16/09/2026
🇹🇭 MEC แหลมฉบัง
จากฐานผลิตเครื่องยนต์ในประเทศไทย สู่หนึ่งในหัวใจสำคัญของ Mitsubishi Motors
หลายคนรู้ว่า Mitsubishi มีโรงงานผลิตรถยนต์ขนาดใหญ่ที่แหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี แต่สิ่งที่อาจไม่ค่อยมีใครพูดถึงคือ ที่นี่ไม่ได้มีเพียงสายการประกอบรถเท่านั้น
เพราะภายในฐานการผลิตแห่งนี้ยังมี MMTh Engine Co., Ltd. หรือ MEC โรงงานผลิตเครื่องยนต์ของ Mitsubishi Motors ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อทั้งรถที่ผลิตในประเทศไทยและเครือข่ายการผลิตของ Mitsubishi ในต่างประเทศ
จุดเริ่มต้นของฐานการผลิต Mitsubishi ในไทย
Mitsubishi เริ่มดำเนินธุรกิจในประเทศไทยตั้งแต่ปี 1961 และเริ่มผลิตรถยนต์ในประเทศไทยในเวลาต่อมา
ฐานการผลิตที่แหลมฉบังเริ่มมีบทบาทอย่างจริงจังเมื่อ โรงงานแหลมฉบังแห่งที่ 1 เปิดดำเนินการในปี 1992 ก่อนจะเปิดโรงงานแห่งที่ 2 ในปี 1996 โดยเน้นการผลิตรถกระบะขนาด 1 ตัน ซึ่งต่อมากลายเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ส่งออกสำคัญของ Mitsubishi จากประเทศไทย
MEC เกิดขึ้นเมื่อใด?
ข้อมูลตรงนี้มีรายละเอียดที่น่าสนใจ
เอกสารของ Mitsubishi Motors Corporation ระบุว่า ณ วันที่ 31 มีนาคม 2004 มีบริษัทผลิตเครื่องยนต์ในประเทศไทยตั้งอยู่ที่แหลมฉบังแล้ว โดยใช้ชื่อในเอกสารขณะนั้นว่า MSC Engine Co., Ltd. (MEC) และมีหน้าที่ผลิตเครื่องยนต์รถยนต์โดยตรง
ในเอกสารปี 2005 ชื่อได้ปรากฏเป็น MMTh Engine Co., Ltd. (MEC) ตั้งอยู่ที่แหลมฉบัง และมีหน้าที่ “Manufacture of automobile engines” เช่นเดิม
ขณะที่ประวัติอย่างเป็นทางการของ Mitsubishi Motors Thailand ระบุปี 2008 เป็นอีกจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อโรงงานเครื่องยนต์ได้รับการ ย้ายและขยายในนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง ภายใต้ชื่อ MMTh Engine Co., Ltd. หรือ MEC
ดังนั้นปี 2008 จึงควรมองว่าเป็นช่วงของ การปรับโครงสร้างและขยายฐานการผลิตเครื่องยนต์ที่แหลมฉบัง มากกว่าจะกล่าวว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการผลิตเครื่องยนต์ Mitsubishi ในประเทศไทยทั้งหมด
🏭 MEC วันนี้ผลิตได้มากกว่า 500,000 เครื่องต่อปี
ปัจจุบัน MEC ตั้งอยู่ที่
199/9 หมู่ 3 นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง
ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี
Mitsubishi Motors Thailand ระบุว่าโรงงานแห่งนี้สามารถผลิตทั้ง เครื่องยนต์เบนซินและดีเซลรวมประมาณ 502,000 เครื่องต่อปี
สิ่งสำคัญคือ เครื่องยนต์จาก MEC ไม่ได้ผลิตเพื่อป้อนให้รถ Mitsubishi ในประเทศไทยเพียงอย่างเดียว
เครื่องยนต์ส่วนหนึ่งยังถูก ส่งออกไปยัง Mitsubishi Motors Corporation ประเทศญี่ปุ่น อีกด้วย นั่นหมายความว่า MEC เป็นส่วนหนึ่งของ Supply Chain ระดับโลกของ Mitsubishi Motors ไม่ใช่เพียงโรงงานสำหรับตลาดไทย
🔧 จากเครื่องดีเซลยุคเก่า สู่ Hyper Power ยุคใหม่
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฐานการผลิตรถยนต์ไทยมีรถที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล Mitsubishi หลายตระกูล ตั้งแต่ 4D56, 4M41, 4N15 และมาถึงเครื่องยนต์เจเนอเรชันใหม่ในตระกูล Hyper Power
Mitsubishi ยืนยันว่า Triton และ Pajero Sport ที่ผลิตในประเทศไทยในแต่ละช่วงเวลาเคยใช้เครื่องยนต์ 4D56, 4M41 และ 4N15 ตามลำดับ
และในปี 2023 Mitsubishi Motors Thailand ได้เปิดสายการผลิตให้ลูกค้าเยี่ยมชมกระบวนการผลิต เครื่องยนต์คลีนดีเซล Hyper Power รุ่นใหม่สำหรับ All-New Triton ที่โรงงานเครื่องยนต์ในแหลมฉบัง แสดงให้เห็นว่า MEC ยังคงได้รับหน้าที่ผลิตเครื่องยนต์ดีเซลเจเนอเรชันใหม่ของบริษัทอย่างต่อเนื่อง
🌏 ทำไม MEC จึงมีความสำคัญต่อ Mitsubishi?
MEC ไม่ได้ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของ Manufacturing Complex ขนาดใหญ่ของ Mitsubishi ที่แหลมฉบัง
ปัจจุบันฐานการผลิตในประเทศไทยประกอบด้วย โรงงานประกอบรถยนต์ 3 แห่ง โรงงานเครื่องยนต์ 1 แห่ง โรงงานพ่นสี รวมถึงสนามทดสอบรถยนต์แห่งแรกของ Mitsubishi ที่อยู่นอกประเทศญี่ปุ่น
Mitsubishi Motors Corporation ระบุว่าประเทศไทยเป็น ฐานการผลิตของ Mitsubishi Motors ที่ใหญ่ที่สุดนอกประเทศญี่ปุ่น และรถจากประเทศไทยถูกส่งออกไปมากกว่า 120 ประเทศทั่วโลก
ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2026 Mitsubishi Motors Corporation ยังคงระบุ MMTh Engine Co., Ltd. ประเทศไทย เป็นฐานการผลิตเครื่องยนต์รถยนต์โดยตรงของบริษัท
🇹🇭 มากกว่าแค่ “ประกอบในประเทศไทย”
เรื่องของ MEC จึงทำให้เห็นภาพอีกด้านหนึ่งของอุตสาหกรรม Mitsubishi ในประเทศไทย
ไทยไม่ได้ทำหน้าที่เพียงนำชิ้นส่วนมาประกอบเป็นรถแล้วส่งออก แต่มีความสามารถตั้งแต่ การผลิตเครื่องยนต์ การประกอบรถ การพ่นสี การทดสอบ และการส่งออก อยู่ในระบบการผลิตเดียวกัน
จากฐานผลิตรถที่เริ่มเติบโตในแหลมฉบังช่วงต้นทศวรรษ 1990 วันนี้พื้นที่แห่งเดียวกันได้พัฒนาเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการผลิตสำคัญที่สุดของ Mitsubishi Motors ทั่วโลก
และหนึ่งในหัวใจของระบบนั้นก็คือ
MMTh Engine Co., Ltd. – MEC
โรงงานเครื่องยนต์ Mitsubishi ที่แหลมฉบัง ประเทศไทย 🇹🇭
จากเครื่องยนต์สำหรับรถกระบะและ PPV ในอดีต
จนถึงเครื่องยนต์ดีเซล Hyper Power เจเนอเรชันใหม่
นี่คืออีกหนึ่งส่วนของเรื่องราว “Made in Thailand” ที่มีความหมายมากกว่าคำว่าประกอบในประเทศไทย