CarReport Car Report is an online automobile media published by the Penta Media Group. a.k.a. evo Thailand. Dedicated to ultra high performance cars.

For advertising please contact 》 https://lin.ee/LdBHL53

พามาชมสุดยอดไฮเปอร์คาร์ที่เพิ่งส่งมอบคันแรกในแคนาดากับ Koenigsegg Jesko สเปกตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์เปลือย (Clear Carbon) ตั...
31/05/2026

พามาชมสุดยอดไฮเปอร์คาร์ที่เพิ่งส่งมอบคันแรกในแคนาดากับ Koenigsegg Jesko สเปกตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์เปลือย (Clear Carbon) ตัดกับเส้นสายรายละเอียดสีเหลืองสุดดุดัน เข้าคู่กับภายในห้องโดยสารที่ตกแต่งด้วยหนังสีดำสลับเหลืองอย่างลงตัว รถคันนี้ไม่ได้มีดีแค่งานศิลป์แห่งการออกแบบที่ดุดัน แต่ยังมาพร้อมขุมพลังสมรรถนะระดับปีศาจ ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V8 ขนาด 5.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ ที่รีดพละกำลังสูงสุดได้ถึง 1,600 แรงม้า (เมื่อใช้น้ำมัน E85) และแรงบิดมหาศาล 1,500 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัจฉริยะ 9 จังหวะ Light Speed Transmission (LST) ที่สับเกียร์ได้ฉับไวไร้รอยต่อ ถือเป็นผลงานวิศวกรรมยานยนต์ที่ไร้การประนีประนอมตามสโลแกนของแบรนด์อย่างแท้จริง

​สำหรับค่าตัวของ Koenigsegg Jesko ราคาเริ่มต้นในตลาดต่างประเทศอยู่ที่ประมาณ 3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 105 ล้านบาท แต่หากนักสะสมชาวไทยต้องการนำเข้ามาครอบครองและจดทะเบียนวิ่งบนถนนเมืองไทยอย่างถูกต้อง เมื่อคำนวณบวกกำแพงภาษีนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูป (CBU) ภาษีสรรพสามิต ภาษีมหาดไทย และภาษีมูลค่าเพิ่มที่รวมกันทะลุ 300% แล้ว ราคาประมาณการเบ็ดเสร็จเมื่อถึงไทยจะพุ่งทะยานไปแตะระดับ 350 - 400 ล้านบาท ซึ่งราคานี้ยังไม่รวมค่าออปชันสั่งทำพิเศษอย่างตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์เปลือยแบบคันในภาพ ที่ต้องควักกระเป๋าจ่ายเพิ่มอีกหลายสิบล้านบาทเพื่อให้ได้สเปกสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

​หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมจนถึงปัจจุบันเรายังไม่เห็น Koenigsegg Jesko มาวิ่งโชว์โฉมบนถนนเมืองไทยเลย เหตุผลไม่ได้อยู่ที่เรื่องของราคาเพียงอย่างเดียว เพราะกลุ่มลูกค้าวีไอพีในไทยที่พร้อมจ่ายนั้นมีอยู่จริง แต่ปัจจัยหลักคือรถรุ่นนี้ถูกจำกัดจำนวนการผลิตไว้เพียง 125 คันทั่วโลกและถูกจองหมดโควตาตั้งแต่ก่อนเริ่มผลิตจริง ประกอบกับกระบวนการประกอบมือที่ซับซ้อนทำให้คิวส่งมอบทั่วโลกต้องรอกันนานหลายปี นอกจากนี้ สภาพถนนในเมืองไทยยังไม่ค่อยเอื้ออำนวยต่อมิติรถที่มีระยะต่ำสุดจากพื้น (Ground Clearance) น้อยมาก รวมถึงชิ้นส่วนแอโรไดนามิกส์อย่างลิ้นหน้าคาร์บอนที่ยื่นยาว การนำมาขับขี่ใช้งานจริงจึงท้าทายและเสี่ยงต่อการเกิดรอยขีดข่วนได้ง่าย ถึงกระนั้นก็ยังน่าติดตามต่อไปว่าในอนาคตอันใกล้ จะมีคอลเลกเตอร์ชาวไทยคนไหนที่ซุ่มรอรับมอบสุดยอดไฮเปอร์คาร์รุ่นนี้มาเก็บไว้ในโรงรถบ้าง

Ferrari Luce (เฟอร์รารี่ ลูเช่) คือผลงานชิ้นเอกที่รังสรรค์ร่วมกันระหว่างสุดยอดนักออกแบบระดับตำนานอย่าง Sir Jony Ive และ ...
31/05/2026

Ferrari Luce (เฟอร์รารี่ ลูเช่) คือผลงานชิ้นเอกที่รังสรรค์ร่วมกันระหว่างสุดยอดนักออกแบบระดับตำนานอย่าง Sir Jony Ive และ Marc Newson จากสตูดิโอ LoveFrom ผนึกกำลังกับทีม Ferrari Design Studio ภายใต้การนำทัพของ Flavio Manzoni เพื่อสร้างสรรค์ยนตรกรรมไฟฟ้า 100% (EV) รุ่นแรกของแบรนด์ให้เป็นนิยามใหม่แห่งอนาคต ตัวรถถ่ายทอดเส้นสายที่เรียบง่ายแต่ซ่อนความทรงพลังเอาไว้ในทุกมิติ สะท้อนรูปทรงอันบริสุทธิ์แบบ Glasshouse และความงดงามในสไตล์ Sculptural Design ที่สง่างามเหนือกาลเวลา

​การเผยโฉมครั้งแรกในโลกมาพร้อมกับตัวถังเฉดสีแดง Rosso Fiammante และสีเหลือง Giallo Luce ซึ่งสะท้อนภาษาการออกแบบยุคใหม่ของ Ferrari ที่กล้าจะฉีกกรอบเดิมๆ การหลอมรวมนวัตกรรม สมรรถนะ และอารมณ์แห่งการขับขี่ถูกตีความใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่การเป็นรถสปอร์ตแบบ "5 ที่นั่ง" รุ่นแรกในประวัติศาสตร์ของค่าย การใช้ประตูบานหลังเปิดแบบตู้กับข้าว (Rear-hinged) ไปจนถึงห้องโดยสารที่ผสมผสานหน้าจอดิจิทัล OLED ซ้อนทับกับเข็มหน้าปัดและปุ่มกดแบบแมคคานิคอลสุดคลาสสิก เพื่อรักษาสัมผัสการควบคุมและจิตวิญญาณแบบดั้งเดิมเอาไว้ ท่ามกลางเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย

​ด้านสมรรถนะ: ม้าลำพองไฟฟ้าคันนี้ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว แยกอิสระควบคุมแต่ละล้อ รีดพละกำลังมหาศาลรวม 1,050 แรงม้า (cv) ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 2.5 วินาที และทะยานสู่ความเร็วสูงสุดที่ 310 กม./ชม. พร้อมแบตเตอรี่ 122 kWh บนสถาปัตยกรรม 800V ที่เคลมระยะทางขับขี่ไกล 530 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง (มาตรฐาน WLTP) อีกหนึ่งไฮไลต์คือการใช้เซนเซอร์ดึงความถี่จากการสั่นสะเทือนของชิ้นส่วนมอเตอร์จริงๆ มาขยายให้กลายเป็นเสียงคำรามสไตล์แอนะล็อกที่ดุดันโดยไม่ใช้ลำโพงสังเคราะห์ สำหรับราคาเปิดตัวในยุโรปอยู่ที่ราว 550,000 ยูโร หากนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย คาดการณ์ว่าเมื่อบวกกำแพงภาษีนำเข้าและโครงสร้างภาษีสรรพสามิตที่เกี่ยวข้อง ราคาจะพุ่งทะลุระดับ 45 - 55 ล้านบาท

​วิเคราะห์เจาะลึก: Ferrari กำลังทำอะไรอยู่ และจะมีคนซื้อไหม?
การรังสรรค์รูปลักษณ์ที่ล้ำยุคและแปลกตาออกไป ถือเป็นความตั้งใจที่ Ferrari หวังเจาะตลาดกลุ่มเศรษฐีหน้าใหม่ ผู้บริหารยุคดิจิทัล และเหล่า Tech Entrepreneurs ที่เสพติดงานดีไซน์มินิมอล มากกว่าการเอาใจกลุ่มคนรักรถเครื่องยนต์สันดาป (Petrolhead) แบบดั้งเดิมเพียงอย่างเดียว แม้ดีไซน์ที่แหวกแนวจะทำให้เกิดกระแสวิจารณ์แตกออกเป็นสองฝั่ง แต่นี่คือกลยุทธ์การขยายฐานลูกค้าเพื่อรับมือกับโลกยุคยานยนต์ไฟฟ้า ส่วนคำถามที่ว่าจะมีคนซื้อหรือไม่? ตอบได้ทันทีว่า "ยอดจองเต็มอย่างรวดเร็วแน่นอน" เพราะนี่คือหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ของการเป็นรถ EV คันแรกและรถ 5 ที่นั่งคันแรกของแบรนด์ ด้วยพื้นที่ใช้สอยที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน บวกกับโลโก้ม้าลำพองที่เป็นเครื่องหมายการันตีความเอ็กซ์คลูซีฟ รถรุ่นนี้จะกลายเป็น Rare Item ที่มหาเศรษฐีทั่วโลกพร้อมทุ่มเงินซื้อเพื่อใช้เป็น Status Symbol ชิ้นใหม่ในโรงรถอย่างปฏิเสธไม่ได้

​ #รถยนต์ไฟฟ้า

Porsche ส่อแววขายหุ้น Bugatti Rimac ทิ้ง! เปิดทาง Private Equity เข้าถือแทน​มีรายงานข่าวใหญ่สะเทือนวงการไฮเปอร์คาร์ เมื่...
02/01/2026

Porsche ส่อแววขายหุ้น Bugatti Rimac ทิ้ง! เปิดทาง Private Equity เข้าถือแทน

​มีรายงานข่าวใหญ่สะเทือนวงการไฮเปอร์คาร์ เมื่อ Porsche กำลังพิจารณาขายหุ้น 45% ที่ถืออยู่ในบริษัทร่วมทุน "Bugatti Rimac" ออกไป โดยมีกลุ่มทุน Private Equity รายใหญ่อย่าง HOF Capital และ BlueFive Capital ให้ความสนใจเข้าซื้อด้วยมูลค่ากว่า 1.2 พันล้านดอลลาร์ (ราว 4 หมื่นล้านบาท)

​หากดีลนี้เกิดขึ้นจริง จะถือเป็นการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ เพราะ Porsche จะลดบทบาทจากการเป็นเจ้าของโดยตรงในแบรนด์ Bugatti ลง โดยทางด้าน Mate Rimac (ซีอีโอ Rimac Group) เองก็ดูเหมือนจะสนับสนุนแนวทางนี้ เพราะต้องการอิสระในการบริหารและตัดสินใจระยะยาว (Long-term decisions) โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนซับซ้อนขององค์กรใหญ่อย่าง VW Group

​ทั้งนี้ การเจรจายังอยู่ในระหว่างการพูดคุยและยังไม่มีข้อสรุปที่เป็นทางการ แต่เป็นสัญญาณว่าทิศทางของ "Bugatti" ในอนาคตอาจมีความคล่องตัวและเป็นอิสระมากขึ้นภายใต้กลุ่มทุนใหม่ ต้องจับตาดูกันต่อไป

All-New Porsche 911 Turbo S (992.2) อสูรกายไฮบริด 701 แรงม้า!​Car Report Thailand สรุปประเด็นร้อนล่าสุด กับการเปิดตัว Po...
10/09/2025

All-New Porsche 911 Turbo S (992.2) อสูรกายไฮบริด 701 แรงม้า!

​Car Report Thailand สรุปประเด็นร้อนล่าสุด กับการเปิดตัว Porsche 911 Turbo S เจเนอเรชันใหม่ ที่มาพร้อมเทคโนโลยีไฮบริดสุดล้ำ และความแรงระดับที่ซูเปอร์คาร์หลายค่ายต้องหันมอง

​ขุมพลัง T-Hybrid: ครั้งแรกของ 911 Turbo S กับเครื่องยนต์ Boxer 6 สูบ 3.6 ลิตร ที่พ่วงระบบ T-Hybrid (Twin Electric Hybrid Turbo System) เทคโนโลยีเทอร์โบไฟฟ้าคู่ ช่วยลดอาการรอรอบ (Turbo Lag) และบูสต์กำลังได้อย่างมหาศาล
​แรงม้าทะลุพิกัด: ให้กำลังรวมสูงสุดถึง 701 แรงม้า แรงบิด 900 นิวตันเมตร
​อัตราเร่งระดับ Bugatti: สร้างตัวเลขสุดโหด 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.5 วินาที! และสามารถไปถึง 200 กม./ชม. ใน 8.4 วินาทีเท่านั้น ความเร็วสูงสุดแตะ 322 กม./ชม. ​ทุบสถิติ Nürburgring: ทำเวลาในสนาม "นรกสีเขียว" ไปได้ 7:03.9 นาที เร็วกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 14 วินาทีเต็ม!
​ดีไซน์ใหม่ดุดันกว่าเดิม: มาพร้อมช่องรับอากาศด้านหน้าที่เหลี่ยมคมขึ้น ชุดไฟหน้าใหม่ และช่องระบายความร้อนด้านหลังที่ดูดุดัน
​ภายในสุดพิเศษ: ตกแต่งด้วยโทนสีเฉพาะรุ่น "Turbonite" เบาะปรับไฟฟ้า 18 ทิศทาง และนาฬิกา Sport Chrono ​แม้จะมีระบบไฮบริดเพิ่มเข้ามา แต่ Porsche ยังคงมาตรการลดน้ำหนักอย่างเข้มข้นด้วยเบรกคาร์บอนเซรามิกเป็นมาตรฐาน และหลังคาคาร์บอนเป็นออปชันเสริม

​นี่คือ 911 Turbo S ที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองไปอีกขั้น เป็นรถที่ใช้งานได้ในชีวิตประจำวัน แต่พร้อมจะมอบสมรรถนะระดับไฮเปอร์คาร์ให้คุณได้ทุกเมื่อที่ต้องการ!

Ferrari 849 Testarossa ใหม่! การกลับมาของตำนานพร้อมขุมพลัง 1,036 แรงม้า​ข่าวใหญ่ล่าสุดจาก Maranello กับการเปิดตัว Ferrar...
10/09/2025

Ferrari 849 Testarossa ใหม่! การกลับมาของตำนานพร้อมขุมพลัง 1,036 แรงม้า

​ข่าวใหญ่ล่าสุดจาก Maranello กับการเปิดตัว Ferrari 849 Testarossa รุ่นใหม่ปี 2027 ที่จะมาแทนที่ SF90 Stradale พร้อมการกลับมาของชื่อ Testarossa ในตำนาน!

​ขุมพลังมหาศาล: เครื่องยนต์ V8 Plug-in Hybrid ทวินเทอร์โบ 4.0 ลิตร ผสานการทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว ให้กำลังรวมสูงสุดถึง 1,036 แรงม้า แรงบิด 621 ปอนด์-ฟุต
​สมรรถนะสุดเร้าใจ: อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.3 วินาที และ 0-200 กม./ชม. ใน 6.3 วินาที
​การกลับมาของชื่อในตำนาน: นำชื่อ "Testarossa" กลับมาใช้อีกครั้งในรอบหลายสิบปี โดย "849" มาจากเครื่องยนต์ V8 และ 499cc ต่อหนึ่งกระบอกสูบ
​ดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอดีต: ตัวถังมีเส้นสายที่ชวนให้นึกถึง Testarossa รุ่นดั้งเดิม แต่ตีความใหม่ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น มีให้เลือกทั้งแบบคูเป้และแบบ Spider เปิดประทุน
​เทคโนโลยีล้ำสมัย: ภายในห้องโดยสารสไตล์ค็อกพิทที่โอบล้อมผู้ขับขี่ ไม่มีหน้าจอกลาง แต่รวมระบบสาระบันเทิงไว้ที่จอแสดงผลของผู้ขับขี่ พร้อมจอสำหรับผู้โดยสาร
​EV Mode: สามารถขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกลถึง 25 กิโลเมตร ทำความเร็วสูงสุด 130 กม./ชม.
​Ferrari 849 Testarossa คือการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างตำนาน ความสวยงาม และเทคโนโลยีแห่งอนาคต ที่จะมาสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการซูเปอร์คาร์อีกครั้งอย่างแน่นอน!

ปิดตำนานอย่างสง่างาม!Lexus LC500 Pinnacle Edition รุ่นพิเศษสั่งลา จำกัดเพียง 100 คันในญี่ปุ่น นับตั้งแต่ Lexus LC เผยโฉม...
29/07/2025

ปิดตำนานอย่างสง่างาม!

Lexus LC500 Pinnacle Edition รุ่นพิเศษสั่งลา จำกัดเพียง 100 คันในญี่ปุ่น



นับตั้งแต่ Lexus LC เผยโฉมสู่สายตาชาวโลกในปี 2016 มันได้กลายเป็นมากกว่าแค่รถสปอร์ตคูเป้ แต่คือ "ยานยนต์ศิลป์" ที่เคลื่อนที่ได้จริง ด้วยเส้นสายที่สะกดทุกสายตาและงานออกแบบที่ก้าวข้ามกาลเวลา และวันนี้ หลังจากสร้างความประทับใจมาเกือบหนึ่งทศวรรษ ก็ถึงเวลาของบทสุดท้ายอันงดงามกับ Lexus LC500 Pinnacle Edition รุ่นพิเศษที่เปรียบเสมือนการขึ้นสู่ "จุดสูงสุด" เพื่ออำลาโฉมปัจจุบันอย่างสมศักดิ์ศรี

Lexus ญี่ปุ่นได้เปิดตัวรุ่นพิเศษนี้อย่างเงียบๆ แต่กลับส่งเสียงดังไปถึงหัวใจนักสะสมทั่วโลก โดย Pinnacle Edition จะมีให้เลือกทั้งตัวถังคูเป้และเปิดประทุน ผลิตจำนวนจำกัดอย่างยิ่งยวดเพียง 100 คัน (สำหรับแต่ละรูปแบบตัวถัง) และมีจำหน่ายเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น

Pinnacle Edition สร้างความโดดเด่นด้วยการเลือกใช้สีที่สะท้อนตัวตนได้อย่างชัดเจน:
* รุ่น Coupe: มาในสีเทาสุดพิเศษ "Oborogin Gray" พร้อมพื้นผิวแบบด้าน (Matte Finish) มอบอารมณ์ที่สุขุม ล้ำลึก แต่แฝงไว้ด้วยความดุดัน
* รุ่น Convertible: หรูหราอย่างมีระดับด้วยสีเทา "Neutrino Gray" ตัดกับหลังคาผ้าใบสีน้ำตาล (Saddle Tan) ให้ความรู้สึกคลาสสิกและผ่อนคลาย
ทั้งสองรุ่นมาพร้อมชุดแต่งที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Inspiration Series ไม่ว่าจะเป็นคานาร์ดที่กันชนหน้า และสปอยเลอร์หลังแบบตายตัวที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ (CFRP) ซึ่งเป็นดีไซน์ที่เคยปรากฏในรุ่น Aviation Edition เสริมความหล่อด้วยล้ออัลลอยฟอร์จขนาด 21 นิ้วสีดำสนิท สร้างคอนทราสต์ที่ลงตัว

ห้องโดยสารแห่งความพิเศษ ภายในคืออาณาจักรแห่งความประณีตที่แตกต่างกันไปตามสไตล์ของรถ:
* รุ่น Coupe: ตกแต่งด้วยโทนสีขาว-ดำ มุ่งเน้นอารมณ์สปอร์ต
* รุ่น Convertible: หรูหราเหนือระดับด้วยการผสมผสานสีแทนอานม้า (Saddle Tan) และสีขาว
ทุกคันจะได้รับรายละเอียดสุดพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นแผ่นกันรอยธรณีประตูคาร์บอนไฟเบอร์ และที่สำคัญที่สุดคือแผ่นเพลทโลหะบนคอนโซลกลางที่สลักคำว่า "LC Limited Edition" เพื่อย้ำเตือนถึงความพิเศษที่หาไม่ได้จากรุ่นปกติ

หัวใจ V8 และการปรับจูนขั้นสุดยอด ใต้ฝากระโปรงยังคงเป็นที่อยู่ของขุมพลังในตำนาน เครื่องยนต์ V8 ขนาด 5.0 ลิตร ไร้ระบบอัดอากาศ ที่มอบสุ้มเสียงอันไพเราะและพละกำลัง 477 แรงม้า แรงบิด 540 นิวตันเมตร ส่งกำลังทั้งหมดไปยังล้อหลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ พร้อมชุดเฟืองท้าย Limited-Slip Differential ที่ปรับแต่งมาเป็นพิเศษ

Lexus ยังได้อัปเกรดช่วงล่างด้านหลังเป็นแบบกลวงอะลูมิเนียมเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งและการยึดเกาะ แต่ได้ปรับเซ็ตช่วงล่างให้แตกต่างกัน โดยรุ่น Coupe จะเน้นการควบคุมที่เฉียบคมและเกาะถนนหนึบหนับ ส่วนรุ่น Convertible จะเน้นความนุ่มนวลผ่อนคลาย สมกับการเป็น Grand Tourer เปิดหลังคาสุดหรู
Lexus LC500 Pinnacle Edition ตั้งราคาในญี่ปุ่นไว้ที่ 17,800,000 เยน (ประมาณ 3.9 ล้านบาท ยังไม่รวมภาษีนำเข้าของไทย) ถือเป็นการปิดฉากที่สมบูรณ์แบบสำหรับหนึ่งในรถสปอร์ตที่สวยที่สุดแห่งยุค และแน่นอนว่ามันจะกลายเป็นรถที่นักสะสมต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์

เปิดตัว “Sadair’s Spear” – ซูเปอร์คาร์รุ่นใหม่จาก Koenigsegg ที่ทั้งโลกรอคอยKoenigsegg เปิดม่านบทใหม่ของวงการไฮเปอร์คาร์...
27/06/2025

เปิดตัว “Sadair’s Spear” – ซูเปอร์คาร์รุ่นใหม่จาก Koenigsegg ที่ทั้งโลกรอคอย

Koenigsegg เปิดม่านบทใหม่ของวงการไฮเปอร์คาร์ด้วย “Sadair’s Spear” รถสมรรถนะสูงรุ่นล่าสุด ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อสานต่อตำนาน Jesko อย่างภาคภูมิ และเป็นสะพานสู่ยุคใหม่ของเทคโนโลยียานยนต์ระดับสุดขีด

ชื่อ "Sadair’s Spear" ไม่ได้มาเพียงเพื่อความเท่ แต่มีความหมายส่วนตัวลึกซึ้งกับ Christian von Koenigsegg ผู้ก่อตั้งบริษัท โดย “Sadair” คือชื่อของม้าตัวสุดท้ายของ Jesko von Koenigsegg ผู้เป็นพ่อของเขา และเป็นที่มาของชื่อรุ่น Jesko “Spear” หรือ “หอก” จึงสื่อถึงพลัง ความเร็ว และความแม่นยำ เช่นเดียวกับเจตนารมณ์ของ Koenigsegg ที่ต้องการพุ่งทะลุขีดจำกัดของยานยนต์ที่โลกเคยรู้จัก

Sadair’s Spear ยังคงใช้เครื่องยนต์ V8 ขนาด 5.0 ลิตร แบบ Flat-plane Crankshaft ที่ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องจาก Jesko ซึ่งในเวอร์ชันใหม่ล่าสุดนี้ยังคงให้กำลังถึง 1,600 แรงม้า เมื่อใช้น้ำมัน E85 และ 1,280 แรงม้า เมื่อใช้น้ำมันเบนซินธรรมดา

เกียร์ LST (Light Speed Transmission) แบบ 9 สปีด พร้อมคลัตช์ 7 ตัว สามารถเปลี่ยนเกียร์ข้ามตำแหน่งได้ทันที แรงบิดสูงสุดกว่า 1,500 นิวตันเมตร ระบบ Active Aerodynamics ที่ปรับองศาปีกและ Diffuser ได้ตามสถานการณ์ น้ำหนักเบาระดับต่ำกว่า 1,400 กก. ด้วยโครงสร้าง Carbon Monocoque ช่วงล่าง Triplex Suspension และระบบยกตัวรถที่ Koenigsegg พัฒนาเอง

แม้จะยังไม่เปิดเผยตัวเลขความเร็วสูงสุดอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าจะใกล้เคียงหรือสูงกว่า 482 กม./ชม. (300 ไมล์/ชม.) และการเร่งจาก 0-100 กม./ชม. จะอยู่ราว 2.5 วินาที หรือน้อยกว่านั้น

Sadair’s Spear ไม่ใช่แค่รถ แต่คือ “หอก” ที่ Koenigsegg ปักลงบนเส้นขอบฟ้าแห่งความเป็นไปได้ใหม่ในโลกของไฮเปอร์คาร์ มันถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เร็วกว่าที่เคย เบากว่าที่เคย และเฉียบคมกว่าทุกรุ่นที่ผ่านมา หากคุณคือลูกค้าผู้กล้าที่ต้องการครอบครองยนตรกรรมระดับตำนาน “Sadair’s Spear” คือคำตอบของคุณ


เปิดตัวแล้ว! Ferrari 296 Speciale และ 296 Speciale A – ซูเปอร์คาร์ขับหลังที่แรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของ FerrariFerrari เ...
30/04/2025

เปิดตัวแล้ว! Ferrari 296 Speciale และ 296 Speciale A – ซูเปอร์คาร์ขับหลังที่แรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Ferrari

Ferrari เผยโฉม 296 Speciale และเวอร์ชันเปิดประทุน 296 Speciale A ที่มาพร้อมกับพละกำลังสูงสุดถึง 880 แรงม้า ทำให้เป็นรถขับเคลื่อนล้อหลังที่ทรงพลังที่สุดที่ Ferrari เคยผลิต

ขุมพลังและสมรรถนะ

เครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ plug-in hybrid ให้กำลังรวม 880 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 755 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 2.8 วินาที

การออกแบบและเทคโนโลยี

น้ำหนักตัวรถลดลง 60 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับรุ่น 296 GTB ด้วยการใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์และไทเทเนียม ระบบแอโรไดนามิกส์ได้รับการปรับปรุงใหม่ สร้างแรงกดถึง 435 กิโลกรัม ที่ความเร็ว 250 กม./ชม.

ภายในห้องโดยสาร

ตกแต่งด้วยวัสดุ Alcantara และคาร์บอนไฟเบอร์ เบาะนั่งแบบบัคเก็ตซีทใหม่ และมีสีตัวถังใหม่ "Verde Nürburgring"

เวอร์ชันเปิดประทุน 296 Speciale A

มาพร้อมหลังคาเปิดประทุน น้ำหนักเพิ่มขึ้นเพียง 50 กิโลกรัม จากรุ่นคูเป้ และยังคงสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมเช่นเดิม

ราคาและการวางจำหน่าย

ราคาคาดการณ์เริ่มต้นที่ประมาณ 407,000 ยูโร (ประมาณ 16.3 ล้านบาท) สำหรับรุ่นคูเป้ และ 462,000 ยูโร (ประมาณ 18.5 ล้านบาท) สำหรับรุ่นเปิดประทุน โดยจะเริ่มส่งมอบให้ลูกค้าในไตรมาสแรกของปี 2026 หมายเหตุ: ราคาดังกล่าวยังไม่รวมภาษีนำเข้าและภาษีอื่นๆ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ถึงท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ด้วยรถส่...
08/03/2025

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ถึงท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ด้วยรถส่วนพระองค์ Mercedes-AMG S 63 E-Performance เพื่อทอดพระเนตรการจัดการแสดงการบิน เนื่องในโอกาสครบรอบ 88 ปี กองทัพอากาศ

ขุมพลังของ Mercedes-AMG S 63 E Performance เป็นเครื่องยนต์เบนซิน V8 ขนาด 3,982 ซีซี. เทอร์โบคู่ กำลังสูงสุด 612 แรงม้า ที่ 5,500 – 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 900 นิวตัน-เมตร ที่ 2,500 – 4,500 รอบ/นาที เสริมด้วยแบตเตอรี่ขนาด 13.1 kWh และ มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อคู่หลัง กำลังสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 320 นิวตัน-เมตร ทั้งระบบกำลังสูงสุด 802 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 1,430 นิวตัน-เมตร

จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ AMG SPEEDSHIFT MCT 9G 9 จังหวะ ขับเคลื่อน 4 ล้อ AMG Performance 4MATIC+ พร้อมระบบกระจายแรงบิดแปรผันและ Drift Mode ทำอัตราเร่ง 0 – 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายใน 3.3 วินาที ความเร็วสูงสุดจำกัดไว้ที่ 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง และสามารถปลดล็อคเป็น 290 กิโลเมตร/ชั่วโมง เมื่อติดตั้ง AMG Driver’s Package

Cr. 📸 จุมพล นพทิพย์, Airlinesweek, 90Garage

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานบัตรพระราชทานพรปีใหม่ พุทธศักราช 2568 แก่พสกนิกรชาวไทยปีติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หั...
01/01/2025

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานบัตรพระราชทานพรปีใหม่ พุทธศักราช 2568 แก่พสกนิกรชาวไทย

ปีติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทาน ส.ค.ส. ๒๕๖๘ แก่ปวงชนชาวไทย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พระราชทานบัตรพระราชทานพรปีใหม่ ประจำปี พุทธศักราช 2568 แก่ปวงชนชาวไทย โดยด้านหน้าของบัตรพระราชทานพรปีใหม่ มีตราประจำพระราชวงศ์จักรีอยู่กึ่งกลาง ด้านล่างซ้ายเป็นพระปรมาภิไธย ว.ป.ร. และด้านล่างขวาเป็นพระนามาภิไธย ส.ท.

เมื่อเปิดบัตรพระราชทานพร ด้านซ้ายมีข้อความว่า “พระราชทานพรปีใหม่ พ.ศ. ๒๕๖๘” พร้อมทั้งทรงลงพระปรมาภิไธย และพระนามาภิไธย

ส่วนด้านขวาของบัตรพระราชทานพร เป็นพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงฉายคู่กับสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในกรอบลวดลายสีทอง ด้านบนของกรอบบัตรพระราชทานพร มีตราประจำพระราชวงศ์จักรี ส่วนด้านซ้ายของกรอบบัตรพระราชทานพร เป็นพระปรมาภิไธย วปร. ด้านขวาของกรอบบัตรพระราชทานพร เป็นพระนามาภิไธย สท.

#ทรงพระเจริญ

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ CarReportผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง CarReport:

แชร์