Thai Testdrive ฟิลลิ่งการขับขี่ของรถยนต์รุ่นใหม่-รถไฟฟ้ารุ่นใหม่ได้ขับแล้วเป็นอย่างไร?

FM 102.0 MHz : รายการ ขับจริงลองจริงกับเล็กมนต์ชัย ทุกวันเสาร์ เวลา 15.10-16.00 น. หรือฟ้งออนไลน์ผ่าน App และฟังได้ที่ื 102Radio.net

TikTok : Thai Testdrive
YouTube : Thai Testdrive

[EV CAR] LEPAS L6 🇨🇳 สุดยอด SUV ไฟฟ้าภายใต้เชอรี กรุ๊ป เทคโนโลยีคุณภาพระดับโลกผู้นิยามมาตรฐานใหม่แห่งการเดินทางอันสง่างา...
21/05/2026

[EV CAR] LEPAS L6 🇨🇳 สุดยอด SUV ไฟฟ้าภายใต้เชอรี กรุ๊ป เทคโนโลยีคุณภาพระดับโลก
ผู้นิยามมาตรฐานใหม่แห่งการเดินทางอันสง่างาม ด้วยอัจฉริยภาพอันประณีต

ท่ามกลางโลกยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยความรวดเร็ว “ความสง่างาม” กลายเป็นคุณค่าที่โดดเด่นยิ่งกว่าที่เคย สำหรับผู้ขับขี่ในเมืองกลายเป็นคุณสมบัติที่หาได้ยากยิ่งขึ้นในการเดินทาง สำหรับผู้ขับขี่ในเมืองและยุคปัจจุบัน รถยนต์ไม่ได้เป็นเพียงพาหนะสำหรับการเดินทาง แต่เป็นส่วนขยายของรสนิยมส่วนตัว เป็นพื้นที่อัจฉริยะอันประณีตที่เคลื่อนไหวได้ และเป็นเพื่อนคู่ใจที่เชื่อถือได้สำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวัน

LEPAS L6 Premium SUV ไฟฟ้าภายใต้ CHERY Group (เชอรี กรุ๊ป) ได้รับการพัฒนาขึ้นในฐานะ “A Global High-Quality Tech SUV” ที่ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับงานออกแบบระดับพรีเมียมอย่างลงตัว พร้อมมอบประสบการณ์การเดินทางที่สงบนิ่ง นุ่มนวล และเหนือระดับ สำหรับคนเมืองที่มองหาความสมดุลระหว่างความหรูหราและนวัตกรรม โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก “เสือดาว” (Leopard Aesthetics) ซึ่งถ่ายทอดความงดงามที่ผสานพลังและความสง่างามเข้าไว้ด้วยกันอย่างมีเอกลักษณ์

ไฟหน้า LED ดีไซน์ “Predator Eyes” ช่วยเสริมบุคลิกที่ล้ำสมัยและโดดเด่น ขณะที่ตัวถังแบบ Low-Slung Wide-Body สร้างภาพลักษณ์ที่ทรงพลัง สปอร์ต และโฉบเฉี่ยวเหนือระดับ ด้วยค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศต่ำเพียง 0.27 Cd ผสานกับไฟท้ายดีไซน์พรีเมียมและล้ออัลลอยสไตล์สปอร์ต LEPAS L6 จึงมอบทั้งประสิทธิภาพการขับขี่และความโดดเด่นทางดีไซน์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ภายในห้องโดยสารได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ถ่ายทอดสุนทรียะแห่งความเรียบหรูผ่านพื้นที่อันประณีต (Exquisite Space) พร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับการใช้งานในชีวิตประจำวัน หน้าจอแสดงผลแบบ Waterfall Screen ขนาด 13.2 นิ้ว ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล 8155 มอบประสบการณ์การใช้งานที่รวดเร็ว ลื่นไหล ดุจสมาร์ทโฟน

ด้านความปลอดภัย LEPAS L6 มาพร้อมระบบความปลอดภัยเชิงรุกและระบบป้องกันอัจฉริยะรอบคัน รวมถึงระบบตัดกระแสไฟระดับมิลลิวินาทีเมื่อเกิดการชน ระบบระบายแรงดันแบตเตอรี่แบบกำหนดทิศทาง และมาตรฐานความปลอดภัยแบตเตอรี่ระดับสูง ทำงานร่วมกันเพื่อลดความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง ทำให้ความปลอดภัยไม่ใช่เพียงคำมั่นสัญญา แต่เป็นเพื่อนคู่กายที่อุ่นใจและคงที่ เพื่อสร้างความมั่นใจในทุกเส้นทาง

ในฐานะรถ SUV ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานในเมือง LEPAS L6 แสดงให้เห็นถึงความสามารถของพื้นที่อันประณีต (Exquisite Space) ที่เน้นไลฟ์สไตล์มากยิ่งขึ้น สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม LEX (Next-generation Intelligent Platform) ที่รองรับทั้งเครื่องยนต์สันดาป (ICE), Plug-in Hybrid (PHEV) และไฟฟ้า 100% (BEV) มาพร้อมระยะฐานล้อยาวถึง 2,700 มม. ด้วยพื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวางเสมือน “Mobile Grand Living Room” มอบการนั่งที่ผ่อนคลายและสบาย รองรับทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในเมืองได้อย่างลงตัว

ด้วยพื้นที่จัดเก็บอเนกประสงค์ถึง 39 จุดตลอดทั้งคัน พร้อมดีไซน์ห้องเก็บสัมภาระแบบหลายชั้น และช่องเก็บใต้พื้นขนาด 99 ลิตร สามารถจัดเก็บสัมภาระส่วนตัว อุปกรณ์กลางแจ้ง และกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ได้อย่างเป็นระเบียบ ด้วยการจัดวางยางอะไหล่ที่ด้านหน้ายังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของห้องเก็บสัมภาระ และเพิ่มความจุสัมภาระให้สูงสุด

ด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่นุ่มนวล เงียบสงบ ประสิทธิภาพพลังงานที่ยอดเยี่ยม และระบบจัดการบรรยากาศภายในห้องโดยสารอัจฉริยะ และโหมดการทำงานต่าง ๆ เชื่อมโยงกันอย่างชาญฉลาด ทำให้ห้องโดยสารไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับการเดินทาง แต่เป็นส่วนต่อขยายอันสง่างามของชีวิตประจำวัน

​ในฐานะรถ SUV เทคโนโลยีคุณภาพระดับโลก LEPAS L6 มาพร้อมนิยามมาตรฐานใหม่ของ SUV พลังงานไฟฟ้า ที่ผสานดีไซน์ เทคโนโลยี และคุณภาพชีวิตเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อทุกการเดินทางที่สง่างามในทุกวัน
วันนี้ LEPAS L6 Premium SUV จึงไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์ไฟฟ้า แต่คือพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตที่สะท้อนความสง่างามของคนเมืองยุคใหม่อย่างแท้จริง

[EV CAR] The all-new Mercedes-AMG GT 63 4-Door Coupé, 2026 มาแล้ว รถสปอร์ตไฟฟ้า 100% สมรรถนะสูง 🇩🇪  หัวใจจะวาย วิ่งออกตั...
21/05/2026

[EV CAR] The all-new Mercedes-AMG GT 63 4-Door Coupé, 2026 มาแล้ว รถสปอร์ตไฟฟ้า 100% สมรรถนะสูง 🇩🇪 หัวใจจะวาย วิ่งออกตัว 0-100 กม./ชม. 2.1 วินาที วิ่ง 0-200 กม./ชม. 6.3 วินาที กำลัง 1,169 แรงม้า PS แรงบิด 2,000 นิวตัน-เมตร | Cd 0.22 น้ำหนักรถ 2,460 กิโลกรัม วิ่งได้เร็ว 300 กม./ชม. (Driver Package)

The new Mercedes-AMG GT 4-Door Coupé: Revolutionary performance. Maximum intensity.

Unique drivetrain concept with three axial flux motors: The new 4-Door Coupé delivers up to 860 kW (1,169 hp) peak power

Sprint performance over marathon distances: Formula 1-based 800-volt battery with directly cooled cylindrical cells ensures fast, repeatable, and sustained power delivery

Future-proof charging performance: Recharge more than 460 kilometres (WLTP) in just 10 minutes with 600 kW1

Thrilling driving experience: Customisable driving dynamics and distinctive V8 experience ensure thrilling emotion

Maximum spread: AMG ACTIVE RIDE CONTROL suspension with semi-active roll stabilisation enables highly dynamic sports car handling and long-distance comfort

Intelligent aerodynamics: Active AEROKINETICS system maximises downforce and driving stability for even greater agility

Expressive-athletic design: Taut proportions and a sporty, distinctive interior underscore the highly dynamic character

Mercedes‑AMG GT 63 4-Door Coupé
combined energy consumption 21.0-17.9 kWh/100 km | combined CO₂ emissions 0 g/km | CO₂ class: A

[NEW CAR] Rolls-Royce 🇬🇧 โรลส์-รอยซ์ นำเสนอ ‘โปรเจ็กต์ ไนติงเกล’ ยนตรกรรมระดับ COACHBUILD COLLECTION ผลิตจำกัด 100 คันทั...
15/05/2026

[NEW CAR] Rolls-Royce 🇬🇧 โรลส์-รอยซ์ นำเสนอ ‘โปรเจ็กต์ ไนติงเกล’ ยนตรกรรมระดับ COACHBUILD COLLECTION ผลิตจำกัด 100 คันทั่วโลก

• โปรเจ็กต์ ไนติงเกล (Project Nightingale) เป็นอัครยนตรกรรมผลิตพิเศษ (Coachbuild Collection)
รุ่นแรก
• ชื่อมีที่มาจาก ‘เลอ รอสซีญอล’ (Le Rossignol) มีความหมายว่า ไนติงเกล เป็นชื่อของบ้านนักออกแบบ
ภายในที่ดินของ เฮนรี่ รอยซ์ ใน เฟรนช์ริเวียร่า
• ได้แรงบันดาลใจจาก โรลส์-รอยซ์ ‘EX’ ที่ใช้ในการทดสอบความเร็ว ช่วงต้นพุทธทศวรรษ 2460 (1920s)
• โครงสร้างตัวถังอะลูมิเนียม ‘Architecture of Luxury’
• ความงามแบบเสาหินที่เรียบหรู ได้แรงบันดาลใจจากการออกแบบสไตล์ ‘Streamline Moderne’
• รถคันนี้เป็นต้นแบบก่อนผลิตจริง (Production concept) โดยการทดสอบทั่วโลกจะเริ่มขึ้นช่วง
ฤดูร้อนของยุโรปปีนี้
• เปิดให้จองเฉพาะลูกค้าที่ได้รับเลือก ซึ่งมีความผูกพันอย่างลึกซึ้งกับดีไซน์ของ โรลส์-รอยซ์
• ผลิตจำกัด 100 คันทั่วโลก เริ่มส่งมอบช่วงปีพ.ศ. 2571 เป็นต้นไป

“เมิ่อลูกค้า โรลส์-รอยซ์ ขอให้เราสร้างสรรค์ผลงานสุดทะเยอทะยาน เราจึงตอบสนองด้วยการผสมผสานสามสิ่งที่ไม่เคยอยู่ร่วมกันในแบรนด์ของเรา คือ อิสระในการออกแบบตัวถังพิเศษ (Coachbuilding), ระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วนอันสงบเงียบแต่ทรงพลัง และสุนทรียะแห่งการขับรถเปิดประทุน ซึ่งการบรรลุเป้าหมาย ต้องใช้ทัศนคติที่กล้าหาญ แบบเดียวกับที่ผลักดันให้
เซอร์ เฮนรี่ รอยซ์ สรรสร้างรถทดสอบ ‘EX’ ที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงช่วงต้นพุทธทศวรรษ 2460 ส่งผลให้ โปรเจกต์ ไนติงเกล เป็นการแสดงออกที่หรูหราที่สุด ถึงสิ่งที่ โรลส์-รอยซ์ สามารถทำได้ในปัจจุบัน”
คริส บราวน์ริดจ์, ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส

“โปรเจกต์ ไนติงเกล สร้างขึ้นบนหลักการออกแบบ ที่นิยามความเป็นแบรนด์นี้ได้อย่างน่าดึงดูดใจที่สุด ไม่ว่าจะเป็นห้องโดยสารที่โอ่อ่า ความเป็นระเบียบของพื้นผิวที่สมบูรณ์แบบ และความชัดเจนของเส้นสายที่ควรค่าแก่การพิจารณาอย่างใกล้ชิด ยิ่งไปกว่านั้น ยังนับเป็นการนำหลักการไปพัฒนาสู่สิ่งใหม่ สำหรับผม ยนตรกรรมคันนี้เสมือนเป็นนิยามของสิ่งที่คาดไม่ถึง รวมถึงเป็นผู้กำหนดทิศทางของทุกสิ่งที่ตามมา”
โดมากอต ดูเค็ค, ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบ โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส

•ลู่ลม รวดเร็ว แต่หนักแน่นดุจเสาหิน
ตัวถังสีฟ้าอ่อน ผสมเกล็ดสีแดงละเอียด เป็นการรำลึกถึงโลโก้สีแดงของรถรุ่น 'EX' ในอดีต
ได้รับการออกแบบโดยผู้ที่หลงใหลในพื้นผิว ซึ่งผ่านการขัดเกลาอย่างไร้ที่ติ ผสานมนต์เสน่ห์
ของตัวถังเปิดประทุนที่ดูลื่นไหลและสง่างาม ได้แรงบันดาลใจจากหลักการออกแบบ Streamline Moderne จากปลายยุค อาร์ต เดโค่ ขณะที่อีกหนึ่งแรงบันดาลใจ คือ รถทดสอบรุ่น ‘16EX’ และ ‘17EX’ ที่ได้นำเส้นสายจากรุ่น แฟนธอม (Phantom) มาผลิตเป็นตัวถังอะลูมิเนียม และสามารถสร้างสถิติความเร็วได้สูงกว่า 145 กิเลมตรต่อชั่วโมง

โปรเจ็กต์ ไนติงเกล ตัวถังยาว 5.76 เมตร ใกล้เคียงกับรุ่น แฟนธอม มุมมองด้านหน้าใหญ่อลังการ เนื่องจากไม่ต้องมีช่องรับอากาศขนาดใหญ่เหมือนรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์ นักออกแบบจึงสามารถสร้างพื้นผิวที่ต่อเนื่องระหว่างตัวถังซ้าย-ขวาและกระจังหน้าแพนธิออน โดยขอบกระจังกว้างเกือบหนึ่งเมตร แกะสลักจากโลหะชิ้นเดียว พร้อม 24 ซี่กระจัง ส่วนสัญลักษณ์ สปิริต ออฟ เอ็กสตาซี (Spirit of Ecstasy) ติดตั้งอยู่ด้านบน ให้ความรู้สึกลื่นไหล ราวกับกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว

ไฟหน้าแนวตั้งทรงเรียวยาว เสริมด้วยแถบโลหะปัดเงา พาดผ่านตัวถังจากไฟหน้าถึงไฟท้าย ด้านข้าง ผลกระทบของการออกแบบทรงตอร์ปิโดที่เน้นผู้ขับจะปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนฝากระโปรงหน้ากว้างนำไปสู่กระจกบังลมที่ลาดเอียง เสริมด้วยกระจกหน้าต่างสามเหลี่ยม (Quarterlight window) อันละเอียดอ่อน ได้รับแรงบันดาลใจจากรุ่น แฟนธอม ดรอปเฮด คูเป้ (Phantom Drophead Coupé)

เส้นตัวถังวิ่งต่อเนื่องจากหน้าสู่หลัง ได้รับแรงบันดาลใจจากเส้นแบ่งระหว่างตัวเรือและโครงสร้างส่วนบนของเรือยอทช์ การตั้งเส้นนี้ไว้สูงทำให้เกิดความรู้สึกเหมือนถูกโอบล้อมเข้าไปในรถ
ส่วนที่พักเท้าผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์ ได้รับแรงบันดาลใจจากบันไดข้างของ โรลส์-รอยซ์ ในอดีต ขณะที่ล้อขนาด 24 นิ้ว ใหญ่สุดเท่าที่เคยติดตั้งใน โรลส์-รอยซ์ ชวนให้นึกถึงใบพัดของเรือยอทช์ที่กำลังหมุนอยู่ใต้น้ำ ด้านหลัง โป่งซุ้มล้อที่ผายออก สร้างความรู้สึกแข็งแกร่งและมั่นคง
ฝากระโปรงท้ายเปิดออกด้านข้างด้วยกลไกคานเหวี่ยง (Cantilever) ลักษณะเดียวกับแกรนด์เปียโน ปิดท้ายความอลังการด้วยดิฟฟิวเซอร์ที่ผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์ชิ้นเดียว ช่วยเพิ่มเสถียรภาพ
ช่วงความเร็วสูง

•เปลี่ยนลุคได้ตามใจ เลือกได้เพียงกดปุ่ม
ห้องโดยสารโทนสีฟ้า ‘Charles Blue’ ตัดกับสีขาว ‘Grace White’ แซมด้วยสีชมพู ‘Peony Pink’
ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากดอกไม้ป่าริมชายฝั่งริเวียร่า เมื่อเปิดหลังคา ยนตรกรรมคันนี้กลายเป็นยานพาหนะแห่งการเดินทางที่เงียบสงบ แต่เมื่อหลังคาที่ทำจากผ้าแคชเมียร์ (Cashmere) ปิดลง ภาพลักษณ์จะเปลี่ยนไปเป็นรถคูเป้ที่ดูสง่างาม ภายใต้ประสบการณ์ขับที่เงียบสงบ ผสานเสียงธรรมชาติที่เพิ่มความโรแมนติก เช่น เสียงหยดน้ำฝนบนผ้าใบ เสียงคลื่น เสียงลมผ่านต้นไม้หรือเสียงนกร้อง พร้อมแสงสว่างจากดวงดาวแอลอีดี 10,500 ดวง โดยใช้รูปแบบของแสงสว่างจากคลื่นเสียงของนกไนติงเกล และเมื่อเปิดประตู ที่พักแขนก็เลื่อนไปด้านหลังโดยอัตโนมัติ
เผยให้เห็นปุ่มควบคุมที่ทำจากโลหะที่ผิวสัมผัสเป็นเลิศ

•ความสง่างามทางวิศวกรรมและมรดกตกทอด
ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ซึ่งความเงียบและการถ่ายทอดกำลังที่นุ่มนวล เป็นการตอกย้ำถึงแก่นแท้ของยนตรกรรม โรลส์-รอยซ์ ที่ยาวนานกว่าศตวรรษ และเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราว Coachbuild Collection ผสมผสานจิตวิญญาณของนักทดสอบอย่าง เฮนรี่ รอยซ์ รวมถึงความหรูหราของยุค อาร์ต เดโค่ ผลิตด้วยมือของวิศวกรชั้นเลิศที่ Home of Rolls-Royce ที่เมืองกู้ดวูด
จำกัดเพียง 100 คันทั่วโลก สะท้อนคุณค่าของยนตรกรรมที่ผ่านการรังสรรค์มาอย่างลึกซึ้งนับเป็นประสบการณ์เหนือระดับ ที่สัมผัสได้เฉพาะในรถยนต์ โรลส์-รอยซ์

[NEW CAR] MICHELIN 🇹🇭 มิชลิน แนะวิธีเลือกใช้ยางเพื่อประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง สำหรับรถยนต์สันดาปและเพิ่มระยะทางวิ่งสำหรับร...
15/05/2026

[NEW CAR] MICHELIN 🇹🇭 มิชลิน แนะวิธีเลือกใช้ยางเพื่อประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง สำหรับรถยนต์สันดาปและเพิ่มระยะทางวิ่งสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า

เพื่อรับมือกับราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ‘มิชลิน’ ผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยียางล้อระดับโลก ได้ชี้ให้เห็นว่ายางรถยนต์มีบทบาทสำคัญต่อประสิทธิภาพการใช้พลังงาน พร้อมทั้งแนะแนวทางในการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์สันดาปและเพิ่มระยะทางขับขี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า

ทั้งนี้ ยางรถยนต์รุ่นใหม่ส่งผลต่ออัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงมากกว่าที่ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่คาดคิด แนวทางประหยัดพลังงานของมิชลินสะท้อนอยู่ในปรัชญาองค์กร MICHELIN Total Performance ที่มุ่งพัฒนายางให้มีสมรรถนะสูงทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นสมรรถนะ ความปลอดภัย อายุการใช้งาน และประสิทธิภาพการใช้พลังงาน

ลดการสิ้นเปลืองพลังงานด้วยยางที่มีแรงต้านการหมุนของล้อต่ำ
รถยนต์ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง 20-30% ไปเพื่อเอาชนะแรงต้านทานการหมุนของล้อ ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนรูปของยางขณะสัมผัสพื้นถนน หากยางมีแรงต้านทานการหมุนสูง เครื่องยนต์จำเป็นต้องทำงานหนักขึ้นและเผาผลาญเชื้อเพลิงมากขึ้นเพื่อให้รถยนต์เคลื่อนที่ ยางแต่ละรุ่นมีอัตราความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงแตกต่างกัน โดยฉลากยางของสหภาพยุโรป (EU Tire Label) ได้จัดระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (Efficiency Ratings) เอาไว้อย่างชัดเจน ตั้งแต่ A (ประสิทธิภาพสูงสุด) ไปจนถึง E (ประสิทธิภาพต่ำสุด) ความแตกต่างระหว่างแต่ละระดับอาจทำให้รถสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นได้ถึง 7.5% หรือเทียบเท่า 0.5 ลิตรต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร [อ้างอิงการใช้เชื้อเพลิงเฉลี่ย 7 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร]

ยางพรีเมียมรุ่นใหม่ของมิชลินแสดงให้เห็นว่าสามารถผสานคุณสมบัติที่เหนือกว่าในด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ความปลอดภัย และความสบายขณะขับขี่ เข้าด้วยกันได้ในหนึ่งเดียว โดยไม่เพียงช่วยประหยัดเชื้อเพลิง แต่ยังให้สมรรถนะการยึดเกาะที่เป็นเยี่ยมและอายุการใช้งานที่ยาวนานร่วมด้วย ยกตัวอย่างเช่น ยางที่เปิดตัวล่าสุด ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 5 เอนเนอจี’ (MICHELIN Primacy 5 energy) ได้รับมาตรฐานสูงสุดจากยุโรประดับ AAA โดยได้ A ในด้านการลดเสียงรบกวนจากภายนอก, สมรรถนะการยึดเกาะบนถนนเปียก และแรงต้านทานการหมุน ทั้งยังมีอายุใช้งานยาวนานเหนือกว่า จึงให้ระยะทางวิ่งมากขึ้น ไม่ว่าจะใช้งานกับรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์เชื้อเพลิงหรือรถยนต์ไฟฟ้า ขณะที่ยาง ‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต 5 เอนเนอจี’ (MICHELIN Pilot Sport 5 energy) ได้รับมาตรฐานระดับ AA สำหรับสมรรถนะการยึดเกาะบนถนนเปียกและประสิทธิภาพการใช้พลังงาน โดยไม่เพียงตอบสนองต่อการควบคุมได้อย่างแม่นยำฉับไวและให้ประสบการณ์ขับขี่ที่เหนือชั้น แต่ยังประหยัดพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประหยัดค่าใช้จ่ายด้วยการลดความถี่ในการเติมน้ำมันและชาร์จแบตเตอรี่
ด้วยนวัตกรรมยางรุ่นล่าสุดของมิชลิน โดยเฉพาะยาง ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 5 เอนเนอจี’ และยาง ‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต 5 เอนเนอจี’ ซึ่งฉลากยางของสหภาพยุโรปจัดอันดับให้อยู่ในระดับ A ด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ผู้ขับขี่สามารถลดการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงได้สูงสุดถึง 6% (ราว 0.3 ลิตรต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร) สำหรับรถยนต์ไฟฟ้ายางทั้งสองรุ่นดังกล่าวยังช่วยเพิ่มระยะทางการขับขี่ได้มากถึง 10% เมื่อเทียบกับยางระดับ C นอกจากนี้ ในการทดสอบอิสระซึ่งจัดทำโดย DEKRA ยังพบว่า ยาง ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 5 เอนเนอจี’ ซึ่งได้รับรางวัล “ยางแห่งปี” (Tire of the Year) ในงานแสดงเทคโนโลยียางรถยนต์ Tire Technology Expo ประจำปี 2569 ณ เมืองฮันโนเวอร์ ประเทศเยอรมนี ให้ประสิทธิภาพด้านระยะทางวิ่งสูงสุดเหนือกว่ายางคู่แข่งชั้นนำในกลุ่มประเภทเดียวกันได้ถึง 40%

เคล็ดลับการขับขี่แบบประหยัดเชื้อเพลิง
แม้การเลือกยางจะเป็นปัจจัยสำคัญในการประหยัดค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันเชื้อเพลิง แต่ยังมีวิธีอื่นที่ช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยเช่นกัน ได้แก่
• รักษาระดับความดันลมยางให้เหมาะสม: หากลมยางต่ำกว่าค่ามาตรฐานเพียง 0.5 บาร์ จะทำให้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น ดังนั้นจึงควรตรวจสอบระดับแรงดันลมยางอย่างน้อยเดือนละครั้งขณะที่ยางเย็นตัว
• ขับรถด้วยความเร็วปานกลาง: การรักษาความเร็วสม่ำเสมอที่ประมาณ 80-90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นช่วงความเร็วที่เครื่องยนต์เผาไหม้เชื้อเพลิงได้คุ้มค่ามากที่สุด สามารถลดการใช้เชื้อเพลิงได้มากถึง 25%
• ขับอย่างนุ่มนวล: ประหยัดเชื้อเพลิงได้โดยหลีกเลี่ยงการเหยียบคันเร่งแบบกระชาก, เปลี่ยนเกียร์ให้สัมพันธ์กับรอบเครื่องยนต์ และชะลอรถล่วงหน้าเมื่อเห็นสัญญาณไฟจราจร
• ลดน้ำหนักบรรทุกที่ไม่จำเป็น: นำสัมภาระที่ไม่จำเป็นออกจากรถเพื่อลดภาระเครื่องยนต์ เพราะน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 25 กิโลกรัม จะทำให้ประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงลดลงราว 1% โดยมีผลกระทบมากขึ้นในรถยนต์ขนาดเล็ก

มิชลินขอเชิญชวนผู้ขับขี่ทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการฟันฝ่าวิกฤติพลังงานที่กำลังดำเนินอยู่ ด้วยการเลือกใช้ยางที่เหมาะสม ดูแลรักษายางอย่างถูกวิธี และขับขี่อย่างชาญฉลาด ซึ่งไม่เพียงช่วยให้ผู้ขับขี่ประหยัดค่าใช้จ่ายสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงโดยยังคงความปลอดภัยและความเพลิดเพลินในการขับขี่เอาไว้ได้ แต่ยังมีส่วนช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจเพื่อให้ประเทศผ่านพ้นวิกฤติราคาและภาวะขาดแคลนพลังงานไปได้ด้วยดี

[SPORTS] TOYOTA 🇯🇵 🇹🇭 โตโยต้า ร่วมสร้างประวัติศาสตร์แบดมินตันระดับนานาชาติ“TOYOTA Thailand Open 2026”ชิงถ้วยพระราชทานพระ...
08/05/2026

[SPORTS] TOYOTA 🇯🇵 🇹🇭 โตโยต้า ร่วมสร้างประวัติศาสตร์แบดมินตันระดับนานาชาติ
“TOYOTA Thailand Open 2026”
ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ร่วมส่งกำลังใจเชียร์ทัพนักแบดมินตันไทยคว้าชัยโอลิมปิก

นายณัทธร ศรีนิเวศน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วย คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการโอลิมปิกสากล รองประธานสหพันธ์แบดมินตันโลก นายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ พลอากาศเอก มณฑล สัชฌุกร นายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ คุณอังศุรัสมิ์ ฤกษ์ถวิลชัย ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารสายงานธุรกิจตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย Mr. Bill Chen ประธาน บริษัท วิคเตอร์ แร็กเก็ตส์ อินดัสทรี คอร์เปอเรชั่น จำกัด ร่วมแถลงข่าวจัดการแข่งขันแบดมินตันระดับนานาชาติ รายการ “TOYOTA Thailand Open 2026” การแข่งขันในระดับ HSBC BWF World Tour Super 500 ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรมอโนมาแกรนด์ กรุงเทพฯ

​นายณัทธร ศรีนิเวศน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวในการแถลงข่าวว่า “ในนามของบริษัทฯ มีความยินดีและภาคภูมิใจที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและพัฒนาวงการกีฬาแบดมินตัน ร่วมกับสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์อย่างต่อเนื่อง โดยการแข่งขันรายการนี้นอกจากจะเป็นการแข่งขันระดับเวิร์ลด์ทัวร์ ซูเปอร์ 500 ซึ่งเป็นรายการใหญ่โดยจะมีนักกีฬายอดฝีมืออันดับต้นๆ ของโลกรวมทั้งนักกีฬาดาวรุ่งรุ่นใหม่ที่กำลังเป็นทีน่าจับตามองมาร่วมชิงชัยให้กับแฟนแบดมินตันชาวไทยได้สัมผัสอย่างไกล้ชิดถึงในประเทศไทย

โตโยต้าเชื่อมั่นว่าการจัดการแข่งขันในประเทศไทยครั้งนี้ จะเปิดโอกาสให้นักกีฬาไทยได้แสดงศักยภาพและสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยม พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนไทยให้หันมาสนใจเล่นกีฬาแบดมินตันให้มากยิ่งขึ้น โดยทำการแข่งขันระหว่างวันที่ 12 -17 พฤษภาคมนี้ ณ อาคารกีฬานิมิบุตร สถามกีฬาแห่งชาติ ปทุมวัน กรุงเทพฯ

ขอเชิญชวนแฟนกีฬาชาวไทย!
มารวมพลังเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ร่วมชมและเชียร์ติดขอบสนามเพื่อเป็นกำลังใจให้ทัพนักแบดมินตันไทยคว้าชัยชนะในบ้าน และสะสมคะแนนก้าวสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่อย่างโอลิมปิกเกมส์... เพราะทุกเสียงเชียร์คือพลังขับเคลื่อนที่สำคัญที่สุดบนเส้นทางสู่ชัยชนะ"

“โตโยต้า ร่วมขับเคลื่อนอนาคต”

[NEW CAR] HONDA 🇯🇵 ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ ! สะท้อนตัวตนที่แตกต่างในรุ่น e:HEV RSอัปลุคความสปอร์ตพรีเมียม ด้วยสี...
08/05/2026

[NEW CAR] HONDA 🇯🇵 ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ ! สะท้อนตัวตนที่แตกต่างในรุ่น e:HEV RS
อัปลุคความสปอร์ตพรีเมียม ด้วยสีภายนอกใหม่ ! สีเทาเออร์เบิน และใหม่ ! ภายในห้องโดยสารสีขาว
มาพร้อมแคมเปญพิเศษ “คุ้มไม่ไหว ฮีลใจแบบสุด”
รับสิทธิพิเศษมูลค่า 90,000 บาท หรือเลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 0%
ฟรีประกันภัย 1 ปี พร้อมบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 20,000 บาท

(กรุงเทพฯ – 8 พฤษภาคม 2569) บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ยกระดับนิยามแห่งความสมบูรณ์แบบไปอีกขั้นกับ ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ สปอร์ตพรีเมียมแฟลกชิปซีดาน อัปลุคเพื่อสะท้อนตัวตนที่แตกต่างในรุ่น e:HEV RS
● ทางเลือกใหม่ ! สีภายนอก สีเทาเออร์เบิน (มุก) เพิ่มความโดดเด่นลุคสปอร์ตพรีเมียม มีเอกลักษณ์
ในทุกมุมมอง
● สัมผัสฟีลลิ่งความสปอร์ตพรีเมียม ใหม่ ! ภายในห้องโดยสารสีขาว การตกแต่งเบาะนั่ง แผงประตู และแผงหน้าปัด ยกระดับบรรยากาศภายในห้องโดยสาร ให้มีความโปร่งโล่ง สบายตา และพรีเมียมยิ่งขึ้น โดยสามารถเลือกแมตช์คู่สีทั้งภายนอกและภายในตามสไตล์ที่คุณชื่นชอบ เพื่อกำหนดนิยามความสปอร์ตพรีเมียมอย่างไร้ขีดจำกัด
● ทุกรุ่นย่อยมาพร้อมโลโก้ H Mark ใหม่ ในโทนสีโมโนโครมเงินและดำ
ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ ผสานความโดดเด่นของดีไซน์ เทคโนโลยี และสมรรถนะการขับขี่อย่างลงตัวมาพร้อมขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ทรงพลัง นุ่มนวล และตอบสนองได้อย่างเป็นธรรมชาติ สร้างความมั่นใจในทุกจังหวะของการเดินทาง และประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 23.3 กม./ลิตร* และมั่นใจทุกการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ในทุกรุ่นย่อย
มาพร้อมฟีเจอร์ที่ตอบความต้องการของลูกค้า ได้แก่ ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Information - BSI) และระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor - CTM) ในทุกรุ่นย่อย
โดย ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ดังนี้
● รุ่น e:HEV E​​ราคา 1,479,000 บาท
● รุ่น e:HEV EL​​ราคา 1,629,000 บาท
● รุ่น e:HEV RS​​ราคา 1,764,000 บาท
สำหรับสีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่ม 14,000 บาท สีเทาเออร์เบิน (มุก) และสีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 10,000 บาท

ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ มาพร้อมแคมเปญ “คุ้มไม่ไหว ฮีลใจแบบสุด” เลือกรับข้อเสนอพิเศษอย่างใดอย่างหนึ่ง เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 8 – 31 พฤษภาคม 2569 และรับรถภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2569
● ทางเลือกพิเศษ ! Exclusive Deal รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 90,000 บาท ฟรีประกันภัย 1 ปี
พร้อมบัตรเติมน้ำมัน 20,000 บาท**
● เลือกรับดีลสุดคุ้ม ! รับดอกเบี้ยพิเศษ 0% ฟรีประกันภัย 1 ปี พร้อมบัตรเติมน้ำมัน 20,000 บาท**
● รับดอกเบี้ยพิเศษ 0.84% สำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) หรือดอกเบี้ย 0.99%* สำหรับลูกค้าทั่วไป พร้อมแพ็กเกจ Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 204,000 บาท*** พร้อมบัตรเติมน้ำมัน 20,000 บาท**

07/05/2026

ถ้าขับขี่รถยนต์จากกรุงเทพไปเมืองย่าโม 262 กม. ในตอนเช้าใช้ความเร็วเกิน 80 กม./ชม. บน M6 ไม่ได้แล้ว!
ขับวิ่งด้านล่าง ทันได้กินปาท่องโก๋ตัวใหญ่ อร่อย..ที่ตลาดก่อนแปดโมงเข้า

[EV CAR] LEPAS 🇨🇳 ในเครือ Chery Group เปิดประสบการณ์ "New Era, New Heights" ลุยปักกิ่ง-อู๋หูยกไลน์อัพ EV-PHEV ขึ้นเวที A...
06/05/2026

[EV CAR] LEPAS 🇨🇳 ในเครือ Chery Group เปิดประสบการณ์ "New Era, New Heights" ลุยปักกิ่ง-อู๋หู
ยกไลน์อัพ EV-PHEV ขึ้นเวที Auto China 2026 ก่อนบุกตลาดไทยเต็มรูปแบบ

LEPAS ยนตรกรรมพรีเมียมในเครือ Chery Group นำคณะสื่อมวลชนและตัวแทนดีลเลอร์ยานยนต์จากประเทศไทยเดินทางสู่สาธารณรัฐประชาชนจีน ณ กรุงปักกิ่งและเมืองอู๋หู ที่ตั้งของศูนย์วิจัย พัฒนา และการผลิตหลัก ภายใต้วิสัยทัศน์ "2026 Chery Group International Business Summit: New Era, New Heights" สะท้อนทิศทางองค์กรที่พร้อมก้าวสู่บทใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลกอย่างเต็มภาคภูมิ เดินหน้าตั้งศูนย์บริการมาตรฐานให้ครอบคลุม 50 แห่งทั่วไทย ภายในปี 2569 รองรับการเติบโตในอนาคต พร้อมสร้างความมั่นใจด้านการดูแลหลังการขายให้กับผู้บริโภคชาวไทยอย่างเป็นรูปธรรม

ปักกิ่ง-อู๋หู, สาธารณรัฐประชาชนจีน, 22–29 เมษายน 2569 กรุงปักกิ่ง ซึ่งปีนี้เป็นที่จัดงาน Beijing International Automotive Exhibition 2026 หรือ Auto China 2026 งานแสดงยานยนต์นานาชาติที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ที่ยังคงรักษาสถานะการเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมยานยนต์ระดับโลกไว้ได้อย่างสมบูรณ์ โดยหนึ่งในบูธที่สามารถดึงดูดสายตาของผู้เข้าชมและสื่อมวลชนได้มากที่สุดในปีนี้ ยกให้กับบูธ LEPAS ที่นำเสนอคอนเซปต์ "Elegance Moves The World" การผสานงานออกแบบที่สง่างามเข้ากับเทคโนโลยีไฟฟ้าล้ำสมัยได้อย่างไร้รอยต่อ โดยไฮไลต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดบนเวที Auto China 2026 คือการเปิดตัว Global Launch ของ LEPAS L6 EV อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำความสำคัญของประเทศไทยในฐานะตลาดยุทธศาสตร์ระดับโลก เนื่องจากก่อนหน้านี้ไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัด World Premiere ของรุ่นนี้มาแล้ว ก่อนที่จะนำมาเปิดตัวต่อสายตาชาวโลกอย่างเป็นทางการที่กรุงปักกิ่ง

LEPAS L6 EV คือข้อพิสูจน์ถึงความเป็นเลิศทางวิศวกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของ LEPAS ที่มาพร้อมสมรรถนะการขับเคลื่อนไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ให้ความรู้สึกนุ่มนวลแต่ทรงพลัง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัลด้วยระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีเชื่อมต่ออัจฉริยะที่เหนือระดับ ขณะที่ภายในงานยังมีการนำเสนอ LEPAS L8 PHEV รุ่นเรือธงที่ก่อนหน้านี้ได้เปิดตัวในประเทศไทยเป็นครั้งแรกของโลกเช่นเดียวกัน รวมถึง LEPAS L4 EV ที่มาเติมเต็มไลน์อัพยนตรกรรมไฟฟ้าให้ครบสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ซึ่งการปรากฏตัวของทั้ง 3 รุ่นนี้บนเวทีระดับโลกพร้อมกัน สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมและความจริงจังของ LEPAS ในการบุกตลาดยานยนต์ไฟฟ้าและไฮบริดพรีเมียมทั่วโลกอย่างเต็มตัว

การเดินทางมาถึง “เมืองอู๋หู” มณฑลอานฮุย ที่ตั้งของศูนย์วิจัย พัฒนา และการผลิตหลักซึ่งเป็นหัวใจของ Chery Group มาตลอดระยะเวลากว่าสามทศวรรษ เพื่อร่วมงานเฉลิมฉลองครบรอบ 1 ปีของ LEPAS ณ Hilton Garden Inn Wuhu Economic Tech Zone โดยเนรมิตพื้นที่ของโรงแรมให้จำลองบรรยากาศงานปาร์ตี้กลางสวนในสไตล์อิตาเลียน มอบประสบการณ์ที่หลอมรวมความงามของการออกแบบและยนตรกรรมเข้าด้วยกันอย่างสุนทรียะและไร้รอยต่อ สอดคล้องกับ DNA ของแบรนด์ที่ยึดมั่นใน "Elegance Moves The World" อย่างแท้จริง
ภายในงานครบรอบ LEPAS ได้จัดแฟชั่นโชว์สุดพิเศษที่ถ่ายทอดแก่นแท้ของแบรนด์ผ่านภาษาแห่งแฟชั่นและการออกแบบ พร้อมอวดโฉมยนตรกรรม L6 และ L4 ที่ตั้งโชว์ท่ามกลางแสงสีอันอลังการ ก่อนจะสร้างความตื่นตาตื่นใจครั้งใหญ่ด้วยการเผยโฉม LEPAS L2 และ LEPAS L9 เป็นครั้งแรกของโลก หลังจากถูกเก็บเป็นความลับมาอย่างยาวนาน โดยเตรียมเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมอย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้

สำหรับงานครบรอบ 1 ปียังเป็นเวทีสำหรับการสัมมนาเชิงกลยุทธ์เพื่อประกาศทิศทางแบรนด์อย่างเป็นทางการ โดย LEPAS เผยแผนระยะยาวในการสร้างสรรค์ไลน์อัพรุ่นใหม่ที่จะผสมผสานงานออกแบบระดับมาสเตอร์พีซเข้ากับแพลตฟอร์มอัจฉริยะ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะตัวของผู้ขับขี่ในแต่ละตลาดทั่วโลก พร้อมย้ำวิสัยทัศน์การเป็นแบรนด์พรีเมียม NEV ระดับสากลที่ยั่งยืน ผ่านการบูรณาการเทคโนโลยีและการสร้างระบบนิเวศยานยนต์ที่สมบูรณ์แบบภายในเครือ Chery Group ซึ่งมีฐานะการเงินที่มั่นคงและเครือข่ายธุรกิจครอบคลุมกว่า 130 ประเทศทั่วโลก ทั้งนี้ยังมีการมอบรางวัลให้แก้ประเทศที่สามารถแสดงศักยภาพที่โดดเด่นแต่ละด้านของแต่ละประเภท โดยที่ประเทศไทยคว้ารางวัล Market Excellence Award (การทำการตลาด) และ Team Excellence Award (ดีลเลอร์เนทเวิคกิ้ง) พร้อมกัน 2 รางวัล

นอกจากนี้ ยังมีพิธีลงนามความร่วมมือ (Signing Ceremony) อย่างเป็นทางการระหว่าง LEPAS กับผู้แทนจำหน่ายชั้นนำจากประเทศไทย ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่นในการวางรากฐานธุรกิจระยะยาวในตลาดไทย การจับมือระหว่างทั้งสองฝ่ายถ่ายทอดให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจในศักยภาพของแบรนด์ ตอกย้ำว่า LEPAS Thailand ไม่ได้มาเพียงทดลองตลาด แต่มาพร้อมแผนธุรกิจที่จริงจังและพร้อมลงทุนในระยะยาว โดยหนึ่งในเป้าหมายเชิงกลยุทธ์คือ การจัดตั้งศูนย์บริการมาตรฐานให้ครอบคลุม 50 แห่งทั่วประเทศไทย ภายในปี 2569 เพื่อรองรับการเติบโตของฐานลูกค้าและสร้างความมั่นใจในด้านการดูแลหลังการขายให้กับผู้บริโภคชาวไทยอย่างเป็นรูปธรรม

จากทริปนี้ คณะสื่อมวลชนและตัวแทนดีลเลอร์ได้ทดสอบขับขี่ยนตรกรรมทั้งสามรุ่นหลักของ LEPAS ได้แก่ L8 PHEV, L6 EV และ L4 EV บนเส้นทางรอบเมืองอู๋หู แหล่งกำเนิดที่แท้จริงของยนตรกรรมเหล่านี้ โดยภาพรวมสมรรถนะของทั้งสามรุ่นให้ความประทับใจในแบบที่แตกต่างกัน

โดย L8 PHEV นำเสนอความสมดุลระหว่างขุมพลัง Super Hybrid System ที่ทำงานร่วมกับระบบส่งกำลัง DHT ได้อย่างราบรื่น ให้อัตราเร่งต่อเนื่องและลื่นไหลในทุกช่วงความเร็ว ขณะที่ L6 EV และ L4 EV ตอบสนองด้วยอัตราเร่งแบบ Instant Torque ที่ฉับไวและทรงพลังตามธรรมชาติของขุมพลังไฟฟ้าล้วน ระบบช่วงล่างและแชสซีของทั้งสามรุ่นถูกจูนมาอย่างพิถีพิถัน ลดอาการโคลงของตัวถังได้ดีในขณะเดียวกันก็ยังมอบความนุ่มนวลในการรองรับพื้นผิวถนน พวงมาลัยให้น้ำหนักพอดีทำให้การเข้าโค้งแม่นยำและมีความเชื่อมั่น ในส่วนของห้องโดยสาร การควบคุมเสียงรบกวนภายในทำได้ยอดเยี่ยม ระบบเบรกให้น้ำหนักเป็นธรรมชาติและสม่ำเสมอ ขณะที่ ADAS หรือระบบช่วยขับขี่ขั้นสูงทำงานได้อย่างถูกจังหวะและไม่รบกวนการขับขี่ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า LEPAS ไม่ได้ให้ความสำคัญเพียงแค่การออกแบบภายนอก แต่ทุ่มเทกับงานวิศวกรรมอย่างจริงจัง เพื่อส่งมอบประสบการณ์ขับขี่ที่ผสมผสานพละกำลัง ความนุ่มนวล และความปลอดภัยให้ลงตัวในทุกเส้นทาง

การเดินทางในครั้งนี้ยังรวมถึงการร่วมงาน Chery International Business Summit 2026 ซึ่งเป็นเวทีแสดงวิสัยทัศน์ระดับองค์กรของ Chery Group ต่อพาร์ทเนอร์และสื่อมวลชนจากทั่วโลก ในงานได้นำเสนอยุทธศาสตร์ "ALL IN AI" และแนวทางการพัฒนาแพลตฟอร์มเทคโนโลยีครบวงจร ตั้งแต่ระบบขับเคลื่อน แบตเตอรี่ ระบบขับขี่อัตโนมัติ ไปจนถึงความปลอดภัยไซเบอร์ พร้อมยืนยันตัวเลขยอดขายปี 2025 ที่ 2.8 ล้านคันทั่วโลก โดยเกือบ 30% เป็นยานยนต์พลังงานใหม่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงรากฐานที่แข็งแกร่งของ Chery Group ในฐานะบริษัทแม่ที่มีขีดความสามารถในการสนับสนุน LEPAS ให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนในทุกตลาดที่ก้าวเข้าไป

สำหรับประเทศไทย LEPAS Thailand วางเป้าหมายในการเป็นตัวเลือกแรกของผู้บริโภคที่ต้องการยานยนต์ไฟฟ้าและไฮบริดระดับพรีเมียมที่ผสานเทคโนโลยีเข้ากับความสง่างามอย่างมีเอกลักษณ์ ด้วยแผนขยายเครือข่ายศูนย์บริการมาตรฐาน 50 แห่งทั่วประเทศ และไลน์อัพยนตรกรรมที่ครอบคลุมทั้ง EV และ PHEV ในหลายระดับราคา ทำให้ LEPAS Thailand พร้อมเต็มที่สำหรับการแข่งขันในตลาดยานยนต์พรีเมียมของไทยที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และในระดับโลก

ทั้งนี้ ตั้งเป้าหมายยอดขาย 500,000 คันต่อปีภายใน 3 ปีนับจากเปิดตัว พร้อมขยายการจำหน่ายสู่ 89 ประเทศภายในปี 2570 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นและความพร้อมของแบรนด์ที่ไม่ได้มาเพื่อทดสอบตลาด แต่เพื่อเขียนบทใหม่ของยนตรกรรมพรีเมียมในยุคไฟฟ้า ด้วยคอนเซปต์ "Elegance Moves The World" พร้อมตอกย้ำวิสัยทัศน์ "New Era, New Heights" ที่ไม่ใช่แค่สโลแกน แต่คือทิศทางที่ชัดเจนและแน่วแน่ในทุกการตัดสินใจขององค์กรระดับโลกแห่งนี้

[NEW CAR] SUZUKI 🇯🇵 🇹🇭 ซูซูกิ สานต่อตำนานรถออฟโรดระดับไอคอนิก แนะนำ SUZUKI JIMNY พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง ยกระดั...
06/05/2026

[NEW CAR] SUZUKI 🇯🇵 🇹🇭 ซูซูกิ สานต่อตำนานรถออฟโรดระดับไอคอนิก แนะนำ SUZUKI JIMNY พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง ยกระดับความปลอดภัย มั่นใจทุกเส้นทาง มอบข้อเสนอสุดพิเศษ ในราคาเริ่มต้น 1,590,000 บาท จำกัดเพียง 50 คันแรกในประเทศไทย

5 พฤษภาคม 2569-กรุงเทพมหานคร-นายทาดาโอะมิ ซูซูกิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า นับตั้งแต่เปิดตัว SUZUKI JIMNY ในประเทศไทย ภายใต้นิยาม “Nobody But Jimny” จนปลุกกระแสรถออฟโรดขนาดเล็กในประเทศไทยให้มีความคึกคัก และมีความต้องการเป็นเจ้าของรถยนต์ออฟโรดในตำนานรุ่นนี้มาอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นรถยนต์ออฟโรดไอคอนิกที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง

ล่าสุด เพื่อสานต่อความสำเร็จและตอกย้ำความแข็งแกร่งของยนตรกรรมสายลุยระดับตำนาน พร้อมตอบรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่ให้ความสนใจในรถรุ่นนี้อย่างต่อเนื่อง ซูซูกิ ขอแนะนำ SUZUKI JIMNY ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี Suzuki Safety Support ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะขั้นสูงอย่างครบครัน เพื่อยกระดับความมั่นใจในทุกการขับขี่ ถ่ายทอดสมรรถนะของระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ควบคู่กับเทคโนโลยีความปลอดภัยได้อย่างลงตัว ซึ่งถูกติดตั้งเพิ่มเข้ามาทำงานร่วมกันอย่างชาญฉลาด นอกจากช่วยยกระดับการขับขี่ SUZUKI JIMNY ให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นแล้ว ยังเสริมสร้างความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ในสภาพถนนที่หลากหลาย หรือแม้แต่เส้นทางออฟโรดที่ท้าทาย พร้อมรองรับทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการผจญภัยในทุกสภาพเส้นทาง

โดยระบบ Suzuki Safety Support ประกอบด้วยฟังก์ชันสำคัญ ดังนี้
• ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ / Dual Sensor Brake Support II (DSBSII) ระบบช่วยเบรกอัจฉริยะเซนเซอร์คู่ ทำหน้าที่ตรวจจับสิ่งกีดขวางด้านหน้าด้วยความแม่นยำ พร้อมส่งสัญญาณเตือนและช่วยเบรกอัตโนมัติในสถานการณ์คับขัน เพื่อช่วยลดความรุนแรงหรือหลีกเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- Pedestrian and Bicycle Detection : ระบบตรวจจับคนเดินถนนและรถจักรยาน
​- Motorcycle Detection : ระบบตรวจจับรถจักรยานยนต์
• ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน / Adaptive Cruise Control (ACC) ช่วยรักษาความเร็วรถให้คงที่โดยอัตโนมัติ ลดความเหนื่อยล้าและเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ทางไกลได้ดียิ่งขึ้น
• ระบบสัญญาณไฟแจ้งเตือนเมื่อมีการเบรกฉุกเฉิน / Emergency Stop Signal (ESS) เพื่อแจ้งเตือนรถคันหลังให้ทราบถึงสถานการณ์คับขัน ช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกชนท้าย
• ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน / Lane Departure Warning (LDW) ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลนโดยไม่ตั้งใจ โดยจะส่งสัญญาณเตือนทั้งภาพและเสียง เพื่อเพิ่มความระมัดระวังและรักษาตำแหน่งรถให้อยู่ในช่องทางที่ถูกต้อง
• ระบบช่วยป้องกันรถออกนอกเลน / Lane Departure Prevention (LDP) ระบบช่วยดึงพวงมาลัยกลับเมื่อรถออกนอกเลน ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน โดยจะส่งแรงหน่วงที่พวงมาลัยเพื่อดึงรถกลับเข้าสู่ช่องทางโดยอัตโนมัติ เมื่อตรวจพบว่ารถกำลังเริ่มเบี่ยงออกจากเลน
• ระบบเตือนเมื่อรถส่าย / Weaving Alert โดยจะวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้ขับขี่เมื่อเกิดความง่วงหรือเหนื่อยล้า ระบบจะส่งสัญญาณเสียงและภาพแจ้งเตือนเพื่อให้ผู้ขับขี่กลับมามีสมาธิในการขับขี่
• ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ / Auto High Beam ยกระดับความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการขับขี่ยามค่ำคืน ด้วยระบบสลับไฟหน้าสูง-ต่ำโดยอัตโนมัติ ตามสภาวะแสงและยานพาหนะคันอื่น
• เซนเซอร์ถอยหลังพร้อมสัญญาณเตือน / Parking Sensor เพิ่มความสะดวกสบายและช่วยให้การจอดรถในพื้นที่แคบเป็นเรื่องง่ายและปลอดภัยยิ่งขึ้น

SUZUKI JIMNY ยังคงสืบทอด DNA ของรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวยาวนานกว่า 56 ปี โดยซูซูกิได้พัฒนาและต่อยอดยนตรกรรมรุ่นนี้อย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อยกระดับสมรรถนะการขับขี่ให้ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย ทั้งการเพิ่มขีดความสามารถในการเดินทาง และเสริมความมั่นใจในทุกสถานการณ์ โดดเด่นด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ ผสานกับสมรรถนะการขับขี่แบบ Authentic Compact 4WD ที่พร้อมลุยในทุกสภาพเส้นทางและภูมิประเทศ รองรับการใช้งานได้อย่างมืออาชีพ ตอบโจทย์ผู้ที่หลงใหลในรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ และไลฟ์สไตล์สายออฟโรดได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบยนตรกรรมสายลุยของซูซูกิ

SUZUKI JIMNY ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน รหัส K15B แบบ 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 102 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 130 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ALLGRIP PRO และ Low Transfer Gear ที่สามารถเลือกโหมดการขับเคลื่อนสี่ล้อและสองล้อได้อย่างสะดวกและเหมาะสมในแต่ละสถานการณ์ และความคล่องตัวในการขับขี่ด้วยรัศมีวงเลี้ยวเพียง 4.9 เมตร

ดีไซน์ภายนอก ความโดดเด่นด้วยกระจังหน้าดีไซน์เฉพาะตัวเข้ากับฝากระโปรงหน้าทรงเหลี่ยมสไตล์ออฟโรด เสริมความดุดันไฟหน้า LED ทรงกลมทันสมัยสะดุดตา พร้อมระบบทำความสะอาดไฟหน้า พร้อมไฟตัดหมอกคู่หน้า เพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ และไฟท้ายแบบ LED ซุ้มล้อสีดำรอบคัน กระจกมองข้างปรับพับอัตโนมัติ

ดีไซน์ภายในห้องโดยสารถูกออกแบบด้วยฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง พวงมาลัย 3 ก้านแบบหุ้มหนัง พร้อมปุ่มมัลติฟังก์ชัน ประกอบไปด้วยปุ่มควบคุมเครื่องเสียง ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน และระบบสั่งการโทรศัพท์แบบไร้สาย รวมถึงฟังก์ชันปรับระดับสูง-ต่ำของพวงมาลัยเพื่อให้เข้ากับสรีระของผู้ขับขี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมระบบกรองอากาศ เพิ่มความสบายตลอดการเดินทาง พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน เช่น กระจกไฟฟ้าคู่หน้า ด้านคนขับพร้อมระบบปรับขึ้น-ลงอัตโนมัติ ระบบเซ็นทรัลล็อกพร้อมรีโมทคอนโทรล ช่องเสียบ USB บริเวณคอนโซลกลาง และช่องจ่ายไฟสำรอง 12V จำนวน 2 ตำแหน่ง บริเวณคอนโซลกลางและห้องเก็บสัมภาระด้านหลัง เบาะนั่งปรับได้อเนกประสงค์ สะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยระบบ Walk-in ที่เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้า ซึ่งช่วยให้การเข้า-ออกของผู้โดยสารตอนหลังเป็นไปได้อย่างง่ายดาย รวมถึงเบาะนั่งด้านหลังแบบพับแยก 50:50 เพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดเก็บสัมภาระ พื้นที่เก็บของด้านหลังกว้างและสูงพร้อมช่องเก็บเครื่องมือและช่องเก็บของอเนกประสงค์

อีกทั้งเพื่อให้ทุกการเดินทางกับ SUZUKI JIMNY เต็มไปด้วยความมั่นใจในทุกสถานการณ์ ระบบความปลอดภัยมาตรฐานถูกติดตั้งมาอย่างครบครัน อาทิ ระบบถุงลมนิรภัย SRS มากถึง 6 ตำแหน่ง เสริมด้วยจุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็กด้านหลัง 2 ตำแหน่ง และคานกันกระแทกด้านข้างที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ยังมีระบบป้องกันล้อล็อก (ABS), ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ESP), ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน และระบบช่วยชะลอความเร็วขณะลงทางลาดชัน พร้อมกล้องมองหลัง เป็นต้น

SUZUKI JIMNY มาพร้อมระบบ Suzuki Safety Support มีราคาจำหน่าย ดังนี้
• รุ่นเกียร์อัตโนมัติ สี Mono Tone​ราคาจำหน่าย​1,590,000 บาท
• รุ่นเกียร์อัตโนมัติ สี Two Tone​ราคาจำหน่าย​1,620,000 บาท

SUZUKI JIMNY มีสีให้เลือกทั้งหมด 7 สี
➢ สีโมโนโทน จำนวน 5 สี ได้แก่ สี Jungle Green สี White สี Bluish Black Pearl สี Medium Gray และสี Chiffon Ivory
➢ สีทูโทน จำนวน 2 สี ได้แก่ สี Kinetic Yellow/Bluish Black Pearl และสี Chiffon Ivory/Bluish Black Pearl

SUZUKI JIMNY มีโปรโมชันพิเศษดังนี้
• ราคาพิเศษเริ่มต้น 1,590,000 บาท สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าจำนวน 50 คันแรกเท่านั้น
• ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่ง มูลค่าสูงสุด 15,000 บาท
• ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 1.99%
• ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 3 ปี

นายทาดาโอะมิ กล่าวเพิ่มเติมว่า “หัวใจสำคัญของซูซูกิคือการสร้างความสุขในทุกเส้นทางให้แก่ลูกค้าของเรา ซูซูกิยังคงยึดมั่นในการนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพ ควบคู่ไปกับการยกระดับงานบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยม การตอบสนองความต้องการของลูกค้าด้วยความรวดเร็วและจริงใจ คือพันธกิจสำคัญที่เรายึดถือมาโดยตลอด เพราะความเชื่อมั่นและความไว้วางใจที่ลูกค้าทุกท่านมอบให้ คือแรงผลักดันให้เรามุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งความตั้งใจจริงนี้เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงความมั่นคงในการดำเนินธุรกิจของซูซูกิในประเทศไทย ที่พร้อมจะเติบโตและอยู่เคียงข้างสังคมไทยในระยะยาวอย่างมั่นคง”

ปัจจุบันซูซูกิมีเครือข่ายโชว์รูมครอบคลุม 80 แห่งทั่วประเทศ พร้อมศูนย์ซ่อมตัวถังและสีมาตรฐาน 44 แห่ง นอกจากนี้ ยังยกระดับความสะดวกสบายให้กับลูกค้าด้วยบริการ Mobile Service ดูแลเช็กระยะและบำรุงรักษาพื้นฐานนอกสถานที่ รวมถึงการเร่งขยายเครือข่ายศูนย์บริการมาตรฐาน 2S (Service & Spare Parts) เพื่อทำงานควบคู่ไปกับศูนย์บริการหลักประเภท 3S (Sales, Service & Spare Parts) ช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการที่รวดเร็วและทั่วถึงยิ่งขึ้นในทุกภูมิภาค เพื่อให้สอดคล้องกับการดำเนินงานของซูซูกิภายใต้แนวคิด ‘SUZUKI Cause We Care เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ’ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิต พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืนต่อไป

ที่อยู่

ถนนพัฒนาการ
Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Thai Testdriveผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Thai Testdrive:

แชร์

ประเภท