 กิโลเมตร/ชั่วโมง
น้ำหนัก (Weight): 2,565 กิโลกรัม
ขนาดแบตเตอรี (Battery Capacity): 95 kWh
ระยะทางการขับขี่ (Driving Range): 463 กิโลเมตร
สี (Color): Floret Silver Metallic (เงิน)

คู่แข่งของรถคันนี้ (Direct competitor): Jaguar I-Pace, Ford Mustang Mach-E, Tesla Model X/Y, BMW iX

AutoZwap Showcase: EV Collection ⚡️🔋
Volvo XC40 Recharge EV
https://www.facebook.com/AutoZwap/posts/203337518510280

การพัฒนารถยนต์หนึ่งคันออกมาขายสู่ท้องตลาดนั้นเป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญอย่างมาก โดยทางบริษัทผู้ผลิตนั้นต้องคำนึงถึงการผสมผสานเทคโนโลยีเข้าสู่ตัวรถ การออกแบบภายใน-นอก ความต้องการของกลุ่มผู้ซื้อ รวมถึงกฎหมายด้านความปลอดภัยและมลภาวะเพื่อการผลิตรถยนต์ออกมาหนึ่งรุ่น ในยุคปัจจุบันที่ประเทศต่างๆ ให้ความสนใจต่อผลกระทบทางมลภาวะจากรถยนต์เป็นอย่างมากจนมาถึงปัจจุบันที่มีการเตรียมการออกกฎหมายห้ามขายรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปในอีกไม่กี่ปีในอนาคต การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จึงทำให้บริษัทรถยนต์ท่ัวโลกเริ่มปรับตัวพัฒนาเเละผลิตรถยนต์ Hybrid และ EV แทนที่รุ่นที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดยในครั้งนี้ทาง AutoZwap ได้มีโอกาสนำเสนอ Showcase รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) 100% อีกหนึ่งคันที่มีการจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการเป็นรุ่นแรกๆ ในไทยจากค่ายสี่ห่วงแดนเยอรมัน ซึ่งก็คือเจ้า Audi e-tron Sportback คันนี้

แต่เดิมที่แล้วทาง Audi ได้มีการพัฒนาและจัดเเสดงต้นแบบรถยนต์ไฟฟ้า 100% ตั้งแต่ปี 2009 ในงาน International Motor Show Germany ในชื่อรุ่น e-tron Concept นับตั้งเเต่นั้นมาทาง Audi ก็ได้ทำการสร้างรถยนต์ต้นแบบไฟฟ้าอีกมากมาย เช่น Audi A1 E-tron (2010), e-tron Spyder (2010) และ A3 Sportback e-tron (2013) จนกระทั่งในปี 2018 ที่ทาง Audi ได้เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า 100% แบบ Mass Market คันแรกอน่างเป็นทางการในรุ่น Audi e-tron ที่งาน Paris Motor Show และได้รับการปรับปรุงอีกครั้งในปี 2019 จนกลายมาเป็นรุ่น e-tron Sportback ทรงหลังคา Coupe คันนี้ โดยทั้งสองรุ่นนี้มีโครงสร้างพื้นฐานมาจาก MLB Evo Platform ที่ถูกพัฒนามาโดยเครือ Volkswagen Group และถูกใช้ในรถยนต์ Bentley Bentayga, Porsche Cayenne, Volkswagen Touareg, Audi Q8 และ Lamborghini Urus เป็นต้น แต่สิ่งที่ทำให้ Audi e-tron นั้นโดดเด่นไปกว่ารถยนต์อื่นๆ ที่กล่าวมาข้างต้นก็คงเป็นระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า 100% แบบ Quattro (ขับเคลื่อน 4 ล้อ)

Audi e-tron Sportback ที่ได้รับการนำเข้าอย่างเป็นทางการโดย Audi Thailand นั้นได้รับระบบขับเคลื่อนรุ่น 55 Quattro ซึ่งมีมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว หน้า-หลัง ที่สามารถส่งกำลังสูงสุดที่ 408 แรงม้า แรงบิด 664 นิวตัน เมตร ใน Boost Mode (ออกตัวแบบ Launch Control) และ 360 แรงม้า แรงบิด 561 นิวตัน เมตร ในการขับขี่ทั่วไป ถึงแม้ว่าตัวรถนั้นมีน้ำหนักมากถึง 2,565 กิโลกรัม (เทียบกับ 2,175 กิโลกรัมในรุ่น Audi Q8) แต่ระบบขับเคลื่อนยังสามารถทำให้ e-tron Sportback คันนี้สามารถพุ่งทยานจาก 0 จนถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลา 5.7 วินาที (Boost mode) หรือ 6.6 วินาทีในการขับขี่ปกติ และสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถึงแม้ว่า Audi e-tron Sportback และ Q8 จะมีขนาดรถยนต์ที่ใกล้เคียงกันมากแต่ด้วยน้ำหนักจากแบตเตอรี่ขนาด 95 kWh ที่มีน้ำหนักถึง 700 กิโลกรัมจึงทำให้ตัวรถ e-tron sportback มีน้ำหนักมากกว่า Q8 ถึง 390 กิโลกรัม แต่อย่างไรก็ตาม e-tron Sportback ยังสามารถขับขี่จากแบตเตอรี่ 100% ถึง 0% ได้ประมาณ 463 กิโลเมตร (NEDC) และยังสามารถชาร์จไฟแบบ DC ได้สูงสุดที่ 150 kW โดยสามารถเพิ่มระยะทางได้ถึง 324 กิโลเมตรได้ภายในเวลาเพียง 26 นาที (จาก 10% ถึง 80% ที่กระเเสไฟ 400V เเรงดันไฟ 375A) สามารถเดินทางระยะไกลได้อย่างรวดเร็วเเละสะดวกสบาย

ถึงแม้ว่าตัว e-tron Sportback จะเป็นรถ SUV ทรง Coupe ที่มีหลังคาที่ตัดลงหลังจากเสา B-Pillar ของตัวรถแต่ก็ยังสามารถขนสัมภาระได้ถึง 615 ลิตร หรือ 1,665 ลิตรเมื่อพับเบาะ (660 ลิตร และ 1,725 ลิตร ในรุ่น e-tron) และยังมีที่เก็บเพิ่มเติมด้านหน้าอีก 60 ลิตร ถือว่าเป็น SUV Coupe ที่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เเละด้วยความที่ e-tron Sportback นั้นเป็นรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ ทาง Audi จึงใส่อุปกรณ์ความปลอดภัยเเละความสะดวกสะบายมาให้อย่างล้นหลาม (เช่น กล้อง 360 องศา, ไฟ Matrix LED, Adaptive air suspension, Virtual Cockpit Plus, MMI Navigation Plus) โดยรวมแล้ว Audi e-tron Sportback เป็นอีกรถยนต์ไฟฟ้าที่มีความลงตัวในการใช้งานและประสิทธิภาพทางการขับขี่ที่ดีเยี่ยม ยิ่งไปกว่านั้นรถยนต์คันนี้เปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นอย่างเป็นทางการของ Audi และ Volkswagen Group สู่สังเวียน BEV อย่างเต็มตัว และยังเป็นรถยนต์ที่เป็นพื้นฐานให้กับ Audi e-tron GT, Q4 e-tron, Q5 e-tron และรุ่นอื่นๆ อีกมากมายในอนาคต เปรียบเสมือนใบเบิกทางสู่อนาคตที่ BEV เป็นรถยนต์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายแทนที่รถยนต์ ICE ในปัจจุบัน

Written by: Ohm Ratchaphol Poonpermsuwan
Designed by: Panida Peekanone

#บริการรับฝากขายรถยนต์

For Sale: 2011 Volkswagen Scirocco R 🇩🇪 (Sold)ราคา: 1,550,000 บาท 💰ดาวน์เริ่มต้น 350,000 บาท ✨ทาง AutoZwap ขอนำเสนอรถ Vo...
11/02/2022

For Sale: 2011 Volkswagen Scirocco R 🇩🇪 (Sold)

ราคา: 1,550,000 บาท 💰
ดาวน์เริ่มต้น 350,000 บาท ✨

ทาง AutoZwap ขอนำเสนอรถ Volkswagen Scirocco R ปี 2011 🇩🇪 รถเเท้ ตำนานถนนย่นของประเทศไทย เครื่องยนต์ EA113 เทอร์โบ KO4 เดิมๆ จากโรงงาน สภาพรถยนต์ ภายใน-นอก เครื่องยนต์ ช่วงล่างอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์แบบพร้อมใช้งาน ตัวรถได้มีการรับการจูนเครื่องยนต์และเกียร์ Stage 2 โดย GT-Garage ถ้าหากคุณกำลังตามหา Scirocco R สภาพนางฟ้าอยู่ คันนี้ไม่ควรพลาด พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของเเล้ววันนี้ 🔥

รถคันนี้มีใบตรวจสภาพโครงสร้าง ภายนอก ภายใน และเครื่องยนต์ ตรวจเช็คมากสูงสุดถึง 344 จุด ตามมาตรฐานที่กำหนดโดย JAAA ของประเทศญี่ปุ่น

ชื่อรุ่น: Scirocco R
เครื่องยนต์: EA113 2,000cc Turbo
เกียร์: DSG (Dual Clutch) 6 จังหวะ
ปี: 2011
เลขไมล์: 77,### กิโลเมตร
สี: Polar White (ขาว)
สถานที่ดูรถ: ถนนพระราม 2 แสมดำ

Options:
- เบรค AP 6 Pot คู่หน้า
- ท่อ Downpipe + ท่อนกลาง
- Intake Integrated Engineering
- จูน Stage 2 โดย GT-Garage
- คอยล์จุดระเบิดแดง R8
- ล้อ R ขอบ 19” นิ้ว
- ช่วงล่าง DCC (Comfort, Normal, และ Sport)
- เครื่องเสียง Dynaudio
- ยาง Pirelli P Zero

สนใจหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ
Line: https://lin.ee/MOuQhkm
☎️: 089-205-9597 (วินเนอร์)
Facebook: https://www.facebook.com/AutoZwap
Messenger: m.me/autozwap

#รถบ้านมือ2 #ถนนย่น

For Sale: 2010 Nissan Fairlady 350Z  🇯🇵 (Sold) ราคา: 1,099,000 บาท 💰ดาวน์เริ่มต้นเพียง 299,000 บาท ✨Nissan Fairlady 350Z...
27/01/2022

For Sale: 2010 Nissan Fairlady 350Z 🇯🇵 (Sold)

ราคา: 1,099,000 บาท 💰
ดาวน์เริ่มต้นเพียง 299,000 บาท ✨

Nissan Fairlady 350Z (จดประกอบ) ปี 2010 วิ่งเพียง 41,### กิโลเมตร ตัวรถพึ่งได้รับ service เปลี่ยนถ่ายของเหลวทั้งหมด หัวเทียน ฟิลเตอร์ ยาง Toyo Proxes โช็ค Tein Mono Sport และทำการล้างหัวฉีดใหม่ทั้งหมด มาพร้อมกับท่อ Fujitsubo กรองอากาศ Blitz และล้อ TE37 แท้ ตัวรถได้มีการปลดล็อคความเร็ว 180 พร้อมกับการจูนน้ำมัน E20 โดย GobgabTune ตัวรถอยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมขับและให้คุณเป็นเจ้าของเเล้ววันนี้ 🔥

รถคันนี้มีใบตรวจสภาพโครงสร้าง ภายนอก ภายใน และเครื่องยนต์ ตรวจเช็คมากสูงสุดถึง 344 จุด ตามมาตรฐานที่กำหนดโดย JAAA ของประเทศญี่ปุ่น

ชื่อรุ่น: Nissan Fairlady 350z
เครื่องยนต์: VQ35DE V6 3,500cc N/A 300 แรงม้า 371 นิวตัน เมตร
เกียร์: อัตโนมัติ 5 จังหวะ
ปี: 2010
เลขไมล์: 41,### กิโลเมตร
สี: เทา Silverstone
สถานที่ดูรถ: ถนนเอกมัย

Options:
ท่อ Fujitsubo พร้อม Downpipe
โช็ค Tein Mono Sport
ล้อ Volk TE37 รุ่น Sonic Club Racer
กรอลเปลือย Blitz
ปลดล็อคความเร็ว 180
จูน E20 by GobgabTune
ไฟหน้า Minor Change
เบรค Brembo หน้า-หลัง
เบาะร้อนซ้าย-ขวา

สนใจหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ
Line: https://lin.ee/MOuQhkm
☎️: 088-492-9025 (โอม)
☎️: 089-205-9597 (วินเนอร์)
Facebook: https://www.facebook.com/AutoZwap
Messenger: m.me/autozwap

#รถบ้าน

AutoZwap Showcase: Porsche 991.1 GT3 RS PDK 🇩🇪Specification:เครื่องยนต์ (Engine): MA176 Flat-6 4,000 cc 500 แรงม้า 480 น...
18/12/2021

AutoZwap Showcase: Porsche 991.1 GT3 RS PDK 🇩🇪

Specification:
เครื่องยนต์ (Engine): MA176 Flat-6 4,000 cc 500 แรงม้า 480 นิวตัน เมตร
ระบบเกียร์ (Transmission): 7 Speed Dual Clutch PDK
อัตตราเร่ง (Acceleration) 0-100: 3.4 วินาที
ความเร็วสูงสุด (Top speed): 311 กิโลเมตรต/ชั่วโมง
น้ำหนัก (Weight): 1,420 กิโลกรัม
สี (Colour): Lava Orange (ส้ม)

คู่แข่งของรถคันนี้ (Direct competitor): Lamborghini Huracan Performánte, Ferrari 458 Speciale, McLaren 675LT

AutoZwap Showcase: Porsche 911 Collection 🇩🇪
Porsche 997.2 GT3 RS
https://www.facebook.com/AutoZwap/posts/187764220067610
Porsche 997.2 Turbo S
https://www.facebook.com/AutoZwap/posts/223756439801721
Porsche 996.2 Carrera 4S
https://www.facebook.com/AutoZwap/posts/248068384037193

จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าหาก Porsche เลือกที่จะนำรถแข่งในรายการ Homologation FIA GT3 Cup มาปรับแต่งให้กลายเป็นรถยนต์ที่สามารถขับขี่ได้บนท้องถนนทั่วไป? ผลลัพธ์ก็คือ Porsche ตระกูล GT ที่มี DNA และพื้นฐานมาจากรถแข่งในสนาม นับตั้งแต่ Porsche 996 GT3 ที่ถูกเปิดตัวในปี 1999 ทาง Porsche ก็ยังคงตอบสนองลูกค้าที่ต้องการความดุดันในการขับขี่จากรถยนต์ Porsche 911 GT ได้มาโดยตลอด และนับได้ว่าเป็นรุ่นรถยนต์ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากนับตั้งแต่ Porsche GT ในโฉม 996.1, 996.2, 997.1 และ 997.2 ในปี 2015 ทาง Porsche ก็ได้เปิดตัว Porsche GT3 RS รุ่นใหม่ล่าสุดในโฉม 991 ด้วยสี Lava Orange ที่โดดเด่นในงาน Geneva Motorshow แต่นั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของข้อสงสัยสำหรับแฟนตัวยงของ Porsche GT3 RS จำนวนมาก และข้อสงสัยนั้นก็คือ…เกียร์ Manual หายไปไหน?

ถ้าหากเราย้อนกลับไปดูรถยนต์ Porsche GT นับตั้งแต่ GT รุ่นแรกในปี 1999 รถยนต์ Porsche 911 ทั้งหมดที่มีชื่อ GT ในชื่อรุ่นนั้นจะไม่สามารถสั่งเกียร์อัตโนมัติ PDK หรือ Tiptronic เป็น Option ได้ เพราะเหตุนี้ลูกค้าที่ครอบครอง Porsche GT จนถึงรุ่น 997.2 นั้นจำเป็นต้องใช้ฝีมือในการขับขี่เป็นอย่างมากหากต้องการที่จะขับรถยนต์ตระกูล GT แบบเต็มประสิทธิภาพ แต่ในรุ่น Porsche 991.1 GT3 RS ผู้ขับขี่สามารถรีดประสิทธิภาพของรถยนต์ได้อย่างง่ายดายมากขึ้นด้วยระบบเกียร์ Dual Clutch PDK ที่ช่วยทำให้สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างรวดเร็ว ถึงเเม้ว่าการใช้เกียร์ PDK นั้นทำให้ตัวรถยนต์มีประสิทธิภาพในการขับขี่ที่ดีมากขึ้น แต่สำหรับหลาย ๆคนความดิบและดุดันของตัวรถก็เจือจางหายไปพร้อมกับเกียร์ Manual แต่ในอีกมุมมองหนึ่ง รถยนต์คันนี้ก็นับได้ว่าเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่สำหรับ Modern Porsche ในยุคปัจจุบัน

ก่อนหน้านี้ทาง AutoZwap ได้มีโอกาสนำเสนอ Showcase ของ Porsche 997.2 GT3 RS ซึ่งนับได้ว่าเป็นรุ่นพี่โดยตรงของ Porsche 991.1 GT3 RS คันนี้ โดยผมมองว่า 997.2 นั้นเป็น Modern Classic Porsche รุ่นท้ายๆ ก่อนที่ทาง Porsche ได้เปิดตัว Porsche 911 ในรุ่น 991 ที่เป็นจุดเริ่มต้นของ Modern Porsche โดยเมื่อเทียบกันระหว่าง Porsche GT3 RS ทั้ง 2 คันนี้ ความแตกต่างในการออกแบบก็ปรากฏเห็นได้ตั้งแต่ภายนอกรถยนต์ โดยในรุ่น 991.1 GT3 RS นั้น ทีมงาน Porsche ได้มีออกแบบช่องลมในบริเวรบังโคลนหน้าของตัวรถเพื่อแรงกดอากาศ (Downforce) ที่มากกว่าเดิมเพื่อประสิทธิภาพในการขับขี่ที่ดียิ่งขึ้น โดยถ้าหากเทียบกับ Porsche 997.2 GT3 RS 4.0 แล้ว 991.1 GT3 RS นั้นสามารถผลิตแรงกดในบริเวรหน้ารถได้มากกว่าถึง 2 เท่า (350 กิโลกรัมของ 991.1 เมื่อเทียบกับ 170 กิโลกรัมของ 997.2 ที่ความเร็ว 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) และยังมีการเพิ่มช่องลมดูดอากาศในบริเวรซุ้มล้อหลังสำหรับเครื่องยนต์รุ่นใหม่อีกด้วย (ช่องลมดูดอากาศในบริเวรซุ้มล้อหลังนั้นเป็นการออกพิเศษแบบสำหรับ Porsche ในรุ่น Turbo และ GT2 มาก่อน)

Porsche 991.1 GT3 RS ได้รับเครื่องยนต์ Flat-6 ขนาด 4,000 cc แทนที่เครื่องยนต์ขนาด 3,800 cc ในรุ่น 997.2 โดยสามารถผลิตกำลังได้สูงสุดถึง 500 แรงม้า และ เเรงบิด 480 นิวตันเมตร (เพิ่มขึ้นมา 56 แรงม้า และ 50 นิวตัน เมตร) เมื่อจับคู่กับเกียร์ PDK และการออกแบบอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) ใหม่ ตัวรถ Porsche 991.1 GT3 RS สามารถทำเวลาที่สนาม Nürburgring ได้ใน 7 นาที 20 นาที เทียบกับ 7 นาที 33 วินาที ในรุ่น 997.2 GT3 RS (เร็วกว่า 13 วินาที) ซึ่งก็เป็นข้อพิสูจน์ถึงความสำเร็จในงานวิศวกรรมของ Porsche ในรุ่น 991.1 GT3 RS

ถึงแม้ว่าหลายๆ สิ่งที่ผมได้กล่าวมาเเสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่เหนือกว่าของ Porsche 991.1 GT3 RS แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า Porsche 997.2 GT3 RS นั้นเป็นรถยนต์ที่ตกยุคและถูกแทนที่โดยปริยาย ผมอยากให้มองว่าทาง Porsche ได้นำเสนอ 991.1 GT3 RS สู่กลุ่มลูกค้าที่ต้องการรถยนต์ตระกูล GT ที่มาพร้อมเกียร์ PDK และยังคงเกียร์ Manual ในรุ่น GT3 ไว้อยู่ รถยนต์แต่ละคันนั้นมีความเป็นเอกลักษณ์ที่เเตกต่างกันออกไป ถึงแม้ว่า GT3 RS ในทั้ง 2 รุ่นนี้จะมีความแตกต่างกันอย่างมากแต่สุดท้ายแล้วรถยนต์ทั้ง 2 คันนี้ก็ยังคงเป็นหนึ่งในผลงานชิ้นเอกของ Porsche และยังคงความเป็นรถแข่งในสนามของ Porsche GT ได้อย่างสมบูรณ์แบบ


*ทาง AutoZwap ขอขอบคุณทางเจ้าของรถที่ให้นำเสนอรถยนต์คันนี้ และ ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน กด Like ติดตาม และ Share เพื่อเป็นกำลังใจพวกเรา ติดตามชม AutoZwap Showcase ได้ใหม่ในครั้งหน้า จะเป็นรถรุ่นไหนไว้ติดตามชมได้เลยครับ*

Written by: Ohm Ratchaphol Poonpermsuwan
Photo by: Akaranan Suppipat

#บริการรับฝากขายรถยนต์ #991.1

AutoZwap Showcase: Subaru Impreza WRX STi Ver.1 GC8 🇯🇵 Specification:เครื่องยนต์ (Engine): EJ20G 2,000 cc Turbo 256 แรงม...
26/11/2021

AutoZwap Showcase: Subaru Impreza WRX STi Ver.1 GC8 🇯🇵

Specification:
เครื่องยนต์ (Engine): EJ20G 2,000 cc Turbo 256 แรงม้า 309 นิวตัน เมตร
ระบบเกียร์ (Transmission): 5 จังหวะ Manual
อัตตราเร่ง (Acceleration) 0-100: 6.6 วินาที
ความเร็วสูงสุด (Top speed): 230 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
น้ำหนัก (Weight): 1,230 กิโลกรัม
สี (Colour): 555 Blue 53C (กลมท่า)

คู่แข่งของรถคันนี้ (Direct competitor): Mitsubishi Lancer Evolution I, Nissan GTR R32, Ford Es**rt RS Cosworth

AutoZwap Showcase: JDM Collection 🇯🇵
Toyota MR2 (SW 20)
https://www.facebook.com/AutoZwap/posts/238451551665543
Toyota Supra VVT-i
https://www.facebook.com/AutoZwap/posts/228774505966581
Mazda MX-5 (NA)
https://www.facebook.com/AutoZwap/posts/257771433066888

ถ้าให้นึกถึงรถยนต์ Rally JDM ระดับตำนานในปี 90’s ซักคันเพื่อนๆ จะนึกถึงรถยนต์อะไรเป็นคันแรก? สำหรับผมเเล้วก็คงหนีไม่พ้นเจ้า Subaru Impreza 555 ของ Colin McRae ที่เป็นรถยนต์แห่งการเปลี่ยนของวงการแข่งขัน Rally สำหรับค่ายรถยนต์แบรนด์ดาวลูกไก่อย่าง Subaru หรือ Fuji Heavy Industry เดิมทีแล้วหลังจากเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่สองในช่วงปี 1950’s ทาง Subaru มีเป้าหมายในการผลิตแต่เพียงรถยนต์ขนาดเล็กที่มีราคาถูกเพื่อผู้คนในประเทศสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจของญี่ปุ่น อีก 30 ปีให้หลังในช่วงปี 1980’s ทาง Subaru ก็ได้ตัดสินใจลงเเข่ง Rally ในรายการ World Rally Championship (WRC) โดยในช่วงแรกของการแข่งขันนั้นทาง Subaru ได้นำรถยนต์ Legacy RS ลงเเข่งเป็นครั้งแรกในเวทีระดับโลก ถึงแม้ว่าทีมของ Subaru จะไม่สามารถคว้าถ้วยรางวัลได้ในช่วงแรกของการเเข่งขันแต่ต่อมาในปี 1993 ทาง Subaru ก็ได้ตัดสินใจปลดระวาง Legacy RS และได้เปิดตัวรถยนต์ Subaru Impreza มาแทนที่อย่างเป็นทางการ และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของรถยนต์ในตำนานคันนี้

ในปี 1995 ทาง Subaru ได้รับชัยชนะในการแข่งขันเป็นครั้งเเรกด้วยรถยนต์ Subaru Impreza 555 ที่ถูกขับโดยนักเเข่ง Rally Colin McRae และหลังจากนั้นมา Subaru ก็ยังได้รับชัยชนะอีกในปี 1996 และ 1997 ทำให้ทาง Subaru นั้นได้รับถ้วยรางวัล (Manufacture Champion) WRC ถึง 3 ปีซ้อน เเล้วถ้าคนที่ไม่ใช่นักเเข่งรถ Rally อยากจะลิ้มลองประสบการณ์การขับขี่เหมือนกับรถแข่ง Rally อย่าง Impreza 555 หละ? ทาง Subaru ก็ได้เปิดตัว Subaru Impreza ในรุ่น GC8 ซึ่งใช้โครงสร้างและมีหน้าตาคล้ายคลึงกับ Subaru Impreza 555 โดยเจ้า Subaru Impreza WRX STi Version 1 GC8 ที่ทาง AutoZwap ได้มีโอกาศนำเสนอครั้บนี้นั้นเปรียบได้เหมือนน้องชายของ Impreza 555 ที่สามารถใช้บนถนนหลวงได้และเป็นหน้าเเรกเเห่งประวัติศาสตร์ของ Impreza

Subaru GC8 Version 1 คันนี้คือจุดเริ่มต้นของตำนานรถเเข่ง Rally บนท้องถนนของ Subaru โดยรถยนต์คันนี้นั้นยังมีสี 555 Blue และล้อสีทองแบบเดียวกับ Impreza 555 ที่ Colin McRae ขับในปี 1995 อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นร่างอวตารเลยก็ว่าได้ นอกจากสีรถยนต์และล้อที่เป็นจุดเด่นของ Subaru แล้วก็ยังมีเครื่องยนต์ EJ20G 4 สูบ Boxser และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่อยู่ใน Subaru GC8 คันนี้อีกด้วย ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ที่ถูกพัฒนาโดย Subaru ในปี 1989 โดยเครื่องยนต์ EJ20G ที่อยู่ใน GC8 คันนี้นั้นเป็นเครื่องยนต์ที่มีเอกลักษณ์เป็นอย่างมาก โดยข้อได้เปรียบของเครื่องยนต์แบบ Boxer ก็คือตำแหน่งความสูงที่ต่ำเมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ในรูปแบบ V4 และ Inline 4 ซึ่งทำให้จุดศูนย์ถ่วงที่อยู่ใกล้พื้น เมื่อนำมาใช้กับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อและระบบช่วงล่างที่มีการพัฒนามาสำหรับการเเข่งขัน Rally โดยเฉพาะ การออกแบบของ Subaru GC8 จึงช่วยในเรื่องสมรรถนะในการเข้าโค้งเป็นอย่างมากทั้งบนถนนทางเรียบและทางลูกรัง ถึงเเม้ว่าเครื่องยนต์ระดับ 256 แรงม้าจะดูเป็นเรื่องปกติที่เห็นได้ท่ัวไปในปัจจุบันแต่ในยุคสมัยนั้น Subaru GC8 คันนี้ถือว่าเป็นคู่ต่อกรกับรถยนต์ JDM ในตำนานอย่าง Nissan GTR R32 และ Mitsubishi Evolution I ได้อยากสมศักดิ์ศรี แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายที่ทาง Subaru ได้ประกาศเลิกใช้เครื่องยนต์ตระกูล EJ อย่างเป็นทางการในปี 2020 โดยรถยนต์คันสุดท้ายที่ได้ใช้เครื่องยนต์ EJ นี้ก็คือ 2020 Subaru WRX STI Final Edition (GJ) ซึ่งเป็น Impreza รุ่นที่ 4 ของ Subaru และถูกแทนที่ด้วยเครื่องยนต์ตระกูล FA ใน 2022 Subaru WRX หรือ Impreza รุ่นที่ 5 นั่นเอง

ถ้าหากย้อนกลับไปในปี 1995 แล้วทาง Subaru ไม่ได้ประสบความสำเร็จในการแข่งขัน WRC ก็อาจจะไม่มี Subaru Impreza STi ในยุคปัจจุบัน รถยนต์ Impreza GC8 Version 1 คันนี้เปรียบเสมือนตัวแทนตำนานการเเข่งขัน Rally และจุดเริ่มต้นของถ้วยรางวัล WRC เป็นอีกหนึ่งในรถยนต์ที่มีเรื่องเล่าและประวัติมากมาย และเป็นรากเหง้าของ Impreza ในตำนานอีกหลายคันอย่าง Subaru Impreza 22B, Subaru GD และ Subaru WRX ในปัจจุบัน ทั้งหมดนี้ต้องก็ต้องขอบคุณทีมแข่ง Rally ของ Subaru และ Colin McRae ที่คว้าชัยชนะครั้งแรกมาได้และให้กำเนิด Subaru Impreza WRX STi GC8 ขึ้นมา

สามารถดูคลิปการ Restore ของ GC8 คันนี้เพิ่มเติมได้ที่
https://www.youtube.com/watch?v=K9w7vc1PCS4&ab_channel=158REC

*ทาง AutoZwap ขอขอบคุณทางเจ้าของรถที่ให้นำเสนอรถยนต์คันนี้ และ ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน กด Like ติดตาม และ Share เพื่อเป็นกำลังใจพวกเรา ติดตามชม AutoZwap Showcase ได้ใหม่ในครั้งหน้า จะเป็นรถรุ่นไหนไว้ติดตามชมได้เลยครับ*

Written by: Ohm Ratchaphol Poonpermsuwan

#บริการรับฝากขายรถยนต์

AutoZwap Showcase: Aston Martin V8 Vantage 🇬🇧Specification:เครื่องยนต์ (Engine): AJ37 V8 4,300 cc 380 แรงม้า 409 นิวตัน ...
12/11/2021

AutoZwap Showcase: Aston Martin V8 Vantage 🇬🇧

Specification:
เครื่องยนต์ (Engine): AJ37 V8 4,300 cc 380 แรงม้า 409 นิวตัน เมตร
ระบบเกียร์ (Transmission): 6 จังหวะ Sportshift Automated Manual
อัตตราเร่ง (Acceleration) 0-100: 5.0 วินาที
ความเร็วสูงสุด (Top speed): 280 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
น้ำหนัก (Weight): 1,630 กิโลกรัม
สี (Colour): Onyx Black Metallic (ดำ)

คู่แข่งของรถคันนี้ (Direct competitor): Audi R8 V8, Porsche 997 Carrera S, Jaguar XKR Coupe

AutoZwap Showcase: Aston Martin Collection 🇬🇧
Aston Martin Vanquish S V12
www.facebook.com/AutoZwap/posts/198105985700100/

กลับมาอีกครั้งกับรถยนต์สัญชาติอังกฤษยี่ห้อคู่ใจของสายลับอย่าง James Bond โดยก่อนหน้านี้ทาง AutoZwap ก็ได้มีโอกาสได้นำเสนอ Showcase ของเจ้า Aston Martin Vanquish S V12 มาเเล้ว (สามารถคลิกลิ้งค์ข้างบนสำหรับ Showcase ของ Vanquish S) โดยรุ่น Vanquish S เป็นเหมือนพี่ใหญ่ของตระกูลรถยนต์ Aston Martin ในปัจจุบัน

รถยนต์รุ่นนี้ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งเเรกในปี 2005 ในงาน Geneva Motorshow โดยรถยนต์รุ่นนี้สร้างมาเพื่อต่อกรกับรถสปอร์ตอย่าง Audi R8 V8, Porsche 997 Carrera S และ Jaguar XKR Coupe เป็นต้น โดยในส่วนของ Vantage V8 คันนี้นั้นก็เป็นรถยนต์รุ่นเริ่มต้นของ Aston Martin ในตระกูล Hand Built Grand Tourers โดยเจ้า Vantage นั้นถือว่าเป็น Vantage รุ่นที่ 3 ที่ถูกออกแบบมาเพื่อความคล่องแคล่วในการขับขี่ที่ดียิ่งขึ้น ด้วยน้ำหนักตัวรถที่เบาลง และความยาวฐานล้อที่สั้นลงอย่างมาก โดยเจ้า Vantage คันนี้เป็น Aston Martin ที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายดายที่สุด แทนที่ Vantage รุ่นที่ 3 นี้ควรจะถูกออกแบบมาแทน Vantage รุ่นที่ 2 แต่เนื่องจากการที่ทาง Aston Martin ตัดสินใจเปลี่ยนให้ Vantage กลายมาเป็นรถรุ่นเริ่มต้นแทน จึงทำให้ Aston Martin Vanquish V12 กลายมาเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งรุ่นพี่ใหญ่ของ Aston Martin แทนเจ้า Vantage V8 คันนี้ แต่ถึงจะเป็นรุ่นเริ่มต้นแต่ความเป็น Aston Martin ของเจ้า Vantage คันนี้ก็ยังอยู่ครบในทุกอณู

เริ่มจากเครื่องยนต์ V8 4,300 cc และงานประกอบรถยนต์ที่ถูกผลิตขึ้นมาแบบ Hand Built ทั้งหมดจาก Warwickshire ประเทศอังกฤษฯ โดยเฉลี่ยแล้วรถยนต์ Aston Martin แต่ละคันนั้นต้องใช้เวลาในการประกอบกว่า 200 ชั่วโมง จึงทำให้หัตถศิลป์ หรือ Craftsmanship ของ Aston Martin นั้นกลายเป็นหนึ่งในอัตลักษณ์ (Identity) ซึ่งก็ทำให้ผู้ซื้อได้รับรถยนต์ที่มีความพิถีพิถันของความใส่ใจในการผลิตนี้ด้วย ผมมองว่ารถยนต์จาก Aston Martin นั้นถึงจะไม่ได้เป็นรถที่มีสมรรถนะการขับขี่อย่าง Ferrari และ Porsche แต่ความเป็น Aston Martin นั้นทำให้รถยนต์นั้นกลายเป็นเหมือนงานศิลปะเคลื่อนที่ได้แทน ซึ่งสำหรับคนขับที่ไม่ได้ต้องการรีดเค้นความเร็วแบบสุดโต่งเเล้ว ประสบการณ์ที่ได้รับจากการขับ Aston Martin สักคันนึงก็อาจจะมีคุณค่าทางจิตใจมากกว่าก็เป็นได้

ถึงแม้ว่า Aston Martin Vantage นั้นจะเป็นรถยนต์รุ่นเริ่มต้นที่อาจจะไม่ได้มีความสำคัญเท่ากับ Vanquish หรือ DB9 ที่เป็นรุ่นเรือธงของ Aston Martin แต่สำหรับ Aston Martin แล้วการถือกำเนิดของ Vantage รุ่นที่ 3 นี้ก็มีความประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยตั้งแต่ปี 2005 จนถึงปี 2018 นั้น ทาง Aston Martin ก็ให้ถือกำเนิดรุ่นย่อยภายใต้ Model Vantage กว่า 24 รุ่นย่อย (สามารถดูรายชื่อรุ่นทั้งหมดได้ข้างล่าง) เรียกได้ว่าเป็นรถยนต์อีกหนึ่งรุ่นของ Aston Martin ที่ทำให้บริษัทสามารถนำความรู้ต่างๆ ไปต่อยอดได้อีกมากมายจนในปี 2018 Aston Martin Vantage รุ่นที่ 4 ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นเเละเป็นการปิดฉากของ Aston Vantage รุ่นที่ 3 อย่างเป็นทางการในปี 2018 และเปิดทางให้รถยนต์รุ่นใหม่สืบสานตำนานความเป็น Aston Martin ที่มีความเป็นมากว่า 100 ปี ต่อไป

V8 Vantage Coupé
V8 Vantage Roadster
V8 Vantage S Coupé
V8 Vantage S Roadster
V8 Vantage N400 Coupé
V8 Vantage N400 Roadster
V8 Vantage N420 Coupé
V8 Vantage N420 Roadster
V8 Vantage N430 Coupé (Europe only)
V8 Vantage N430 Roadster (Europe only)
V8 Vantage GT Coupé (USA only)
V8 Vantage GT Roadster (USA only)
V12 Vantage Coupé
V12 Vantage Roadster (Europe only)
V12 Vantage S Coupé
V12 Vantage S Roadster
Vantage GT12 Coupé
Vantage GT12 Roadster
Vantage GT8
Vantage GTS Coupé (USA only)
Vantage GTS Roadster (USA only)
Vantage AMR
Vantage AMR Pro
Vantage V600

*ทาง AutoZwap ขอขอบคุณทางเจ้าของรถที่ให้นำเสนอรถยนต์คันนี้ และ ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน กด Like ติดตาม และ Share เพื่อเป็นกำลังใจพวกเรา ติดตามชม AutoZwap Showcase ได้ใหม่ในครั้งหน้า จะเป็นรถรุ่นไหนไว้ติดตามชมได้เลยครับ*

Written by: Ohm Ratchaphol Poonpermsuwan

#บริการรับฝากขายรถยนต์

AutoZwap Showcase: Mazda MX-5 Roadster NA 🇯🇵Specification:เครื่องยนต์ (Engine): Inline 4 สูบเรียง 1,800 cc 130 แรงม้า 15...
29/10/2021

AutoZwap Showcase: Mazda MX-5 Roadster NA 🇯🇵

Specification:
เครื่องยนต์ (Engine): Inline 4 สูบเรียง 1,800 cc 130 แรงม้า 152 นิวตัน เมตร
ระบบเกียร์ (Transmission): 5 จังหวะ Manual
อัตตราเร่ง (Acceleration) 0-100: 8.8 วินาที
ความเร็วสูงสุด (Top speed): 197 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
น้ำหนัก (Weight): 990 กิโลกรัม
สี (Colour): Classic Red (แดง)

คู่แข่งของรถคันนี้ (Direct competitor): Toyota MR-2, Lotus Elan, BMW Z3, Mercedes-Benz SLK (R170)

AutoZwap Showcase: JDM Collection 🇯🇵
Toyota MR2 (SW 20)
https://www.facebook.com/AutoZwap/posts/238451551665543
Toyota Supra VVT-i
https://www.facebook.com/AutoZwap/posts/228774505966581
Subaru WRX STI GD5 (For Sale)
https://www.facebook.com/AutoZwap/posts/171440151700017


ในช่วงปี 1960s หรือประมาณ 30 ปีก่อนการเปิดตัวของ Mazda MX-5 รุ่นเเรกในปี 1989 รถยนต์เปิดประทุนขนาดเล็กเป็นที่นิยมอย่างมากในตลาดรถยนต์ เรียกได้ว่าเป็นรถยนต์คันที่ 2 ของหลายๆ บ้านในช่วงนั้นเลยก็ว่าได้ แต่ในช่วงปี 1970s รถยนต์เปิดประทุนขนาดเล็กส่วนมากก็ได้หายไปจากตลาดรถยนต์เนื่องจากผู้คนส่วนมากต้องการรถยนต์ที่มีความอเนกประสงค์ และมีความทนทารต่อการใช้งานมากขึ้น เรียกได้ว่าเป็นจุดตกต่ำที่สุดของรถประทุนขนาดเล็ก โดยในปี 1976 Bob Hall ได้เสนอความคิดรถยนต์เปิดประทุนขนาดเล็กที่มีลักษณะคลายคลึงกับ Lotus Elan ให้กับผู้บริหารของ Mazda โดยในเวลานั้นยังไม่มีใครสนับสนุนความคิดของ Bob Hall แต่ด้วยความทะเยอทะยานของเขาก็ทำให้ Mazda ภายใต้การตัดสินใจของ Kenichi Yamamoto ตกลงให้เริ่มการพัฒนาต้นแบบคันแรกขึ้นมา โดย Bob Hall และ Mark Jordan (วิศวกรรถยนต์) ก็ได้ร่วมมือกันสร้างต้นแบบรถ MX-5 ที่มีเครื่องยนต์อยู่ข้างหน้าพร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหลัง โดยยังมีวิศวกร Mazda จากทางญี่ปุ่นที่ได้ออกแบบรถยนต์ในรูปแบบเครื่องยนต์วางหน้า-ขับเคลื่อนล้อหน้า และ เครื่องยนต์วางกลาง-ขับเคลื่อนล้อหลัง (ลักษณะคล้าย MR2) แต่การออกแบบทั้ง 2 จากญี่ปุ่นนั้นก็ไม่สามารถนำออกมาสู่การผลิตได้เนื่องจากปัญหาทางด้านเสียงรบกวน ความสั่นของตัวรถ และ ความไม่นิ่มนวลในการขับขี่ จึงทำให้ทีมของ Bob Hall และ Mark Jordan ได้นำระบบเครื่องวางหน้า-ขับเคลื่อนล้อหลังสู่การผลิตของ MX-5 ในรุ่นเเรก โดยในปี 1989 Mazda MX-5 (Miata) ก็ได้ถูกเปิดตัวสู่สาธารณชนเป็นครั้งเเรกในงาน Chicago Auto Show และเป็นการเปิดตำนานของ MX-5 อย่างเป็นทางการ

Mazda MX-5 NA (Miata) นั้นถูกออกแบบภายใต้แนวคิด “Jinba Ittai” หรือแปลเป็นภาษาไทยได้ว่า “ความเป็นหนึ่งเดียวกันของผู้ขี่ม้าและตัวม้า” โดยตังรถ MX-5 นั้นต้องทำตามปรัญชาการออกแบบ 5 ข้อดังนี้ 1) ตัวรถยนต์ต้องมีน้ำหนักเบาและขนาดเล็ก แต่ต้องสามารถทำตามข้อระเบียบความปลอดภัยได้ 2) ภายในสำหรับผู้โดยสาร 2 คน โดยห้ามมีพื้นที่เหลือทิ้ง 3) การออกแบบที่เรียบง่าย เครื่องยนต์วางหน้า(วางหลังเพลาหน้า)-ขับเคลื่อนล้อหลัง เพื่อการกระจายน้ำหนักที่ดี 4) ต้องใช้ช่วงล่างระบบปีกนก หรือ ช่วงล่างระบบมัลติลิงค์ เพื่อการขับขี่ที่ดียิ่งขึ้น 5) โครงสร้างรถยนต์ที่สามารถเชื่อมต่อเครื่องยนต์และระบบขับเครื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยความตั้งใจในการออกแบบทั้งหมด ผลลัพธ์จิงออกมาเป็น Mazda MX-5 NA ที่นับได้ว่าเป็นรถ Sport เปิดประทุนขนาดเล็กที่ดีที่สุดคันหนึ่งเลยก็ว่าได้ และยังเป็นรถยนต์ที่ฟื้นฟูตลาดรถยนต์เปิดประทุนขนาดกะทัดรัดขึ้นมาอีกครั้ง ความสำเร็จของ MX-5 NA นั้นไม่ได้มาจากราคาที่เข้าถึงได้เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีปัจจัยอื่นๆ เช่น ความง่ายดายในการดูแลรักษา คุณภาพที่เหมาะสม และที่สำคัญที่สุด สุนทรียภาพในการขับขี่

เนื่องจาก MX-5 NA เป็นรถยนต์ที่ถูกสร้างมาให้มีขนาดกะทัดรัด มีน้ำหนักเบา และมีการกระจายน้ำหนัก 50:50 จึงทำให้ผู้ขับขี่สามารถคุมรถที่ง่ายดายทั้งการขับในสนามเเข่งรถหรือ การขับขี่แบบสบายๆ ในภูเขาก็ล้วนเป็นสิ่งที่สามารถทำได้อย่างง่ายดายและสนุกสนานเพื่อสุนทรียภาพการขับขี่ในทุกสถานการณ์ และอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ MX-5 NA ยังเป็นที่ต้องการของผู้คนในปัจจุบัน ก็คงจะเป็นความง่ายดายในการแต่งและดูแล เนื่องจาก MX-5 NA นั้นถูกออกแบบมาเพื่อจุดประสงค์ในการเป็นรถยนต์เปิดประทุนขนาดเล็ก จึงทำให้ตัวรถไม่ได้มีระบบต่างๆ ที่ไม่จำเป็นเเละ ทำให้มีจุดล้มเหลวน้อยเพื่อความสบายใจในการดูแล และเพราะว่า MX-5 NA นั้นถูกวางขายในช่วงยุคทองของ JDM (ปี 90s) จึงทำให้มีของเเต่งรถมากมายให้ผู้ซื้อเลือกใช้ และ MX-5 NA ยังมีไฟหน้าแบบ Pop-Up ที่เป็นการออกแบบที่น่ารักสำหรับรถยนต์คันนี้ทีมีความเป็นรถยนต์ 90s อย่างมาก

โดยรวมเเล้ว Mazda MX-5 NA (Miata) เป็นรถยนต์ที่มีเสน่ห์อย่างมาก ตัวรถสามารถทำตามความต้องการของผู้ออกแบบภายใต้ปรัญชาการออกแบบของ “Jinba Ittai” นอกจากนี้แล้วความสำคัญของรถยนต์คันนี้ที่เป็นรถยนต์เปิดประทุนขนาดเล็กคันแรกของ Mazda และยังเป็นรถยนต์ที่ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์อื่นๆ กลับมาผลิตรถยนต์เปิดประทุนขนาดเล็กสำหรับตลาดรถยนต์อีกครั้งหนึ่ง ถึงแม้ว่า MX-5 นั้นจะไม่ได้เป็นรถยนต์ที่เร็วที่สุด ไม่ได้มีความเเรงมากที่สุด ไม่ได้เป็นรถยนต์ที่แพงที่สุด แต่ MX-5 ก็ได้กลายเป็นรถยนต์ที่ทำให้ผู้คนมากมายหลงไหล ด้วยยอดขายมากกว่า 1,000,000 คัน (ยอดขายของ MX-5 ทุกรุ่น) ทุกคนก็คงเห็นถึงความสำเร็จของรถยนต์รุ่นนี้ และตำนานของ MX-5 NA ก็ยังคงได้รับการสืบสานต่อไปโดย MX-5 ND ในปัจจุบันต่อไป

*ทาง AutoZwap ขอขอบคุณทางเจ้าของรถที่ให้นำเสนอรถยนต์คันนี้ และ ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน กด Like ติดตาม และ Share เพื่อเป็นกำลังใจพวกเรา ติดตามชม AutoZwap Showcase ได้ใหม่ในครั้งหน้า จะเป็นรถรุ่นไหนไว้ติดตามชมได้เลยครับ*

Written by: Ohm Ratchaphol Poonpermsuwan

#บริการรับฝากขายรถยนต์

ที่อยู่

Amphoe Bangkok Noi

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ AutoZwapผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง AutoZwap:

แชร์

ประเภท