Hardy Isuzu ขายอะไหล่อีซุซุ เชฟโรเลตกระบะทุกรุ่น รับซ่อม อัพเกรด ทุกระบบ

"1 minute series"          "Isuzuเคยทำเครื่องยนต์V12 F1"          พูดถึง Isuzu หลายคน อาจนึกถึงเครื่องดีเซลบรรทุกหนัก  แ...
09/08/2026

"1 minute series"
"Isuzuเคยทำเครื่องยนต์V12 F1"
พูดถึง Isuzu หลายคน อาจนึกถึงเครื่องดีเซลบรรทุกหนัก แต่นี่คือเครื่องยนต์เบนซินV12ระดับ formular1.
projectสุดล้ำนี้เกิดในยุคฟองสบู่ ช่วงปี1989 เมื่อวิศวกรIsuzuแค่สี่คน อยากท้าทายขีดจำกัดของตัวเอง พวกเขาแอบซุ่มสร้างเครื่องยนต์เบนซิน F1 รหัส P799WE ขนาด 3.5ลิตร V12 48 valve เค้นกำลีงได้สูงถึง 765 แรงม้า และลากรอบได้ลึกสะใจ ถึง 14,000 รอบ/นาที
ที่เจ๋งคือ มันไม่ได้ทำขึ้นมาโชว์เฉยๆ เพราะในเดือนสิงหาคมปี 1991 Isuzuเอาเครื่อง V12นี้ ไปยัดในรถแข่งLotus 102C แล้วส่งลงวิ่งทดสอบจริงในสนาม Silverstone ขับโดยนักแข่งF1 ชื่อดัง J***y Herbert และนั่นคือครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ ที่โลโก้ Isuzu ไปอยู่บนตัวรถแข่ง F1ครับ น่าเสียดายที่เศรษฐกิจฟองสบู่แตกซะก่อน โครงการนี้ก็เลยต้องพับเก็บเข้ากรุไป
ถ้ามีโอกาส เพื่อนๆอยากเห็นเครื่องเบนซินV12ตัวนี้ วางในรถกระบะรุ่นไหนกันบ้าง ลองคอมเมนต์มาบอกกันหน่อยครับ
่isuzu ํแลเช็คระยะisuzu ่อมisuzu

The legendary of isuzu ep.4            วันนี้จะเล่าเรื่อง Faster ในตลาดออสเตรเลีย  สเปนออสเตรเลีย  จะใกล้เคียงสเปคในบ้าน...
07/08/2026

The legendary of isuzu ep.4
วันนี้จะเล่าเรื่อง Faster ในตลาดออสเตรเลีย สเปนออสเตรเลีย จะใกล้เคียงสเปคในบ้านเราที่สุด อาจเพราะภูมิประเทศ หรืออะไรใกล้เคียง มาดูกันครับ ว่าสเป็คออสเตรเลีย มีอะไรบ้าง
" ออสเตรเลียสเปค"
General Motors-Holdenนำเข้า Faster เข้ามาในออสเตรเลียตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2515
ตอนนั้นใช้ชื่อว่า " Chevrolet LUV " แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น "Isuzu KB" ในปี พ.ศ. 2520 ก่อนที่จะถูกแทนที่ด้วยรุ่นที่สอง (ภายใต้ชื่อ " Holden Rodeo "แน่นอนสิ อยู่ออสเตรเลีย ก็ต้องใช้ชื่อโฮลเด้นสิ ) ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2523
Holden เปิดตัว LUV ในออสเตรเลียด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบเรียงขนาด 1.6 ลิตร ให้กำลัง ประมาณ 50 กิโลวัตต์ (67 แรงม้า) และ แรงบิด110 นิวตันเมตร (81 ปอนด์-ฟุต) รถรุ่นขับเคลื่อนล้อหลังดั้งเดิมเหล่านี้ได้รับชื่อเสียงในด้านความน่าเชื่อถือเรื่องความถึกทนทานตั้งแต่แรกเริ่ม โดยใช้เกียร์ธรรมดา 4 สปีด โครงสร้างฐานล้อสั้น และความสามารถในการบรรทุก ประมาณ 1,000 กิโลกรัม (2,200 ปอนด์)
การปรับปรุงในปี 1978 ได้ขยายกลุ่มรถ LUV โดยประกอบด้วย
- รุ่น KB20 ฐานล้อสั้น
- รุ่น KB25ฐานล้อยาวใหม่
- และรุ่น KB40ฐานล้อสั้นขับเคลื่อนสี่ล้อ
- รุ่น KB25และKB40เหล่านี้มีให้เลือกทั้งแบบแชสซีเปล่าและแบบอเนกประสงค์ (รถกระบะ)
และสามารถเลือกใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร หรือเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบเรียง 1.95 ลิตรที่เพิ่งมีให้เลือกใหม่เครื่องยนต์ดีเซลให้กำลัง45 กิโลวัตต์ (60 แรงม้า)และ แรง บิด113 นิวตันเมตร (83 ปอนด์-ฟุต) เรียกว่า มีแรงบิดให้ใช้มากเอาเรื่องตั้งแต่สมัยนั้นเลย
ในตอนหน้า จะเล่าสเปคทางฝั่งอเมริกาใต้กันมั่ง พฤติกรรมการใช้รถที่ต่างออกไป จะทำให้สเปคต่างๆ ต่างกันออกไปมั๊ย ติดตามกันได้ครับ
ีซูซุฟาสเตอร์ ่ฟาสเตอร์ ูแลเช็คระยะอีซูซุฟาสเตอร์ ่อมอีซูซุฟาสเตอร์ ูรณะอีซูซุฟาสเตอร์

"The legendary of Isuzu Faster ep.3"             อีซูซุ ฟาสเตอร์ (Isuzu Faster)เป็นรถกระบะขนาดกะทัดรัดที่ผลิตและจำหน่ายโ...
01/08/2026

"The legendary of Isuzu Faster ep.3"
อีซูซุ ฟาสเตอร์ (Isuzu Faster)เป็นรถกระบะขนาดกะทัดรัดที่ผลิตและจำหน่ายโดยอีซูซุระหว่างปี 1972 ถึง 2002 โดยแบ่งออกเป็นสามรุ่น มีการจำหน่ายภายใต้ชื่อรุ่นต่างๆ มากมาย โดยส่วนใหญ่จะจำหน่ายภายใต้รหัสรุ่น เช่นอีซูซุ KBสำหรับรุ่นแรกและรุ่นที่สอง และTFสำหรับรุ่นที่สาม ในประเทศญี่ปุ่น ชื่อ "ฟาสเตอร์" ถูกแทนที่ด้วยชื่อ " โรดีโอ" (Rodeo ) ในที่สุด นอกจากนี้ยังมีการจำหน่ายภายใต้แบรนด์อื่นๆ อีกหลายแบรนด์ในเครือเจเนอรัล มอเตอร์ ส ฟาสเตอร์ถูกแทนที่ด้วย อีซูซุ ดี-แม็กซ์ (Isuzu D-Max ) ทั่วโลกยกเว้นในประเทศญี่ปุ่นและอเมริกาเหนือ
บริษัทอีซูซุแห่งประเทศญี่ปุ่นได้เปิด ตัวรถกระบะ Faster ซีรีส์ KB20 / 25ในปี 1972 โดย รุ่น ฐานล้อ ปกติ จะใช้ชื่อรุ่นว่า "20" ส่วนรุ่นฐานล้อยาวจะใช้ชื่อรุ่นว่า "25" รถรุ่น Faster พัฒนามาจากIsuzu Florianโดยใช้ชิ้นส่วนหลายอย่างร่วมกัน รวมถึงประตูและส่วนประกอบด้านหน้า มันเข้ามาแทนที่Isuzu Waspซึ่งเป็นรถกระบะรุ่นดัดแปลงจากBellettที่ผลิตก่อนหน้า Florian มีการผลิตทั้งแบบไฟหน้าเดี่ยวและไฟหน้าคู่
เนื่องจากขนาดภายนอกและเครื่องยนต์ที่นำเสนอเป็นไปตามข้อกำหนดของญี่ปุ่นแพลตฟอร์มดังกล่าวจึงถูกจัดอยู่ในประเภท "ขนาดกะทัดรัด" ซึ่งเป็นประเภทที่ได้รับความนิยม และสามารถแข่งขันกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ผลิตในญี่ปุ่นและวางจำหน่ายในญี่ปุ่นในขณะนั้นได้
ในตลาดส่งออกส่วนใหญ่ อีซูซุเปลี่ยนชื่อรถรุ่น Faster เป็น "Isuzu KB" อย่างไรก็ตาม รถรุ่น Faster มักจะจำหน่ายผ่าน ช่องทางค้าปลีก ของ General Motors (GM) และขายภายใต้ แบรนด์ Chevroletในชื่อ " Chevrolet LUV " ซึ่งLUVเป็นตัวย่อของlight utility vehicle Bedford ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ GM ที่ผลิตรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ในยุโรป ก็ได้นำเสนอรถรุ่นนี้ภายใต้ชื่อ "Bedford KB" เช่นกัน
รถ Isuzu Faster ใช้แชสซีรถกระบะแบบดั้งเดิมที่มีโครงบันไดและ ระบบกันสะเทือน หลังแบบเพลาแข็งพร้อมสปริงใบ ส่วนด้านหน้าใช้ระบบกัน สะเทือนแบบ A-arm ที่เป็นแบบอิสระ ระยะฐานล้อ 2,600 มม. (102.4 นิ้ว)คล้ายกับคู่แข่ง เช่นเดียวกับ กระบะบรรทุกที่มีความยาว 1,855 มม. (73.0 นิ้ว)แตกต่างจากWasp รุ่น ก่อนหน้า ตรง ที่มีรุ่นฐานล้อยาว ( KB25 ) ซึ่งมีระยะ ห่างระหว่างเพลา 2,995 มม. (117.9 นิ้ว)ทำให้กระบะบรรทุก มีความยาว 2,290 มม. (90.2 นิ้ว)
ในปี 1978 มี รุ่น ขับเคลื่อนสี่ล้อวางจำหน่าย โดยใช้ รหัสแชสซี KB40แต่จำหน่ายในญี่ปุ่นภายใต้ชื่อ "Faster Rodeo" นอกจากนี้ยังมีรุ่นดับเบิ้ลแค็บ (บนแชสซีที่ยาวกว่า) การขายสิ้นสุดลงในปี 1980 เมื่อมีการเปิดตัวรุ่นที่สอง เครื่องยนต์ที่ใช้ในตลาดส่วนใหญ่เป็นเครื่องยนต์เบนซินSOHC สี่สูบเรียงขนาด 1.6 ลิตร (1,584 ซีซี) แบบคาร์บูเรเตอร์ ให้กำลัง94 แรงม้า (69 กิโลวัตต์)ซึ่งเสริมด้วย เครื่องยนต์ดีเซลสี่สูบ ขนาด 2.0 ลิตร (1,951 ซีซี) ( KBD ) ที่ให้กำลัง62 แรงม้า (46 กิโลวัตต์)ความเร็วสูงสุดอยู่ที่145 กม./ชม. (90 ไมล์/ชม.)และ115 กม./ชม. (71 ไมล์/ชม.)สำหรับรุ่นเบนซินและดีเซลตามลำดับ[ 4 ]ในญี่ปุ่น เดิมทีติดตั้งเครื่องยนต์วาล์วเหนือลูกสูบ (G161) ซึ่งให้กำลัง84 PS (62 kW)สำหรับความเร็วสูงสุด135 กม./ชม. (84 ไมล์/ชม.)
ในตอนหน้า จะมาเล่าสเปค Isuzu Fasterในภูมิภาคต่างๆกันนะครับ มันจะมีความต่างในรายละเอียด นิดๆหน่อยๆอยู่ ติดตามต่อได้ครับ อะไหล่ เครื่อง ช่วงล่างยังพอมี ตัวถัง ภายใน อันนี้มีน้อยหน่อย อาจหากันเหนื่อยนิดนึง หาอะไหล่ ที่ซ่อมที่ทำ ทักมาพูดคุยกันก่อนได้ครับ
่Faster ูแลเช็คระยะIsuzu ่อมisuzu

"8 minute series Isuzu Mu"        " Honda Jazzเรียกพี่  เพราะนี่คือ Isuzu Mu "         เมื่อกล่าวถึงแบรนด์ Isuzu  แบรนด์...
31/07/2026

"8 minute series Isuzu Mu"
" Honda Jazzเรียกพี่ เพราะนี่คือ Isuzu Mu "
เมื่อกล่าวถึงแบรนด์ Isuzu แบรนด์ที่มีอายุกว่า 105ปีแล้ว คนในยุคปัจจุบัน ก็จะเห็นว่าเป็นแบรนด์รถกระบะ และชำนาญเรื่องเครื่องยนต์ดีเซล เป็นขวัญใจนักเลงรถกระบะบ้านเรามานานหลายทศวรรษ แต่ในอดีตนั้น แบรนด์ Isuzu ไม่ได้ทำแต่เพียงรถกระบะ พวกเขาได้ผลิตรถเก๋งชั้นดีมาแล้วหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็น 117coupe และPiezza coupeสไตล์อิตาเลี่ยน ฝีมือ บรมครู Guigiaro ทั้งสองรุ่น และยังได้ผลิตรถเก๋ง ที่ใช้เทคโนโลยีร่วมกับรถของค่ายGM ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อีกหลายรุ่น อาทิ Gemini ที่ผลิตร่วมกับ GM กว่า 3 generation ซึ่งรถทั้ง3 generation นั้น ปัจจุบันก็ยังดูสวย เฉียบขาด แต่ต่อมาภายหลัง ด้วยความที่เป็นบริษัทขนาดกลาง ไม่มีทุนพอที่จะผลิตรถเองให้ครบทุกรูปแบบ
ในตลาดญี่ปุ่นเอง พวกเขาได้ไปขอซื้อ Subaru Legacy มาแปะตราเป็น Isuzu Aska รถซีดานขนาดกลางในช่วงสั้นๆอีกด้วย แต่ในภายหลัง พวกเขาได้จับมือกับแบรนด์รถยนต์ที่ไม่มีรถกระบะอย่างHonda โดยให้ฮอนด้านำรถเก๋งของตัวเอง มาแปะตราIzusu แลกกับการที่Isuzu จะนำรถกระบะของตัวเอง ไปให้ฮอนด้าจำหน่าย รถที่ได้จากแนวคิดนี้ก็คือ รถรุ่น Isuzu Askaที่พัฒนาขึ้นจากรถ Honda Accord versionญี่ปุ่น ไปจนถึง Isuzu Vertex และ Gemini ที่ใช้พื้นฐานร่วมกับ Honda Civic
จากความร่วมมือในครั้งนั้น รถกระบะที่พวกเขาได้ผลิตให้กับฮอนด้า ก็คือฝาแฝดของกระบะรุ่น TFR spacecab 2.5. โดยทางHonda ตั้งชื่อว่า Tourmaster
และนอกจากกระบะที่ใช้งานจริงจังแล้ว ยังมีรถกระบะแนวสันทนาการอีกรุ่นหนึ่ง นั่นก็คือรถช่วงสั้นที่มีชื่อว่า Isuzu Mu Isuzu Muเปิดตัวในปี 1988 เป็นกระบะสามประตูที่มีฐานล้อเพียง 2.3เมตร มีทั้งแบบสองที่นั่งและสี่ที่นั่ง ใช้พื้นฐานวิศวกรรมจากกระบะIsuzu ร่วมสมัยในเวลานี้น โดยพวกเขาตั้งเป้าให้รถรุ่นนี้ เป็นรถเพื่อการสันทนาการของวัยรุ่นหนุ่ม สาว โดยHonda ได้เอารถรุ่นนี้ไปจำหน่ายในญี่ปุ่น ในชื่อของ Honda Jazz
ชื่อของ Muนั้น สะท้อนถึงที่มา ที่มีความลึกลับ เหมือนกับชื่อของทวีป มิว อันเป็นทวีปลึกลับ ที่จมหายไปในมหาสมุทรแล้ว ในตำนาน ซึ่งแฟนๆของโปเกมอน ก็คงจะรึกถึงโปเกมอนลึกลับ ที่ชื่อมิว ด้วยเช่นกัน และนอกจากนี้น มันยังย่อมาจาก Mysterious Utility หรือ อรรถประโยชน์ปริศนา ที่อัดแน่นไปด้วยความเป็นไปได้ใหม่ๆที่รอการค้นพบอีกด้วย
รถรุ่น Muนี้จะว่าไปแล้ว ก็ได้รับความนิยมพอสมควรจากตลาดโลก เพราะในเวลานั้น ค่ายGM ที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของIsuzu ก็ได้นำมันไปจำหน่ายทั่วโลก โดยชื่อของมันในตลาดสหรัฐอเมริกาก็คือ Isuzu Amigo อันเป็นภาษาสเปน แปลว่า เพื่อน และนอกจากนั้น ในยุโรแ GMก็ยังได้นำไปจำหน่ายในแบรนด์ของ Ople และ Voxhall ด้วยชื่อรุ่นว่า Frontera และในออสเตรเลียก็ได้ใช้ชื่อว่า Holden Fronteraอีกด้วย
ปัจจุบัน ชื่อ มิว ได้ตกทอดมาถึง สายพันธ์กระบะดัดแปลงหรือ PPV ในชื่อของ Mu7และ Mu X ซึ่งแม้ว่าจะไม่ได้มี รูปทรงหรือ ขนาดใหล้เคียงกับ Mu ที่เป็นบรรพบุรุษของมันแม้แต่น้อย แต่ชื่อนี้ก็ยังต้องการสื่อถึง อรรถประโยชน์ ที่อัดแน่นไปด้วยความเป็นไปได้ใหม่ๆที่รอการค้นพบนั่นเอง
่Mu ูแลเช็คระยะisuzumu ่อมMu

"8 Minute history series of Isuzu 117 coupe ep.1"            วิศวกรรมญี่ปุ่น  ผสมผสานงานออกแบบจากอิตาลี่     ฟังดูแล้วมั...
18/07/2026

"8 Minute history series of Isuzu 117 coupe ep.1"
วิศวกรรมญี่ปุ่น ผสมผสานงานออกแบบจากอิตาลี่ ฟังดูแล้วมันเหมือนกับการจับคู่ที่เหมือนกับกิ่งทองใบหยก ใช่แล้ว เรากำลังพูดถึง ตำนานบทหนึ่ง ของประวัติศาสตร์รถยนต์ของประเทศญี่ปุ่น นั่นก็คือ ความร่วมมือ สำหรับการพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ กับสำนักออกแบบรถยนต์จากประเทศอิตาลี่นั่นเอง ชื่อของสำนักออกแบบ หรือ carrozzerria เจ้าดังในอิตาลี่นั้น มีสามเจ้า เจ้าใหญ่ๆที่พวกรู้คุ้นหูกันดี นั่นก็คือ สำนัก พินิน ฟารีน่า สำนัก Bertone. และสำนัก ital design ของ Guigiaro ซึ่งแน่นอนว่า ยังมีสำนักอื่นๆที่มีฝีไม้ลายมือเฉียบ แต่ก็มีขนาดเล็กกว่าอยู่พอสมควร ยุคทองของเหล่าสำนักออกแบบนั้น เห็นจะเป็น ยุคทศวรรษที่ 60 ที่ใครๆในโลกนี้ต่างก็ใช้บริการของพวกเขา เนื่องจาก ราคา และการพัฒนาต้นแบบของพวกเขานั้น ไม่มีใครเทียบได้ และอุตสาหกรรมรถยนต์ในญี่ปุ่น ที่กำลังเติบโต และต้องการจะส่งออก ต้องการ styling ที่เป็นสากล เพื่อที่จะชนะใจเหล่าลูกค้าตะวันตกให้ได้นั่นเอง
และหากเราจะย้อนดูรถญี่ปุ่นในทศวรรษที่50นั้น ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า หน้าตามันเชย แถมรูปร่างก็เป็นทรงแคบๆกับการที่มันถูกออกแบบมาให้เข้ากับกติกาภาษีรถยนต์ ที่กำหนดด้วยความกว้างของตัวรถในประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง โดยรถยอดนิยมในยุคนั้น ก็เห็นจะเป็นเหล่ารถที่ซื้อสิทธิบัตรมาประกอบในประเทศ อาทิ Austin A*5 Cambridge, Hillman Mink และ Renalut 4Cv. ความแปลกอย่างนึง ของความสำคัญของ ญี่ปุ่นกับ อิตาเลี่ยนนี้ เห็นจะเป็นรถญี่ปุ่น ไม่ค่อยจะใส่ชื่อสำนักออกแบบลงบนตัวรถ การทําญี่ปุ่น ไม่ใส่ชื่อของสำนักออกแบบอิตาลีมาลงบนตัวรถ ทำให้เราเนี่ย อาจจะไม่รู้ว่า รถคันนั้นออกแบบโดยสำนักออกแบบจากอิตาเลี่ยน
เราลองมาไล่เรียงกันดูนะครับว่า มีรถญี่ปุ่นรุ่นใด ที่ออกแบบในอิตาลีบ้าง โดยจะขอไล่เรียงไปตามตัวอีกษรนะครับ เริ่มต้นด้วย ค่ายแรก
-Daihatsu. ไดฮัทสุนั้น มีรถที่ออกแบบโดยสำนักอิตาเลี่ยน นั่นก็คือ รถรุ่น Campagno. รุ่นปี 1963 ออกแบบโดยสำนักออกแบบ Victale. รถรุ่นนี้มีจอดอยู่ที่คอนโดผมพอดี บอกตรงๆว่า ถ้าไม่รู้ว่าเป็นรูญี่ปุ่น ผมก็นึกว่าเป็นรถอิตาเลี่ยน ค่ายต่อมาคือ
-Hino. ขึ้นชื่อว่า Hino ขึ้นชื่อว่า Hino คนอาจจะคิดว่า ทำแต่รถบรรทุก แต่ว่า ในอดีต เค้าก็ทำรถเก๋งด้วย รถที่ออกแบบในอิตาลี่ของเขา มีอยู่ด้วยกัน 2รุ่น ได้แก่ Contessa1300 และ Contessa รุ่นSprint ออกเเบบโดนสำนัก Michellotti ตามมาด้วยค่าย
-Honda ความร่วมมือของฮอนด้ากับทางค่ายของอิตาลี่นั้น เกิดขึ้นในทศวรรษที่80 นั่นก็คือ รถแนวคิด HVX ในปี 1984 และรถรุ่น Argento Vivo ในปี 1995 ทั้งสองรุ่นเป็นผลงานของ Phininfarina. แบรนด์ต่อมาก็คือ
-Isuzu แน่นอนว่า ถ้าคุณติดตามพวกเรา คุณก็จะรู้ว่าในอดีตนั้น Isuzuไม่ได้ทำแต่รถกระบะพวกเขาผลิตรถเก๋งและรถสปอร์ตมาก่อน จนกระทั่ง มาถึงยุค90 ที่พวกเค้าหันมาโฟกัสที่รถกระบะ เครื่องยนต์ดีเซลเป็นหลัก ค่ายอิตาเลี่ยนขาประจำของเค้าก็มีสองเจ้าด้วยกัน คือ Kia และ Juigiaro. เริ่มต้นด้วย รถเก๋ง Isuzu Florian ปี1967 อันนี้เป็นผลงานของสำนัก Kia. ตามมาด้วยรถสปอร์ต 117 coupe รุ่นปี 1968 ผลงานของ Juigiaro และตามมา รถสปอร์ตแนวคิด Isuzu Bellet MX1600GT ปี 1969 และรถแนวคิด Isuzu Bellet SportWagon รุ่นปี 1971 ทั้งสองคัน เป็นผลงานของสำนักออกแบบ Kia. รุ่นต่อมามีชื่อเสียงมากก็คือ. รถสปอร์ตคูเป้ Isuzu Piazza รุ่นปี 1981 ผลงานของ Juigiaro และตามมาด้วย รถเก๋ง Gemini รุ่นปี 1985 ผลงานของ Juigiaro แบรนด์ต่อมาคือ
-Mazda. Mazdaนั้นมีความสำพันธ์กับสำนักออกแบบ Bertone โดย รถรุ่นเอรกที่ทำร่วมกันก็คือ Mazda Familia และMazda Luce ปี1963 ที่ออกแบบโดย Juigiaro ขณะที่ทำงานอยู่ใน Bertone. และอีกรุ่นก็คือรถแนวคิด Mazda MX81รุ่นปี 1981 โดยสำนัก Bertone. ตามมาด้วยแบรนด์
-Mitsubishi. มิตซูนั้น ช่วงแรกไม่ได้ใช้สำนักเจ้าดังในการออกแบบ โดยรถที่ทำงานร่วมกัยอิตาลี่ก็คือ mitsubishi Lancer. กล่องไม้ขีด ที่เรารู้จักกันดี รุ่นปี1979 ออกแบบโดย Aldo Sessano จาก Studio Open Design. ตามมาด้วยรถแนวคิด Mitsubishi Starwind รุ่นปี 1983 ซึ่งออกแบบโดย Aldo Sessano จาก Studio Open Design เช่นเดิม ส่วนอีกคันก็คือ Mitsubishi C**t CZ4รุ่นปี 2005 ออกแบบและพัฒนาวิศวกรรมร่วมกั บทสำนัก1977 ที่ออกแบบโดย Pininfarina. ค่ายต่อมาคือ
-Nissan นิสสันเลือกที่จะทำงานร่วมกับ สำนัก Phininfarina. โดยมีรถสองรุ่นด้วยกันคือ Nissan Bluebird รุ่น 410และ 411 จากปี 1963และ 1966 และรถหรูอย่าง Nissan Cedric 130 รุ่นปี 1965 อีกค่ายหนึ่งที่เป็นเอกเทศน์จากนิสสันแต่ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของนิสสันไปแล้วอย่างค่าย
-Prince ถือว่าเป็น แบรนด์แรกๆที่พัฒนารถร่วมกับทางค่ายอิตาลี่ นั่นก็คือรถ Prince Skyline.sport รุ่น ปี1960
ที่ออกแบบโดยสำนักออกแบบ Micellotti ปฏิเสธไม่ได้ว่า
รถรุ่นนี้สวยจริงๆ ค่ายต่อมาคือ
-Subaru ซูบารุเลือกใช้บริการจากสำนัก Juigiaro. ในยุคทศวรรษที่90 กับรถอย่าง Subaru SVXหรือ Alcyoneนั่นเอง ค่ายต่อมาก็คือ
-Suzuki บอกตามตรงไม่ได้คิดว่าSuzuki จะมีผลงานร่วมกับค่ายอิตาเลี่ยนเยอะขนาดนี้ เริ่มต้นด้วยรถ Suzuki Carry รุ่นปี1967 ออกแบบโดย Juigiaro ตามมาด้วยรถแนวคิด Suzuki Go. ในปี1972 ออกแบบโดย Bertone ตามมาด้วย รถSizuki Servo หรือ Whizzkid รุ่นปี 1977 ที่ออกแบบโดย Juigiaro. และรถรุ่นสุดท้าย ที่พอรู้เข้าก็ไม่แปลกใจ เพราะดูแล้วก็มีความพิเศษในการออกแบบ นั่นก็คือ Suzuki. SX4. รุ่นปี 2006 ออกแบบโดย Juigiaro ส่วนค่ายสุดท้ายก็คือ
-Toyota. ผลงานความร่วมมือที่โด่งดังนั้นก็คือรถซีีดานสมารถนะสูงรุ่น Aristo หรือ Lexus GS. ผลงาน อกแบบของ Juigiaro. และ ท้ายสุดก็คือ รถแนวคิดสปอร์ตพลังไฟฟ้าจากปี 2004 นั่นก็คือ Alexandro Volta Concept แน่นอนว่าออกแบบฉดยJuigiaro อีกเช่นเคย ดูเหมือนว่า ปู่ Guigiaro แทบจะเหมา หมดทุกแบรนด์บาเกาะญี่ปุ่น จะเหลือใว้บ้างก็คือ Honda. ที่ยังไม่เคยมีโอกาสได้ร่วมงานกัน และรถของเราในวันนี้ก็คือ หนึ่งในรถยุคแรกไปของ Guigiaro. ฝากฝีไม้ลายมือให้เป็นที่ประจักษ์ในแดนอาทิตย์อุทัย ส่วนจะเป็นรุ่นไหน โพสต์หน้า มาติดตามกันครับ คุณล่ะครับ เคยใช้รถที่อิตาเลี่ยนเป็นคนออกแบบกันบ้างมั๊ย เล่าให้ฟังหน่อย

Let’s get to know G 161 ep.1            วันนี้จะพามารู้จักเครื่องเบนซินในตำนานอย่างG161ของอีซูซุกันครับ            มาว่า...
26/05/2026

Let’s get to know G 161 ep.1
วันนี้จะพามารู้จักเครื่องเบนซินในตำนานอย่างG161ของอีซูซุกันครับ
มาว่ากันที่เครื่องในตระกูล G กันครับ เริ่มที่เครื่องตระกูล GH
เครื่องยนต์เบนซินรุ่นแรกของอีซูซุเป็นเครื่องยนต์ที่ผลิตภายใต้ลิขสิทธิ์ของฮิลล์แมนสำหรับรถยนต์ Hillman Minx ที่ประกอบในประเทศ ตั้งแต่ปี 1953 เครื่องยนต์รุ่นนี้ เรียกว่าGH10มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางกระบอกสูบ65 มม. (2.56 นิ้ว)และระยะชัก95 มม. (3.74 นิ้ว) ทำให้มีปริมาตรกระบอกสูบ1,260 ซีซี (76.9 ลูกบาศก์นิ้ว ) และ กำลัง37.5 แรงม้า (28 กิโลวัตต์)ในปี 1955 ได้มีการปรับปรุงเป็นGH12ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ทรงสี่เหลี่ยม มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางกระบอกสูบและระยะชัก 76.2 มม. ทำให้มีปริมาตรกระบอกสูบ1,390 ซีซี (84.8 ลูกบาศก์นิ้ว) ต่อ มาในปี 1956 ได้มีการปรับปรุงกำลังเพิ่มขึ้นเป็น46 แรงม้า (34 กิโลวัตต์)จากเดิม43 แรงม้า (32 กิโลวัตต์)และเปลี่ยนชื่อเป็นGH100ในปี 1958 กำลังก็เพิ่มขึ้นอีกครั้งเป็น50 แรงม้า ( 37 กิโลวัตต์)
เครื่องยนต์ GL
ในปี พ.ศ. 2492 อีซูซุได้พัฒนาเครื่องยนต์เบนซินแบบสี่เหลี่ยมจัตุรัสของตนเอง ( 78 มม. หรือ 3.07 นิ้ว ) ที่เรียกว่าGL150ซึ่งเป็นเครื่องยนต์เบนซินเครื่องแรกของอีซูซุ
ยังคงแสดงให้เห็นถึงต้นกำเนิดของฮิลล์แมนอย่างชัดเจน โดยมีปริมาตรกระบอกสูบ1,491 ซีซี (91.0 ลูกบาศก์นิ้ว)และมีกำลัง60 แรงม้า (44 กิโลวัตต์) เครื่องยนต์ GL 150 ถูกติดตั้งในอีซูซุเอลฟ์ พฺศ.2492 และ อีซูซุเบลเลต พ.ศ.2504

มาดู เจมินี่ แต่งกันครับ             “สำรวจ Isuzu Gemini Coupe: การยกย่องแรงบันดาลใจจากรถแรลลี่คลาสสิก“            รถยนต...
26/05/2026

มาดู เจมินี่ แต่งกันครับ
“สำรวจ Isuzu Gemini Coupe: การยกย่องแรงบันดาลใจจากรถแรลลี่คลาสสิก“
รถยนต์นั่งส่วนบุคคล Gemini Coupe รุ่นแรก ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของ Isuzu
ท่ามกลางรถยนต์เก่าหลากหลายรุ่น เราพบรถยนต์คันหนึ่งที่ดูแปลกตาจนนึกไม่ออกว่าเป็นรถอะไร เมื่อเราพูดคุยกับเจ้าของรถ เขาบอกเราว่ามันคือรถอีซูซุ “เจมินี คูเป้” เจ้าของรถ คุณอุเอดะ ชื่นชอบสเปครถแข่งแรลลี่ของโอเปล “คาเด็ตต์” ซึ่งเป็นรถรุ่นพี่น้องของรุ่นนี้ และเขาก็ได้ดัดแปลงรถของเขาให้มีคุณสมบัติแบบรถแข่งแรลลี่เช่นกัน โดยรถคันนี้เขาเพิ่งซื้อมาเมื่อปีก่อน
โมเดลต้นแบบรุ่นแรกของรถยนต์เจมินี
ในเช้าวันอาทิตย์ที่สามของทุกเดือน รถยนต์คลาสสิกจะมารวมตัวกันที่ทะเลสาบโอคุตามะในโตเกียว ครั้งนี้เราจะมาแนะนำรถยนต์คันหนึ่งที่เราพบในลานจอดรถของโอคุตามะ ซึ่งก็คือ Isuzu “Gemini Coupe” รุ่นก่อนปรับโฉมที่หายากนั่นเอง
รถยนต์สวยงามคันนี้ซึ่งไม่ทราบยี่ห้อและรุ่นแน่ชัด ว่ากันว่าเป็นอีซูซุ เจมินี รุ่นแรก เนื่องจากเป็นรุ่นแรกๆ ก่อนการปรับโฉมและเป็นรถคูเป้หายาก ทำให้หลายคนเดาชื่อรถไม่ถูกในทันที เจ้าของคือคุณอุเอดะ ซึ่งซื้อรถรุ่นปี 1978 คันนี้จากอีซูซุ สปอร์ต เมื่อปีที่แล้ว
รถยนต์เจมินีได้รับการวางแผนโดยอีซูซุให้เป็นรุ่นต่อจาก "เบลเลตต์" แต่เนื่องจากใช้แนวคิดรถยนต์ระดับโลกของจีเอ็ม จึงเปิดตัวในปี 1974 ในฐานะรถยนต์คู่แฝดกับโอเปล คาเด็ตต์ ลักษณะด้านหน้าโดดเด่นด้วยรูปทรงจมูกลาดเอียงคว่ำคล้ายกับคาเด็ตต์ โดยเริ่มแรกมีไฟหน้าทรงกลมสองดวง ต่อมาเปลี่ยนเป็นไฟหน้าทรงสี่เหลี่ยมสองดวงในปี 1977 และปรับโฉมเป็นรูปทรงจมูกลาดเอียงคว่ำอีกครั้งในปี 1979 ดังนั้น รูปทรงจมูกลาดเอียงคว่ำที่มีไฟหน้าทรงสี่เหลี่ยมสองดวงนี้จึงเป็นรูปทรงที่หายากและมีอยู่เพียงแค่สองปีเท่านั้น
เป็นการแสดงความเคารพต่อรุ่นแรลลี่ของรถรุ่นพี่อย่าง Opel Kadett
ตัวถังรถถูกทาสำขาวทั้งคันโดยเจ้าของคนก่อน และอยู่ในสภาพดี แถบสีดำและเหลืองด้านข้างตัวถังก็ถูกเพิ่มเข้ามาในระหว่างการทาสีเช่นกัน คุณอุเอดะชื่นชมสเปครถแข่งแรลลี่ของรถ Kadett ของพี่ชาย และรถคันนี้ก็เป็นแบบจำลองของสเปครถแข่งแรลลี่นั้น ล้อเป็นล้อ Campagnolo ซึ่งเป็นของขวัญจาก Isuzu Sports และมีไฟตัดหมอก PIAA สี่ดวงติดตั้งอยู่ที่ด้านหน้า สปอยเลอร์หลังเป็นสปอยเลอร์ของ Mitsubishi “Lancer EX Turbo”!
เครื่องยนต์เป็นเครื่องยนต์ Crossflow G161 1.6 ลิตร 4 สูบเรียง พร้อมคาร์บูเรเตอร์ SOLEX สองตัว โดยใช้ท่อร่วมไอดีแบบ Sports Corner เมื่อรวมกับตัวถังที่กะทัดรัด ทำให้รถคันนี้มีสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม ่Gemini ่Isuzu ่อมGemini ่อมIsuzu

The legendary of Isuzu Gemini ep.2         มาดูตัวแรกกันครับ  จะคุ้นเคยกันหน่อย ตัวนี้มีขายในบ้านเรา  ทั้งชื่อIsuzu Gemi...
19/03/2026

The legendary of Isuzu Gemini ep.2
มาดูตัวแรกกันครับ จะคุ้นเคยกันหน่อย ตัวนี้มีขายในบ้านเรา ทั้งชื่อIsuzu Gemini และ Ople Gemini
รุ่นแรก (1974)
-เรียกอีกอย่างว่า : อีซูซุ เบลเล็ตต์ เจมินี (ญี่ปุ่น; 1974–1975)
: อีซูซุ ไอ-มาร์ค
: บิวอิค โอเปล (สหรัฐอเมริกา)
: โฮลเดน เจมินี
: โอเปิลบาย อีซูซุ (สหรัฐอเมริกา)
: โอเปิล เจมินี่ ( มาเลเซียและไทย )
: โอเปล คาเด็ตต์ ซี
: แซฮัน เจมินี่ /bird
-ปีการผลิต : พฤศจิกายน 1974 – กุมภาพันธ์ 1987
-ตัวถังและแชสซี
-สไตล์ตัวถัง : รถคูเป้ 2 ประตู
: รถเก๋ง 4 ประตู
-เค้าโครง : เค้าโครง FR
-แพลตฟอร์ม : ทีบอดี้
-ที่เกี่ยวข้อง : อีซูซุ ปิอาซซ่า
: เชฟโรเลต เชเวตต์
: แดวู แมปซี
: โอเปล คาเด็ตต์
: วอกซ์ฮอลล์ เชเวตต์
ระบบขับเคลื่อน
-เครื่องยนต์
-น้ำมันเบนซิน : G161Z สี่สูบเรียง 1,584 ซีซี
: G180Z สี่สูบเรียง 1,817 ซีซี
: G180W DOHC สี่สูบเรียง 1,817 ซีซี
-ดีเซล : 4FB1 สี่สูบเรียง 1,817 ซีซี
: 4FB1T เทอร์โบ 1817 ซีซี สี่สูบแถวเรียง
มิติ
-ฐานล้อ : 2,405 มม. (94.7 นิ้ว)
-ความยาว : 4,135 มม. (162.8 นิ้ว)
-ความกว้าง : 1,570 มม. (61.8 นิ้ว)
-ความสูง : 1,365 มม. (53.7 นิ้ว)
-น้ำหนักรถเปล่า : 930 กิโลกรัม (2,050 ปอนด์)
Gemini รุ่นแรกวางจำหน่ายในชื่อBellett Geminiเพื่อเชื่อมโยงกับรุ่นก่อนหน้าเมื่อเปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2517 ส่วน "Bellett" ถูกตัดออกในเดือนเมษายน พ.ศ. 2518 โดยใช้พื้นฐานจากOpel Kadett C รุ่นที่สาม บน แพลตฟอร์ม T-car ของ General Motorsและมี ตัวถัง แบบซีดาน สี่ประตูและ คูเป้สองประตูรหัสแชสซีคือPF50แม้ว่ารุ่น 1.8 ลิตรในภายหลังจะเรียกว่าPF60และรุ่นดีเซลเรียก ว่า PFD60
ในตอนหน้า มาต่อเรื่องราวของมันกันครับ หาอะไหล่อีซูซุ จะเก๋งหรือกระบะ หาที่ซ่อม ที่ปรับปรุงบำรุงรักษา หาของ สั่งของ จองคิวทำรถ พูดคุย ปรึกษา ทักแชทมาคุยกันได้เลยครับ ีซูซุเจมินี่ ่อมอีซูซุเจมินี่ ่isuzu ่อมอีซูซุ ่อีซูซุเจมินี่

“ความหลงใหลที่สืบทอดมา: การเดินทางอันน่าทึ่งของชายหนุ่มวัย 26 ปีกับรถ Isuzu Gemini ZZ ทั้งห้าคันของเขา”          ชายหนุ่...
09/03/2026

“ความหลงใหลที่สืบทอดมา: การเดินทางอันน่าทึ่งของชายหนุ่มวัย 26 ปีกับรถ Isuzu Gemini ZZ ทั้งห้าคันของเขา”
ชายหนุ่มราศีเมถุนวัย 26 ปี แนะนำ “Gemini ZZ” สุดที่รักของเขา
คุณจำ Isuzu PF60 “Gemini ZZ” รุ่นแรกได้ไหม? “ZZ” ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการขับขี่ เคยเป็นที่รู้จักในชื่อ “ม้าพยศ” และดึงดูดความสนใจในฐานะรถยนต์รุ่นยอดนิยมที่ symbolizes ยุคที่มอเตอร์สปอร์ตเริ่มเฟื่องฟู เราได้สัมภาษณ์คุณ “Gemini mag” ซึ่งเป็นเจ้าของ Gemini ZZ จำนวน 5 คัน รวมถึงคันหนึ่งที่เขาซื้อมาเพื่อเอาอะไหล่
รถ Isuzu “Gemini ZZ” รุ่นแรกนั้นติดตั้งเครื่องยนต์ “G180” ซึ่งเป็นเครื่องยนต์กำลังสูงควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยพัฒนามาจากเครื่องยนต์ DOHC ของ “117 Coupe” รถรุ่นนี้ได้รับความนิยมจากผู้คนมากมายมาอย่างยาวนาน และผู้ที่ขับขี่รถรุ่นนี้ในสมัยนั้นถูกเรียกว่า “Geminists”
ชายผู้ที่เราจะแนะนำในที่นี้ คุณ “Gemini mag” เป็นแฟนพันธุ์แท้ของ Gemini และหลงรัก Gemini ZZ รุ่นแรก PF60 อย่างมาก เมื่อถามถึงอายุ เขาตอบว่าอายุเพียง 26 ปีเท่านั้น เขาเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ผู้ชื่นชอบ Gemini และหลงรัก Gemini รุ่นแรกถึงขนาดเป็นเจ้าของถึง 5 คัน รวมถึงคันหนึ่งที่ซื้อมาเพื่อเอาอะไหล่ เขาจะบอกเราว่าทำไมเขาถึงหลงใหลใน Gemini ZZ รุ่นแรกมากขนาดนี้
“ผมบังเอิญไปเจอรถ Gemini รุ่นแรกคันหนึ่งในเมือง มันดูเท่มากเลยครับ”
บังเอิญว่าเขาได้ค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับรถคันนั้นและตัดสินใจซื้อ เมื่อเขาบอกพ่อว่ากำลังคิดจะซื้อรถคันนั้น พ่อก็ประหลาดใจเมื่อพ่อตอบว่า “เมื่อก่อนฉันก็เคยขับรถเจมินีรุ่นเดียวกันนี้มาก่อน”
ในเวลานั้น รถยนต์เจมินี ZZ รุ่นแรกกลายเป็นรถคันโปรดของเขา และเนื่องจากรถรุ่นนี้ในตลาดรถมือสองมีไม่มากนัก เขาจึงหาซื้อจากบุคคลทั่วไป และในที่สุดก็ได้รถที่ล้ำค่าคันหนึ่งจากคนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดเดียวกัน ในเวลานั้น รถมือสองไม่แพงเท่าตอนนี้ ราคาจึงอยู่ที่ประมาณ 500,000 เยนเท่านั้น เมื่อเขาตรวจสอบราคาในตลาดปัจจุบัน เขาก็พบว่าราคาอาจสูงเกิน 2 ล้านเยนได้ ขึ้นอยู่กับสภาพของรถ ดังนั้นเขาจึงพูดได้ว่าตัวเองโชคดีมาก
คุณสมบัติของ Gemini ZZ รุ่นแรกนั้นแตกต่างกันเล็กน้อยในแต่ละรุ่น โดยรุ่น ZZ-T มาพร้อมระบบปรับอากาศและเครื่องเสียงรถยนต์สำหรับใช้งานทั่วไป รุ่น ZZ-L มาพร้อมอุปกรณ์หรูหราที่มากขึ้น และรุ่น ZZ-R ใช้เป็นพื้นฐานสำหรับการแข่งขันในฐานะรถสปอร์ตอย่างแท้จริง
รถที่นาย “Gemini mag” ซื้อมานั้นเป็นรุ่น ZZ-R ซึ่งเคยใช้เป็นรถแข่งจิมคานามาก่อน เมื่อดูจากด้านหน้าแล้ว ดูเหมือนจะเป็นรุ่นแรกๆ เพราะมีไฟหน้าทรงกลมสองดวง และเป็นปี 1982 ตามข้อมูลในอดีต รถเจมินีรุ่นแรกที่เปิดตัวในปี 1974 มีไฟหน้าทรงกลมสองดวง แต่เปลี่ยนเป็นไฟหน้าทรงสี่เหลี่ยมสองดวงในปี 1977
หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในปี 1979 เมื่อด้านหน้าเป็นแบบลาดเอียง รุ่นสปอร์ตเท่านั้นที่กลับมาใช้ไฟหน้าทรงกลมสองดวง แต่ในปี 1981 รถทุกคันเปลี่ยนมาใช้ไฟหน้าทรงสี่เหลี่ยมสองดวงที่ไม่เหมือนใคร ดังนั้น รถรุ่นปี 1982 ของคุณ "Gemini mag" จึงควรมีไฟหน้าทรงสี่เหลี่ยมสองดวง เมื่อผมถามเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาบอกผมว่าหน้ากากด้านหน้าถูกเปลี่ยนไปใช้แบบรุ่นก่อนหน้า
“รถเจมินีคันแรกที่ผมเห็นบนท้องถนนเป็นรุ่นแรกๆ ผมเลยกล้าที่จะเปลี่ยนกระจังหน้าเป็นกระจังหน้าของรุ่นแรกๆ และใช้ไฟหน้าแบบสองดวงทรงกลมตามสเปค”
คุณ “Gemini mag” เป็นเจ้าของรถ Gemini ถึงห้าคัน และรถคันที่เขารักและหวงแหนที่สุดนั้นเต็มไปด้วยชิ้นส่วนอื่นๆ ที่ผู้ชื่นชอบรถ Gemini อยากได้กันทั้งนั้น
รูปลักษณ์ภายนอกที่ดุดัน ซึ่งแฟนๆ ของ Gemini จะจำได้ดีนั้น มาพร้อมกับสปอยเลอร์สำหรับรถแข่งที่ผลิตโดย Speed ​​Garage G5 ซึ่งว่ากันว่าเป็นชิ้นส่วนแอโรไดนามิกเพียงชิ้นเดียวที่มีจำหน่ายในขณะนั้น นอกเหนือจากส่วนหน้าของรุ่นปีก่อนๆ นอกจากนี้ กระจกมองข้างยังเป็นกระจกมองข้างแท้จาก Opel “Cadet” ซึ่งเป็นรถรุ่นพี่น้องของ Gemini อีกด้วย
ไฟท้ายมีลักษณะคล้ายกับของ Mercedes-Benz 190 และเป็นรุ่นสำหรับตลาดออสเตรเลียของ Holden Gemini ชุดนี้ยังรวมถึงฝากระโปรงหน้าและแผงท้ายรถที่ได้รับการบูรณะใหม่ ซึ่งเจ้าของทำขึ้นเอง
เครื่องยนต์ได้รับการปรับแต่งให้ตรงตามข้อกำหนดมาตรฐานที่นิยมในขณะนั้น เครื่องยนต์มาตรฐาน 4 สูบเรียง DOHC ขนาด 1.8 ลิตร ถูกแทนที่ด้วยเครื่องยนต์ที่มีระบบระบายความร้อนด้วยน้ำมันเครื่องสำหรับรุ่นก่อนหน้า เนื่องจากมีปั๊มน้ำมันที่แข็งแรงกว่าและแรงดันน้ำมันสูงกว่า โดยใช้ลูกสูบจากเครื่องยนต์ G200W ของรุ่น “Piazza” เป็นพื้นฐาน และแปลงเครื่องยนต์ให้เป็นขนาด 2 ลิตร ฝาสูบยังได้รับการขัดเงา ปรับแต่งช่องไอดีไอเสีย และติดตั้งแคมเพลาข้อเหวี่ยงแบบยกสูง
ลิ้นปีกผีเสื้อมีขนาดใหญ่กว่าปกติ และใช้สำหรับรถแรลลี่รุ่นพิเศษจำนวนจำกัด ซึ่งมีประสิทธิภาพมากกว่า ระบบไอเสียเป็นท่อร่วมไอเสียแบบพิเศษ 4-2-1, ตัวแปลงไอเสียแบบแคตตาไลติกของ Piazza และท่อเก็บเสียง Fujitsubo RM-01
แม้ว่าจะเป็นไปได้ที่จะพัฒนาเครื่องยนต์ให้มีสมรรถนะสูงขึ้นผ่านการปรับแต่ง แต่คุณ “เจมินี แม็ก” กลับกล้าที่จะใช้วิธีการปรับแต่งมาตรฐานในยุคนั้น โดยให้คุณค่ากับความรู้สึกของยุคนั้น เขาชื่นชอบการดัดแปลงรถของเขาโดยใช้แนวทางของการใช้ชิ้นส่วนมือสอง
ปัจจุบัน เขากำลังติดใจกับการทำชิ้นส่วน FRP และกำลังเรียนรู้วิธีการทำ เขาเริ่มจากการบูรณะกันชนหน้าที่หาซื้อได้ยาก แต่เมื่อได้ลองทำแล้ว กระบวนการขึ้นรูปก็ดูน่าสนใจ และตอนนี้เขามีทักษะมากพอที่จะทำชิ้นส่วนต่างๆ ได้หลากหลาย เขาหวังว่าจะเก่งขึ้นไปอีกและสร้างชิ้นส่วนดั้งเดิมสำหรับรถ Gemini รุ่นแรก ซึ่งจะนำไปใช้ในการบูรณะด้วยเช่นกัน
คุณ “Gemini mag” มีรถ Gemini ZZ-R รุ่นแรกที่ได้รับการปรับแต่งอย่างบ้าคลั่ง และเขายังมีรถอีกคันที่กำลังบูรณะอยู่ ซึ่งเขากล่าวว่ากำลังได้รับการดัดแปลงให้มีสเปคการขับขี่ที่รุนแรงยิ่งขึ้น เราหวังว่าจะมีโอกาสได้สัมภาษณ์เขาอีกครั้ง

Z tunning         “ISUZU ALL-NEW 2.5 : UP GRADE“         อีกหนึ่งคันที่มาสวยๆ เรียบๆ เนี้ยบทุกจุด ISUZU ALL-NEW ของกำนัน...
09/03/2026

Z tunning
“ISUZU ALL-NEW 2.5 : UP GRADE“

อีกหนึ่งคันที่มาสวยๆ เรียบๆ เนี้ยบทุกจุด ISUZU ALL-NEW ของกำนันแบงค์ เจ้าของกิจการ กำนันแบงค์ SHOP ย่านดำเนินสะดวก ราชบุรี คันนี้จะออกแนวรถแข่ง ไล่เบา ด้วยเครื่องยนต์ 3.0 ลิตร จาก เม้งซัง ไทยแลนด์
จากที่ได้คุยกับกำนันแบงค์ ได้เล่าให้ทีมงานฟังว่า…ส่วนตัวใช้รถค่าย ISUZU มาหลายคันแล้ว ที่บ้านใช้ ISUZU มาทุกรุ่นแล้วครับ เป็นรถที่แต่งง่าย ทำแรงง่าย ประหยัดน้ำมัน เป็นกระบะยอดนิยม คันนี้เป็นรุ่น 4 ประตู ตัวเตี้ย ทำแข่ง ไล่เบาไปบางส่วน ฝากขอบคุณ เม้งซัง ไทยแลนด์ จัดห้องเครื่องได้อย่างสวยงาม รวมทั้งการโมดิฟายเครื่อง จูนกล่อง ช่วงล่าง ผมให้ทาง เม้งซัง ไทยแลนด์ เป็นผู้ดูแลทั้งหมด นอกจากคันนี้แล้ว ผมยังมีรถแข่งแดร็กอีกหนึ่งคัน CHEVROLET COLORADO ที่เรียกกันว่ารุ่นตาหวาน ลงแข่งในรุ่น PRO 50 ทำโดยช่างอัด ศาลายา คันนี้แข่งบ่อยครับ ทุกสนาม ได้รางวัลมาพอสมควรครับ ปีที่แล้วเคยทำเวลาไว้ดีสุด 10.4 วินาที ที่สนามบุรีรัมย์ ฝากติดตามผลงานการแข่ง และร้านกำนันแบงค์ SHOP ดำเนินสะดวก ของแต่งซิ่ง กล่องซิ่ง ของแต่งสวยงามอย่างไทเทเนียม สำหรับกระบะโดยเฉพาะ…

เครื่องยนต์คันนี้พื้นฐานจากเครื่อง 2.5 ลิตร 4JK ขยายใหม่เป็น 3.0 ลิตร เปลี่ยนลูกสูบ ก้านสูบ ข้อเหวี่ยงใหม่ เทอร์โบ 3.0 ลิตร ปาก 44 มม. กล่องควบคุม ECU=SHOP DIESEL MONSTER MAX ตกแต่งห้องเครื่องและจูนโดย เม้ง ซัง ไทยแลนด์ ส่วนระบบส่งกำลังเลือกใช้เกียร์ของรุ่น 3.0VGS ลูกใหญ่ ที่มีความทนทานกว่า แบบ 5 สปีด ส่วนช่วงล่าง เน้นแข่งเบรกไม่เน้นใหญ่ ล้อสวยและเบา ใช้ในการแข่งของ WELD RACING พร้อมยาง HOOSIER สำหรับคันนี้เพิ่งเสร็จใหม่ๆ ยังไม่เคยลองวิ่งเทสต์เวลา

TECH SPEC
ภายนอก
กันชนหน้า-กระจังหน้า-ไฟหน้า : ALL-NEW BLUE POWER
ฝากระโปรง : CARBON BY AKANA
กระจกมองข้าง : CRAFT SQUARE
ค้ำฝาท้าย : ไทเทเนียม : เม้งซัง ไทยแลนด์
ภายใน
พวงมาลัย : NARDI
เบาะ : KIRKEY
เกจ์วัด : DEFI + DEFI LINK DISPLAY
เกจ์วัด : AUTO METER
เกจ์วัด : ECU MONSTER GAUGE
กระจกมองหลัง : ZOOM ENGINEERING
ค้ำเสา C : ไทเทเนียม เม้งซัง ไทยแลนด์
เครื่องยนต์
เครื่องยนต์ : 4JK ขยายเป็น 3.0 ลิตร
แคมชาฟต์ : หนุ่ย&เป๋อ สุพรรณ
ลูกสูบ : OVER SIZE 75 (0.75 มม.)
ก้านสูบ : ECU=SHOP
ข้อเหวี่ยง : 3.0 ลิตร
เทอร์โบ : 3.0 ลิตร ปาก 44 มม.
เฮดเดอร์ : สเตนเลส+ไทเทเนียม เม้งซัง ไทยแลนด์
ท่อร่วมไอดี : เม้งซัง ไทยแลนด์
ท่อทางเดินไอดี : ไทเทเนียม เม้งซัง ไทยแลนด์
อินเตอร์คูลเลอร์ : BLITZ
หัวฉีด : BOSCH 901+
ตัวปรับแรงดันน้ำมันเชื้อเพลิง : SARD
ปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิง : BOSCH
หม้อน้ำ : เม้งซัง ไทยแลนด์
ตกแต่งห้องเครื่อง : ไทเทเนียม เม้งซัง ไทยแลนด์
กล่องควบคุม : ECU=SHOP DIESEL MONSTER MAX จูนโดย เม้งซัง ไทยแลนด์
ระบบส่งกำลัง
เกียร์ : 3.0 VGS แบบ 5 สปีด
คลัตช์ : มงคล คลัตช์
อัตราทดเฟืองท้าย : 2.9
ช่วงล่าง
โช้คหน้า-หลัง : SUNCHO SR9900
TRACTION BAR : เม้งซัง ไทยแลนด์
ล้อหน้า : WELD RACING ขนาด 15 นิ้ว
ยางหน้า-หลัง : HOOSIER PRO STREET ขนาด 26×7.50R15LT, 29×12.50R15LT

EXTRA ORDINARY
โอเวอร์ไซส์ ก็คือ “ขนาดใหญ่กว่ามาตรฐาน” สำหรับสายดีเซล จะนิยมพูดกันในอีกแบบอย่างที่ว่ามา เช่น “ลูกห้าสิบ ลูกเจ็ดห้า ลูกร้อย” จริงๆ แล้ว มันคือ “ไซส์ที่โตกว่าลูกสูบมาตรฐานโรงงาน” นั่นเองครับ โดยมีหน่วยเป็น “มิลลิเมตร” มีการเทียบขนาดดังนี้ Oversize 25 = 0.25 มม., Oversize 50 = 0.50 มม., Oversize 75 = 0.75 มม., Oversize 100 = 1.00 มม., Oversize 125 = 1.25 มม. (เรื่อง: อินทรภูมิ์ แสงดี)�รูปประกอบคอลัมน์

-เรื่อง : พงษ์พล จันทรักคะ
-ภาพ : ธัญญนนท์ แสงภู่

ที่อยู่

สุขุมวิท 55
Amphoe Bangkok Noi
10250

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 19:30
อังคาร 09:00 - 19:30
พุธ 09:00 - 19:30
พฤหัสบดี 09:00 - 19:30
ศุกร์ 09:00 - 18:30
เสาร์ 09:00 - 19:30

เบอร์โทรศัพท์

+66989684695

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Hardy Isuzuผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์